บรรยากาศโรแมนติกกลางทุ่งนาถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่แค่เพราะเสียงโวยวายของพ่อสมหมายเรื่องแกงหน่อไม้หก แต่เป็นเพราะเสียงรถมอเตอร์ไซค์แต่งท่อดัง แว้นนนนนน! ที่แผดเสียงแสบแก้วหูพุ่งตรงเข้ามาทางคันนา
เจนนี่ยังคงเกาะแขนพี่เข้มไว้แน่น (เพื่อความทรงตัว… และเพื่อความฟิน) เธอหันไปมองต้นเสียงที่กำลังบิดมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าเวฟสีชมพูสะท้อนแสงเข้ามาจอดเทียบท่าอย่างโฉบเฉี่ยว ฝุ่นตลบจนเจนนี่ต้องยกมือปิดจมูก
“แค่กๆ! โอ๊ย! ใครมันขับรถประชดนรกขนาดนี้เนี่ย!”
ฝุ่นจางลง เผยให้เห็นร่างของผู้มาใหม่
หญิงสาวร่างเล็ก ผิวขาวจั๊วะ (แบบที่ดูก็รู้ว่าผ่านการพอกครีมกวนเองมาอย่างโชกโชน) สวมเสื้อยืดรัดรูปสีเขียวนีออนที่สกรีนคำว่า ‘GUCCI’ ตัวใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่ม ใส่กางเกงยีนส์ขาสั้นจุ๊ดจู๋โชว์ต้นขาขาวๆ ที่มีรอยท่อไอเสียนาบเล็กน้อย ใบหน้าพอกแป้งหนาเตอะ ปากทาลิปสติกสีส้มอิฐ ขอบตาเขียนอายไลเนอร์หนาเป็นปีกแมลงทับ ผมยาวตรงถูกหนีบมาจนลีบแบน
หล่อนตวัดขาลงจากรถ สะบัดผมหนึ่งที แล้วจิกตามองเจนนี่ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่เหมือนเครื่องสแกนกรรม
“ส้มจี๊ด” ลูกสาวกำนันแย้ม ผู้ครองตำแหน่งนางนพมาศ 3 ปีซ้อน และเป็นเจ้าของฉายา ‘อั้ม พัชราภา แห่งหนองหมาว้อ’ (ตั้งเอง)
“อ้าว… นึกว่าใคร ที่แท้ก็ ‘อดีต’ คนบ้านเดียวกันนี่เอง” ส้มจี๊ดพูดเสียงแหลมแสบแก้วหู เน้นคำว่า ‘อดีต’ จนเจนนี่คิ้วกระตุก
ส้มจี๊ดเดินนวยนาดเข้ามาหาพี่เข้ม พร้อมยื่นถุงพลาสติกที่มีกล่องโฟมข้าวกล่องให้ ด้วยท่าทางที่เปลี่ยนจากนางมารร้ายเป็นลูกแมวขี้อ้อนทันที
“พี่เข้มจ๋า~ น้องส้มเอาข้าวผัดกะเพราไข่ดาวไม่สุกมาส่งจ้า เห็นพี่ทำงานเหนื่อยๆ ส้มกั๊วกลัวพี่จะเป็นลม”
เข้มรับถุงข้าวมาอย่างงงๆ “เอ่อ… ขอบใจนะส้ม แต่…”
“แหม! ไม่ต้องแต่หรอกจ้ะ” ส้มจี๊ดรีบแทรก แล้วหันมาแสยะยิ้มให้เจนนี่ “ส่วนนี่… กลับมาทำไมล่ะจ๊ะ? ได้ข่าวว่าไปเป็นไฮโซอยู่บางกอกไม่ใช่เหรอ? หรือว่า… ตกอับ จนต้องซมซานกลับมาเกาะพ่อกิน?”
เจนนี่สูดหายใจลึก… เย็นไว้เจนนี่ เย็นไว้ เธอคือนางพญา อย่าลดตัวลงไปตบกับสก๊อยภูธร
เธอขยับแว่นกันแดดขึ้นเล็กน้อย เชิดหน้าขึ้น 45 องศา แล้วฉีกยิ้มการค้าแบบที่ใช้รับมือลูกค้าเรื่องมาก
“อุ๊ยตาย… น้องส้มจี๊ดใช่ไหมจ๊ะ? โตขึ้นเยอะเลยนะ จำแทบไม่ได้ นึกว่า ‘ศาลพระภูมิเคลื่อนที่’ ซะอีก แต่งตัวสีสันแสบตาขนาดนี้… แมลงวันหัวเขียวคงงงแย่ นึกว่าพวกเดียวกัน”
เจนนี่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ หึหึ
ส้มจี๊ดตาถลน “อี… อีพี่จ้อย! มึงด่ากูเหรอ!”
