HomeChapterตอนที่ 10: ความจริงที่เจ็บปวด และบุรุษชุดดำกลางทุ่งนา

ตอนที่ 10: ความจริงที่เจ็บปวด และบุรุษชุดดำกลางทุ่งนา

บ่ายวันนั้น แดดร้อนระอุจนอากาศเต้นระริก แต่ใต้ถุนบ้านผู้ใหญ่สมหมายกลับเย็นฉ่ำไปด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม

กิจการ “เจนนี่ ซาลอน” กำลังไปได้สวย ลูกค้าต่อคิวกันยาวเหยียด เจนนี่ในชุดทำงานที่ทะมัดทะแมงขึ้น (เสื้อยืดมัดเอวกับกางเกงเลเก๋ๆ) กำลังสาละวนกับการดัดผมลอนให้ป้าสายหยุด โดยมีพี่เข้มคอยเป็นลูกมือ ช่วยหยิบแกนดัดผมและเสิร์ฟน้ำอย่างคล่องแคล่ว

“โอ๊ย! เจนนี่มือเบาจังเลยลูก ฝีมือดีขนาดนี้ กลับไปกรุงเทพฯ คงรวยเละแน่ๆ” ป้าสายหยุดชมเปาะ

เจนนี่ยิ้มเจื่อนๆ “แหะๆ… ก็… ก็รวยอยู่แล้วค่ะป้า แต่เจนนี่อยากกลับมาพัฒนาบ้านเกิดมากกว่า” เธอโกหกคำโตอีกครั้ง แต่คราวนี้เสียงเริ่มไม่เต็มปาก

ทันใดนั้น… บรรยากาศรื่นเริงก็ถูกทำลายลง

รถเอสยูวีสีดำคันใหญ่ สภาพใหม่เอี่ยมแต่เต็มไปด้วยฝุ่นแดง เลี้ยวเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าบ้านผู้ใหญ่สมหมายอย่างอุกอาจ เสียงเบรกดังสนั่นจนไก่แตกตื่นบินว่อน

ประตูรถเปิดออก ชายฉกรรจ์ร่างยักษ์สามคนในชุดสูทสีดำ (ที่ดูร้อนอบอ้าวขัดกับสภาพอากาศ) ก้าวลงมาด้วยท่าทางขึงขัง สวมแว่นดำอำพรางใบหน้า

ชาวบ้านที่มุงดูอยู่เริ่มถอยกรูด เสียงซุบซิบเงียบลงทันที

“ใครชื่อ นายจิรศักดิ์ หรือ ไอ้จ้อย?”

หนึ่งในชายชุดดำตะโกนเสียงเหี้ยมเกรียม มือถือแฟ้มเอกสารหนาปึก

เจนนี่สะดุ้งเฮือก หน้าซีดเผือดจนเห็นได้ชัด แกนดัดผมในมือร่วงหล่นลงพื้นดัง แกรก!

พี่เข้มรีบก้าวมายืนบังหน้าเจนนี่ไว้ทันที โดยสัญชาตญาณปกป้อง “พวกเอ็งเป็นใคร? มาหาเรื่องอะไรถึงในบ้านผู้ใหญ่บ้าน?”

ชายชุดดำแสยะยิ้ม ถอดแว่นกันแดดออก เผยให้เห็นแววตาคุกคาม “อ๋อ… มีคนคุ้มกันด้วยเว้ยเฮ้ย! พวกกูมาจากบริษัทสินเชื่อ ‘ทันใจแคปปิตอล’ มาทวงหนี้… ห้าแสนบาท ที่ไอ้จิรศักดิ์มันกู้ไปลงทุนทำแบรนด์เครื่องสำอางเจ๊ง แล้วหนีหนี้มา!”

เสียงฮือฮาดังลั่นทุ่งนา!

“ห้าแสน!” “ตายแล้ว! ไหนบอกว่ารวย?” “โกงเงินเขามาจริงๆ ด้วย!”

