“กระดูกไม่หักครับ แต่กล้ามเนื้อฉีกและฟกช้ำรุนแรง ต้องใส่เฝือกอ่อนดามไว้และงดใช้แขนขวาอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์”
คำวินิจฉัยของหมอเหมือนคำพิพากษาประหารชีวิตสำหรับนักกีฬาอย่างแมง แต่น้ำเหนือกลับรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนโดนประหารเสียเอง ความรู้สึกผิดท่วมท้นจนน้ำตาแทบไหล
“กูขอโทษ… ฮึก… เพราะกูแท้ๆ” น้ำเหนือนั่งก้มหน้าร้องไห้กระซิกๆ อยู่หน้าห้องฉุกเฉิน
“หยุดร้อง หนวกหู” แมงเดินออกมาพร้อมกับแขนขวาที่มีผ้าคล้องคอสีขาวห้อยอยู่ เขาใช้มือซ้ายที่ยังดีอยู่ตบหัวน้ำเหนือเบาๆ จนหัวโยก “กูยังไม่ตาย แขนก็ไม่ได้ขาด แค่พักซ้อม”
“แต่… แต่มึงเป็นพิชเชอร์นะ! มึงต้องใช้แขน!” น้ำเหนือเงยหน้าขึ้นมา ตาบวมแดงจมูกแดง
“ก็พัก เดี๋ยวก็หาย” แมงพูดเหมือนเป็นเรื่องดินฟ้าอากาศ “กลับหอได้แล้ว เหนียวตัว อยากอาบน้ำ”
“งั้นกูไปส่ง! คืนนี้กูจะไปนอนเฝ้ามึง!” น้ำเหนือประกาศเจตนารมณ์ “ห้ามปฏิเสธ! กูต้องรับผิดชอบ!”
แมงมองเด็กขี้แยตรงหน้าแล้วถอนหายใจ แววตาดุๆ อ่อนลงเล็กน้อย
“เออ ตามใจ”
จี้กับโป้งที่ยืนดูอยู่ห่างๆ เดินเข้ามาตบไหล่น้ำเหนือ “ดูแลมันดีๆ นะเว้ยเหนือ วันนี้… ยอมรับเลยว่าไอ้แมงมันใจว่ะ ถ้าไม่ได้มัน มึงคงหน้าแหกไปแล้ว” จี้ยอมรับแบบไม่เต็มใจนัก แต่แววตาเกลียดชังลดลงไปเยอะ
…
คอนโดมิเนียมของแมง
ห้องของแมงกว้างขวางและดูดีกว่าหอในของน้ำเหนือสิบเท่า ตกแต่งสไตล์มินิมอลโทนสีเทาดำ สะอาดสะอ้านจนไม่น่าเชื่อว่าเป็นห้องผู้ชาย แต่สิ่งที่ทำให้น้ำเหนือหนักใจไม่ใช่ความหรูหรา แต่เป็น…
“กูจะอาบน้ำ” แมงประกาศ ยืนถือผ้าเช็ดตัวด้วยมือข้างเดียว
“อาบไหวเหรอ? แขนมึงห้ามโดนน้ำนะ” น้ำเหนือแย้ง
“ก็ต้องไหว ตัวเหม็นเหงื่อจะตายชัก” แมงทำท่าจะเดินเข้าห้องน้ำ แต่ก็ชะงัก หันกลับมามองผมยาวๆ ของตัวเองที่หลุดลุ่ยลงมาปรกบ่า “แต่ปัญหามีอย่างเดียว…”
“อะไร?”
“สระผม” แมงขมวดคิ้ว “มือเดียวสระไม่ได้ แขนขวายกไม่ขึ้น”
น้ำเหนือมองผมยาวสลวยที่มีคราบฝุ่นจากสนามเกาะอยู่ เขากลืนน้ำลายอึกใหญ่ ภาพจินตนาการวาบเข้ามาในหัว… การเข้าไปในห้องน้ำ… กับผู้ชาย… สองต่อสอง…
“ก…กูช่วยไหม?” น้ำเหนือเสนอตัวเสียงสั่น
แมงหรี่ตามอง “แน่ใจนะ? บริการไม่ดีกูหักคะแนนนะ”
“เออน่า! เดี๋ยวทำให้สุดฝีมือเลย!”