“จุ๊ๆ อย่าหยาบคายสิจ๊ะ เป็นกุลสตรีศรีหนองหมาว้อไม่ใช่เหรอ?” เจนนี่จีบปากจีบคอ “แล้วพี่ไม่ได้ชื่อจ้อย พี่ชื่อ เจนนี่ กรุณาเรียกให้ถูกด้วย ส่วนเรื่องตกอับเนี่ย… พี่แค่มาพักร้อนจ้ะ พอดีเงินมันเหลือใช้ เลยอยากมาแจกทานแถวบ้านเกิดบ้าง อะไรบ้าง”
คำว่า ‘แจกทาน’ ทำเอาส้มจี๊ดเต้นผาง
“หนอย! ปากดีนักนะ! มาถึงก็ทำตัวเป็นภาระ ทำกับข้าวมาส่งพ่อก็ทำหกหมด แล้วยังมีหน้ามาเกาะแกะพี่เข้มของฉันอีก!” ส้มจี๊ดชี้หน้าเจนนี่ แล้วหันไปเกาะแขนล่ำๆ ของเข้มบ้างเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ “พี่เข้มอย่าไปยุ่งกับกะเทยตกอับคนนี้นะคะ เดี๋ยวเสนียดจะติดตัว!”
พี่เข้มที่มีสาวสองคนเกาะแขนซ้ายขวาทำหน้าลำบากใจสุดขีด เหงื่อแตกพลั่กยิ่งกว่าตอนสูบน้ำ
“ใจเย็นๆ กันก่อนเด้อ… ส้มก็อย่าไปว่าพี่เขา จ้อย… เอ้ย เจนนี่เขาก็ไม่ได้ตั้งใจ” เข้มพยายามไกล่เกลี่ย
“พี่เข้มเข้าข้างมันเหรอ!?” ส้มจี๊ดวี๊ดว้าย
พ่อสมหมายที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่นาน (และเสียดายแกงหน่อไม้จนหายเสียดายแล้ว) เดินเข้ามาขัดจังหวะด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
“พอๆ! หยุดกัดกันได้แล้ว! ไม่อายผีสางเทวดาบ้างรึไง!” พ่อตวาดเสียงดังจนทุกคนเงียบกริบ
“ไอ้จ้อย… เอ้ย เจนนี่! เอ็งทำข้าวพ่อหกหมดแล้ว วันนี้เอ็งต้องรับผิดชอบ!”
เจนนี่สะดุ้ง “ระ… รับผิดชอบยังไงคะพ่อ? ให้หนูโอนเงินสั่ง Grab มาให้ไหม?”
“แกร๊บเกริ๊บอะไรของมึง! ที่นี่ไม่มี!” พ่อสมหมายชี้ไปที่บ่อปลาข้างนาที่มีผักบุ้งลอยฟ่อง “ลงไปเก็บผักบุ้งมา! แล้วไปงมหาหอยขมมาแกงคั่วแทนแกงหน่อไม้ที่มึงทำหก! ถ้าไม่ได้หอย ไม่ต้องกลับบ้าน!”
“หา!?” เจนนี่กรีดร้อง “ลงบ่อเนี่ยนะพ่อ! น้ำมันดำปิ๊ดปี๋! ปลิง! พยาธิ! แบคทีเรีย!”
ส้มจี๊ดหัวเราะร่าอย่างสะใจ “ฮ่าๆๆๆ สมน้ำหน้า! นางพญาไฮโซจะลงบ่อโคลนแล้วจ้า! พี่เข้มดูสิคะ สภาพแบบนี้จะไปทำอะไรกินเป็น คงได้แต่กรี๊ดๆ ให้ชาวบ้านเขาสมเพช!”
คำดูถูกของส้มจี๊ดเหมือนน้ำมันราดลงกองไฟ เจนนี่มองหน้าสวยๆ ที่เคลือบแป้งหนาเตอะของอีกฝ่าย แล้วความ ‘ยอมไม่ได้’ ก็พุ่งขึ้นสูงปรี๊ด
ได้… จะดูถูกกันใช่ไหม? คอยดูฤทธิ์เจนนี่!