พ่อสมหมายกับแม่บัวลอยที่อยู่บนบ้าน รีบวิ่งลงมาดูเหตุการณ์ หน้าตาตื่นตระหนก

“เจนนี่! นี่มันเรื่องอะไรกันลูก? เขาพูดเรื่องอะไร?” แม่บัวลอยเขย่าแขนลูกสาว

เจนนี่ตัวสั่นเทิ้ม น้ำตาเริ่มคลอเบ้า เธอไม่อาจสู้หน้าพ่อแม่ ไม่กล้าสู้หน้าชาวบ้าน และที่เจ็บปวดที่สุด… เธอไม่กล้าเงยหน้ามองพี่เข้ม

“แม่… หนู… หนูขอโทษ…” เจนนี่เสียงสั่นเครือ “ร้านที่กรุงเทพฯ มันเจ๊ง… หุ้นส่วนหนูโกงเงินหนีไป… หนู… หนูไม่มีเงินเหลือเลยสักบาท…”

ความจริงที่พยายามปิดบังมาตลอด ถูกกระชากออกมาจนล่อนจ้อน ศักดิ์ศรีของนางพญาเมืองกรุงพังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี

“อ้าว! ยอมรับแล้วสินะ!” ชายชุดดำเดินรุกคืบเข้ามา “จ่ายมาซะดีๆ วันนี้กูต้องได้ดอกเบี้ยอย่างต่ำห้าหมื่น! ถ้าไม่มี… กูจะยึดทรัพย์สินทั้งหมดในบ้านนี้!”

มันผลักไหล่พี่เข้มกระเด็น แล้วตรงเข้ากระชากแขนเจนนี่

“ว้ายยย! ปล่อยนะ!” เจนนี่กรีดร้อง

“หยุดเดี๋ยวนี้นะโว้ย!”

เสียงตะโกนก้องกัมปนาทของพ่อสมหมายดังขึ้น พ่อคว้าปืนลูกซองยาวคู่ใจ (ที่ปกติเอาไว้ขู่ไล่นก) ออกมาเล็งไปที่กลุ่มชายฉกรรจ์ มือพ่อสั่นด้วยความโกรธ

“ปล่อยลูกกู! ใครหน้าไหนแตะต้องลูกกู กูยิงไส้แตก!”

“เฮ้ย! พ่อใหญ่! ใจเย็นๆ!” ชายชุดดำผงะ ถอยหลังกรูด “นี่มันขัดขวางการทวงหนี้นะเว้ย!”

“หนี้สินลูกกู เดี๋ยวพวกกูหาใช้ให้! แต่ถ้าพวกมึงทำร้ายลูกกูแม้แต่ปลายเล็บ… พวกมึงไม่ได้เดินออกจากหมู่บ้านนี้แน่!”

ชาวบ้านที่ตอนแรกตกใจ เริ่มตั้งสติได้ บางคนวิ่งไปหยิบจอบ หยิบเสียม มายืนล้อมกรอบช่วยผู้ใหญ่สมหมาย ถึงจะชอบนินทา แต่คนบ้านเดียวกัน ย่อมไม่ทิ้งกันในยามคับขัน

ส้มจี๊ด ที่แอบดูอยู่หลังพุ่มไม้หน้าเสีย ไม่คิดว่าเรื่องจะบานปลายขนาดนี้

พี่เข้มเดินเข้าไปหาเจนนี่ที่ทรุดนั่งร้องไห้อยู่กับพื้น เขาไม่พูดอะไรสักคำ แต่ดึงร่างสั่นเทาของเธอเข้ามากอดแนบอกอย่างแน่นหนา มือหนาลูบหัวเธอเบาๆ เพื่อปลอบประโลม

“ไม่เป็นไรนะเจนนี่… ไม่เป็นไร… พี่อยู่นี่แล้ว”

ชายชุดดำเห็นท่าไม่ดี ฝ่ายตรงข้ามมีทั้งปืนและมวลชน จึงชี้หน้าอาฆาต

“ฝากไว้ก่อนเถอะมึง! อีก 3 วันกูจะมาใหม่! เตรียมเงินไว้ให้ครบ ไม่งั้นกูจะมาเผาร้านซาลอนกระจอกๆ นี่ทิ้ง!”