…
ในห้องน้ำ
บรรยากาศในห้องน้ำอบอวลไปด้วยไอร้อนจากเครื่องทำน้ำอุ่น แมงนั่งอยู่บนเก้าอี้พลาสติกตัวเล็ก โดยมีน้ำเหนือยืนซ้อนอยู่ด้านหลังพร้อมฝักบัวในมือ
แมงถอดเสื้อออกแล้ว เผยให้เห็นแผ่นหลังกว้างที่มีรอยช้ำจางๆ จากการกระแทกเมื่อวันก่อน ยิ่งเห็นรอยนั้น น้ำเหนือก็ยิ่งรู้สึกผิด เขาเปิดน้ำอุ่น ราดลงบนศีรษะของคนตรงหน้าอย่างระมัดระวัง
“ร้อนไปบอกนะ” น้ำเหนือถามเสียงเบา
“อืม… กำลังดี” แมงหลับตาพริ้ม ครางในลำคอเบาๆ ด้วยความสบาย
น้ำเหนือค่อยๆ บีบแชมพูลงบนฝ่ามือ ถูจนเกิดฟองนุ่ม แล้วชโลมลงบนเส้นผมสีดำขลับที่เปียกชุ่ม นิ้วเรียวของน้ำเหนือนวดคลึงหนังศีรษะของแมงอย่างเบามือ ไล่จากขมับไปจนถึงท้ายทอย
กลิ่นแชมพูมินต์เย็นสดชื่นลอยฟุ้งไปทั่วห้องน้ำ ผสมกับกลิ่นกายชายหนุ่มที่เปียกน้ำ… มันเป็นกลิ่นที่ทำให้น้ำเหนือใจเต้นแรงอย่างประหลาด
ผมของแมงนิ่มมาก… นิ่มและลื่นมือกว่าที่คิด ทั้งที่ดูเป็นคนเซอร์ๆ ดิบๆ แต่ดูแลผมดีชะมัด
“แรงอีกนิด” แมงสั่ง “คันตรงกลางหัว”
“ครับๆ คุณชาย” น้ำเหนือออกแรงเกาให้ตามสั่ง “สบายไหม?”
“อืม…” แมงพึมพำ “มึงสระผมดีกว่าเล่นซอฟต์บอลเยอะ”
“ปากหมาอีกละ!” น้ำเหนือตีไหล่แมงเบาๆ “เดี๋ยวก็เทแชมพูเข้าตาซะหรอก”
“กล้าเหรอ?” แมงเอียงคอมามองข้างหลังเล็กน้อย ทำให้ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันแค่คืบ
หยดน้ำเกาะพราวบนใบหน้าคมเข้ม ขนตายาวเปียกชื้น ดวงตาสีเข้มที่มองลอดผ่านปอยผมมานั้นดู… เซ็กซี่ จนน้ำเหนือต้องรีบเบือนหน้าหนี
“หันกลับไปดีๆ! เดี๋ยวล้างฟองไม่หมด” น้ำเหนือรีบฉีดน้ำล้างฟองออก
ขณะที่ล้างผม มือของน้ำเหนือก็สางเส้นผมยาวๆ นั้นอย่างทะนุถนอม ราวกับกำลังดูแลของล้ำค่า ความใกล้ชิดในพื้นที่แคบๆ ทำให้เขาได้ยินเสียงลมหายใจของแมงชัดเจน และแมงเอง… ก็นั่งนิ่งยอมให้น้ำเหนือสัมผัสโดยไม่บ่นสักคำ ผิดวิสัยคนขี้รำคาญ
“เสร็จแล้ว” น้ำเหนือปิดน้ำ หยิบผ้าขนหนูผืนเล็กมาซับผมให้
แมงลุกขึ้นยืน หันกลับมาเผชิญหน้ากับน้ำเหนือ หยดน้ำไหลจากปลายผมลงมาตามแผงอกแกร่งผ่านซิกแพคและหายวับลงไปที่ขอบผ้าเช็ดตัวช่วงล่าง
น้ำเหนือรีบโยนผ้าขนหนูผืนใหญ่คลุมหัวแมงทันทีเพื่อปิดบังภาพอุจาดตา (ที่ดีต่อใจเกินไป)
“เช็ดเอง! กูไปรอนอกห้อง!”
น้ำเหนือวิ่งหน้าตื่นออกมาจากห้องน้ำ ทิ้งให้แมงยืนยิ้มมุมปากอยู่คนเดียวภายใต้ผ้าขนหนู
“หึ… เด็กบ้า”
…
15 นาทีต่อมา
แมงเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดนอนขายาว เสื้อกล้ามสีดำ ผมยังเปียกหมาดๆ เขาเดินมานั่งที่ปลายเตียง ยื่นไดร์เป่าผมให้น้ำเหนือ
“เป่าให้ด้วย แขนยกไม่ขึ้น”
“เป็นง่อยเลยไหมมึงอะ” น้ำเหนือบ่นอุบอิบแต่ก็รับไดร์มาเสียบปลั๊ก
น้ำเหนือยืนอยู่ระหว่างขาของแมงที่นั่งอยู่บนเตียง เพื่อจะได้เป่าผมถนัดๆ เสียงไดร์เป่าผมดังอื้ออึง แต่มันไม่ได้กลบเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ได้เลย
มือของน้ำเหนือสางผมแมงไปมา ลมร้อนเป่าผ่านเส้นผมจนเริ่มแห้ง กลิ่นแชมพูยังคงหอมติดจมูก
จังหวะหนึ่ง แมงเผลอขยับตัว ทำให้น้ำเหนือเสียหลักเซเล็กน้อย หน้าอกบางปะทะเข้ากับหน้าของแมงจังๆ
“โอ๊ะ!”
น้ำเหนือรีบผละออก แต่แมงใช้มือซ้ายคว้าเอวบางไว้ได้ทันกันล้ม
“ระวังหน่อย” แมงเงยหน้าขึ้นมอง สบตากับน้ำเหนือในระยะเผาขน
ตอนนี้ผมของแมงแห้งสนิทแล้ว ปล่อยสยายเคลียไหล่ดูนุ่มสลวย ใบหน้าหล่อเหลาไร้เครื่องสำอางดูอ่อนเยาว์และละมุนกว่าตอนทำหน้านิ่งในสนาม
“ผม… ผมหอมเนอะ” น้ำเหนือหลุดปากชมออกไปแบบเบลอๆ
แมงเลิกคิ้ว นัยน์ตามีแววพราวระยับ “ดมดูไหมล่ะ?”
“บ้า!” น้ำเหนือผลักอกแมงเบาๆ แก้เขิน “เสร็จแล้ว! นอนได้แล้วมึงอะ!”
น้ำเหนือรีบม้วนสายไดร์เก็บ ลนลานเดินไปปูที่นอนปิกนิกที่พื้นข้างเตียง
“ไปนอนไหน?” แมงถาม
“ก็นอนพื้นไง มึงเจ็บแขน นอนเตียงไป เดี๋ยวไปเบียดแขนมึง”
“ขึ้นมา” แมงตบที่ว่างข้างตัว “เตียงกว้าง นอนได้ ไม่ต้องลงไปนอนกับฝุ่น”
“ไม่เอา…”
“บอกให้ขึ้นมา” เสียงกดต่ำเริ่มมา “หรือจะให้กูลงไปอุ้ม? แขนกูยิ่งเจ็บๆ อยู่ ถ้ากูลงไปอุ้มแล้วแขนหักเพิ่ม มึงต้องรับผิดชอบเลี้ยงดูตลอดชีวิตนะ”
ข้ออ้างระดับมงกุฎเพชร… น้ำเหนือกรอกตามองบน แต่ก็ยอมหอบหมอนขึ้นไปนอนบนเตียงกว้างข้างๆ แมงอย่างเสียไม่ได้
“นอนเฉยๆ ห้ามละเมอถีบนะเว้ย” น้ำเหนือขู่ นอนตะแคงหันหลังให้
แมงปิดไฟหัวเตียง ห้องมืดสนิทลง เหลือเพียงแสงจันทร์ที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา
ความเงียบปกคลุม… แต่น้ำเหนือนอนไม่หลับ เขารู้สึกถึงความอบอุ่นจากร่างข้างๆ ที่ขยับเข้ามาใกล้ทีละนิด
“ขอบใจ…” เสียงทุ้มกระซิบเบาๆ ฝ่าความมืด
“หือ?”
“เรื่องสระผม… แล้วก็ที่มาเฝ้า”
น้ำเหนือยิ้มกับหมอน รู้สึกหน้าร้อนผ่าว
“เออ… ไม่เป็นไร หายไวๆ แล้วกัน ไอ้มังกรบ้า”
ไม่มีคำตอบจากแมง มีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอที่บอกว่าเจ้าตัวเข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว น้ำเหนือค่อยๆ พลิกตัวกลับมามองเสี้ยวหน้าหล่อเหลาที่หลับสนิท
ในความมืด… ปีศาจแมงดูเหมือนเจ้าชายมากกว่าที่คิด
และคืนนั้น… ก็เป็นคืนแรกที่น้ำเหนือนอนหลับฝันดี โดยที่มีกลิ่นมินต์จากผมของใครบางคนลอยวนเวียนอยู่รอบจมูกตลอดคืน