“ใครว่าฉันทำไม่เป็นยะ!” เจนนี่ประกาศกร้าว ถอดแว่นกันแดดส่งให้พี่เข้มถือ (พี่เข้มรับไปงงๆ)
“แค่เก็บผักบุ้ง งมหอย… เรื่องจิ๊บๆ ฉันเคยถ่ายรายการเรียลลิตี้บุกป่าฝ่าดงมาแล้วย่ะ!” (โกหกหน้าตาย รายการเดียวที่เคยไปคือรายการแต่งหน้าโชว์)
เจนนี่ถลกขากางเกงจั๊มสูทลายเสือขึ้นสูง ถอดหมวกปีกกว้างวางไว้ แล้วก้าวเท้าลงไปในบ่อโคลนด้วยมาดมั่น
จ๋อม!
น้ำโคลนสีขุ่นเย็นเยือกท่วมขึ้นมาถึงหน้าแข้ง ความลื่นและหยุ่นๆ ใต้ฝ่าเท้าทำเอาเจนนี่ขนลุกเกรียว แต่เธอกัดฟันเชิดหน้า หันไปมองส้มจี๊ดที่ยืนกอดอกมองเยาะเย้ยอยู่บนฝั่ง
“คอยดูนะนังส้มเน่า! เย็นนี้ฉันจะได้แกงหอยหม้อใหญ่กว่าหน้าหล่อนอีก!”
เธอควานมือลงไปในน้ำ เจอก้านผักบุ้งก็ดึง… ดึง… ดึง…
แต่ทว่า…
สิ่งที่เธอดึงขึ้นมาไม่ใช่ผักบุ้ง แต่มันคือ… งูเขียวหางไหม้ ตัวเขื่องที่กำลังนอนหลับสบายอยู่บนกอผักตบชวา!
เจนนี่จ้องตากับงู… งูจ้องตากับเจนนี่…
3… 2… 1…
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด! งู! อีแม่ช่วยด้วย! ผัวขาช่วยเมียด้วย!”
สติแตกกระเจิง เจนนี่กระโจนหนีตาย แต่ขาเจ้ากรรมดันติดหล่มโคลน ผลคือเธอล้มตูมลงไปในน้ำครำดังสนั่นหวั่นไหว น้ำสีน้ำตาลกระเซ็นไปทั่วทิศทาง
ซ่า!
น้ำโคลนสาดกระเซ็นไปโดน “ชุดกุชชี่” สีเขียวนีออนของส้มจี๊ดจนเลอะเทอะเป็นจุดด่างพร้อย
“กรี๊ดดดด! ชุดกู! อีเจนนี่! มึงแกล้งกูเหรอ!” ส้มจี๊ดกรีดร้องเต้นเร่าๆ
ส่วนเจนนี่ที่ตอนนี้สภาพดูไม่จืด ทั้งหัวทั้งตัวเปียกโชกไปด้วยน้ำโคลน มีผักตบชวาแปะอยู่บนหัวเหมือนมงกุฎนางงามรักโลก รีบตะเกียกตะกายขึ้นฝั่ง โดยมีพี่เข้มรีบกระโดดลงมาช่วยดึงขึ้นไป
“เจนนี่! เป็นจั่งได๋บ้าง!” เข้มถามด้วยความเป็นห่วง มือหนาประคองร่างสั่นเทาของเธอไว้
เจนนี่ไอสำลักน้ำ แต่พอมองเห็นส้มจี๊ดที่กำลังโวยวายเรื่องชุดเลอะ เธอก็อดไม่ได้ที่จะแสยะยิ้มมุมปาก ทั้งที่ปากเปื้อนโคลน
“อุ๊ย… ขอโทษนะจ๊ะน้องส้ม พอดีพี่เป็นคน… เล่นใหญ่ ไปหน่อย หวังว่าชุดกุชชี่ของน้องคงจะซักออกนะ… ถ้าเป็นของแท้น่ะ”
สงครามยกแรก… เจนนี่เจ็บตัวฟรี แต่ก็ได้ฝากรัก (รอยโคลน) ไว้บนตัวนางร้ายสมใจ
และที่สำคัญ… ตอนนี้เธออยู่ในอ้อมกอดพี่เข้มที่เปียกปอนไปด้วยกัน เสื้อขาวบางๆ ของพี่เข้มพอโดนน้ำแล้วมัน… แนบเนื้อ จนเห็นซิกแพคชัดระดับ HD
คุ้ม… บอกเลยว่าช็อตนี้คุ้ม!