พวกมันกระโดดขึ้นรถแล้วบึ่งออกไป ทิ้งฝุ่นควันและความเงียบงันไว้เบื้องหลัง

ค่ำคืนนั้น บ้านผู้ใหญ่สมหมายเงียบเหงาและตึงเครียด

เจนนี่นั่งก้มหน้าอยู่กลางวงพ่อแม่และพี่เข้ม ไม่มีคำแก้ตัว มีแต่เสียงสะอื้น

“ทำไมไม่บอกพ่อกับแม่ตั้งแต่แรก…” พ่อสมหมายถามเสียงเบา วางปืนลูกซองลงข้างตัว “เห็นพ่อกับแม่เป็นคนอื่นรึไง ถึงต้องโกหกว่าสบายดี”

“หนู… ฮึก… หนูไม่อยากให้พ่อแม่ผิดหวัง… หนูอยากให้พ่อแม่ภูมิใจว่าลูกสาวคนนี้ประสบความสำเร็จ…” เจนนี่ระบายความในใจออกมาจนหมดเปลือก

แม่บัวลอยน้ำตาซึม ขยับเข้าไปกอดลูกสาว “โธ่เอ๊ย… อีจ้อย… เอ้ย เจนนี่… จะรวยจะจน เอ็งก็ลูกแม่ ความภูมิใจของแม่ไม่ได้อยู่ที่เงินทอง แต่อยู่ที่เอ็งเป็นคนดี มีความสุข… กลับมาบ้านเราเถอะลูก มาเริ่มต้นใหม่ หนี้สินเดี๋ยวเราช่วยกันหา”

เจนนี่กอดแม่ร้องไห้โฮ เหมือนเด็กตัวเล็กๆ กำแพงที่สร้างไว้พังลงจนหมดสิ้น

พี่เข้มที่นั่งเงียบอยู่นาน เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“เจนนี่…”

เจนนี่เงยหน้ามองเขา ตาบวมช้ำ

“เรื่องหนี้… ไม่ต้องห่วง พี่มีเงินเก็บอยู่ก้อนนึง อาจจะไม่พอทั้งหมด แต่ก็น่าจะพอจ่ายดอกเบี้ยให้พวกมันสงบไปก่อนได้”

“พี่เข้ม! ไม่ได้นะ! นั่นเงินเก็บทั้งชีวิตพี่!” เจนนี่รีบปฏิเสธ

“เงินหาใหม่เมื่อไหร่ก็ได้… แต่คนสำคัญ ถ้าเสียไปแล้ว หาใหม่บ่ได้เด้อ” เข้มมองตาเธอสื่อความหมายลึกซึ้ง “เรามาช่วยกันทำร้านซาลอนให้มันดังระเบิดไปเลย เอาให้หาเงินมาใช้หนี้พวกมันให้หมดภายใน 3 เดือน!”

เจนนี่มองหน้าทุกคน… พ่อ แม่ พี่เข้ม… ทุกคนพร้อมจะสู้ไปกับเธอ ทั้งที่เธอเป็นคนสร้างปัญหา

รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตา

“ขอบคุณค่ะ… ขอบคุณทุกคนจริงๆ” เธอปาดน้ำตา แล้วแววตาของนางพญาก็เริ่มกลับมาเป็นประกายอีกครั้ง… แต่คราวนี้ไม่ใช่ประกายแห่งความถือดี แต่เป็นประกายแห่งความมุ่งมั่น

“เจนนี่จะไม่ยอมแพ้ค่ะ! เราจะสู้! เจนนี่ ซาลอน จะต้องเป็นซาลอนอันดับหนึ่งของภาคอีสาน! คอยดู!”

ท่ามกลางความมืดมิดของปัญหา แสงสว่างจากความรักและความสามัคคีได้ถูกจุดขึ้นแล้ว…

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments