“เก้าสิบแปด… เก้าสิบเก้า…”
เสียงนับเลขของแมงราบเรียบไร้อารมณ์ เหมือนเครื่องจักรสังหารที่ไม่มีวันเหนื่อย แต่สำหรับคนที่กำลังเหวี่ยงไม้ตีลม (Swing) อยู่กลางสนามอย่างน้ำเหนือนั้น… มันคือเสียงเรียกจากยมทูตชัดๆ
“ฮึบ… ร…ร้อย!”
ตุ้บ!
ทันทีที่ครบกำหนด น้ำเหนือก็ทิ้งไม้ตีแล้วทิ้งตัวลงนอนแผ่หลากลางพื้นหญ้าทันที แขนทั้งสองข้างสั่นเทาจนไร้ความรู้สึก ลมหายใจหอบถี่จนแสบหน้าอก เหงื่อท่วมตัวจนเหมือนเพิ่งขึ้นมาจากสระน้ำ
“ยังไม่จบ” เสียงมารร้ายดังขึ้นเหนือหัว
น้ำเหนือปรือตามอง เห็นแมงยืนค้ำหัวอยู่ มือข้างหนึ่งถือขวดน้ำเย็นเจี๊ยบที่มีหยดน้ำเกาะพราว อีกข้างล้วงกระเป๋ากางเกง
“ลุกขึ้นมาคูลดาวน์ ยืดกล้ามเนื้อก่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็เดี้ยง ลุกไม่ขึ้นหรอก”
“ฆ่า… กู… ที…” น้ำเหนือครางเสียงแหบ “ไม่ไหวแล้ว… แขนกู… ไม่ใช่ของกูแล้ว…”
“อย่าสำออย” แมงพูดเสียงดุ แต่ก็ย่อตัวลงนั่งยองๆ ข้างๆ เขาเอานิ้วจิ้มไปที่ต้นแขนของน้ำเหนือแรงๆ
“โอ๊ย! เจ็บนะเว้ย!” น้ำเหนือสะดุ้ง
“เจ็บก็แปลว่ายังมีชีวิตอยู่ ลุกเร็วๆ กูหิวข้าว”
“มึงก็ไปกินสิ! ใครล่ามโซ่มึงไว้!” น้ำเหนือแหวใส่ ทั้งที่ตายังลืมไม่ขึ้น
บรรยากาศรอบข้างมืดสนิทแล้ว ไฟสนามถูกปิดไปครึ่งหนึ่ง เพื่อนๆ คนอื่นทยอยกลับกันไปหมด จี้กับโป้งพยายามจะอยู่รอ แต่แมงไล่กลับไปตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงที่แล้ว โดยอ้างกฎเหล็กว่า ‘คนนอกห้ามเฝ้าตอนซ้อมพิเศษ จะทำให้เสียสมาธิ’ พร้อมรับปาก (แบบหน้าตาย) ว่าจะดูเพื่อนให้เอง
สรุปคือตอนนี้ทั้งสนามเหลือแค่เขากับไอ้ปีศาจผมยาวสองคน
โครก… คราก…
เสียงท้องร้องคำรามดังสนั่นก้องโลก ยิ่งกว่าเสียงฟ้าร้องหน้าฝน ทำลายความเงียบระหว่างคนสองคนจนพังพินาศ
แมงชะงัก เลิกคิ้วมองไปที่หน้าท้องแบนราบของน้ำเหนือ
น้ำเหนือหน้าแดงแปร๊ด อายจนอยากจะมุดดินหนีไปให้พ้นๆ เขาพยายามเอามือปิดท้องแต่มันก็ห้ามเสียงประท้วงแห่งความหิวโหยไม่ได้
“เสียงดุดันกว่าตอนมึงตะโกนซ้อมอีกนะ” แมงมุมปากกระตุกยิ้มล้อเลียน
“เออ! ก็คนมันหิว! มึงใช้งานกูเยี่ยงทาส ข้าวยังไม่ตกถึงท้องสักเม็ด!” น้ำเหนือโวยวายแก้เขิน
แมงถอนหายใจ ส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
“ลุก”
“ไม่ลุก! ไม่มีแรง!”
“จะลุกดีๆ หรือจะให้กูหิ้ว?” แมงขู่เสียงต่ำ
น้ำเหนือมองหน้าอีกฝ่าย เห็นแววตาเอาจริงก็รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นนั่ง แม้จะโงนเงนเหมือนตุ๊กตาล้มลุกก็ตาม
“ไปเก็บของ เดี๋ยวพาไปกิน” แมงออกคำสั่ง แล้วเดินนำไปที่ห้องเก็บอุปกรณ์โดยไม่รอ
…
15 นาทีต่อมา : ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่หน้ามอ
น้ำเหนือนั่งหน้ามุ่ยอยู่บนเก้าอี้พลาสติกสีแดง ในร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทางที่คลาคล่ำไปด้วยนักศึกษา กลิ่นน้ำซุปหอมฉุยลอยมาแตะจมูก ยิ่งกระตุ้นน้ำย่อยให้ทำงานหนักกว่าเดิม
ตรงข้ามเขา คือแมงที่ตอนนี้รวบผมขึ้นเป็นมวยสูงลวกๆ เพื่อจะได้กินสะดวก ใบหน้าหล่อเหลาที่เปื้อนเหงื่อเล็กน้อยดึงดูดสายตาสาวๆ ทั้งร้านให้หันมามอง แต่เจ้าตัวกลับไม่สนใจ ก้มหน้ากดโทรศัพท์ยิกๆ
“เส้นเล็กน้ำตกหมูตุ๋น พิเศษ สองชาม” แมงสั่งเสียงดังฟังชัดโดยไม่ถามความสมัครใจ “ชามนึงไม่ใส่ถั่วงอก ไม่ใส่กระเทียมเจียว”
น้ำเหนือหูผึ่ง “เฮ้ย! มึงรู้ได้ไงว่ากูไม่กินถั่วงอกกับกระเทียมเจียว?”
แมงวางโทรศัพท์ลง มองหน้าน้ำเหนือด้วยสายตาเรียบเฉย
“ตอนเที่ยงวันก่อนกูเห็นมึงนั่งเขี่ยทิ้งอยู่ที่โรงอาหาร… เขี่ยทิ้งจนโต๊ะเลอะเทอะ สกปรก”
“โห… นี่มึงแอบมองกูเหรอ?” น้ำเหนือยิ้มกริ่ม “แอบชอบกูเปล่าเนี่ย?”
“เพ้อเจ้อ” แมงสวนทันควัน “กูเป็นคนช่างสังเกต มันเป็นคุณสมบัติของพิชเชอร์ แล้วมึงกินทิ้งกินขว้าง น่ารำคาญ”
น้ำเหนือเบะปาก “ปากหมาจริงๆ คนอุตส่าห์จะซึ้ง”
ไม่นานก๋วยเตี๋ยวสองชามโตก็มาวางตรงหน้า ควันร้อนฉุยพร้อมกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย น้ำเหนือคว้าตะเกียบด้วยมือที่ยังสั่นไม่หาย
“มือสั่นเป็นเจ้าเข้าเลยนะมึง” แมงแซวขณะปรุงเครื่องปรุง
“ก็ใครทำล่ะ!” น้ำเหนือพยายามคีบลูกชิ้น แต่มือมันสั่นจนลูกชิ้นร่วงลงชาม จ๋อม! น้ำซุปกระเด็นใส่เสื้อนักศึกษาเป็นจุดด่างดวง
“ซุ่มซ่าม” แมงบ่นอุบ
เขาถอนหายใจอีกรอบ (วันนี้ถอนไปกี่รอบแล้ว) ก่อนจะวางตะเกียบตัวเอง แล้วเอื้อมมือมาดึงชามของน้ำเหนือไป
“เฮ้ย! จะแย่งกินเหรอ!”
“เงียบปาก แล้วนั่งเฉยๆ”
แมงใช้ช้อนกับส้อมคลุกเส้นก๋วยเตี๋ยวให้เข้ากัน ตัดลูกชิ้นหมูตุ๋นชิ้นใหญ่ให้พอดีคำ แล้วดันชามกลับมาให้น้ำเหนือ
“ใช้ช้อนตักกิน จะได้ไม่ต้องเกร็งมือ แขนมึงล้าหมดแล้ว ขืนฝืนใช้ตะเกียบ พรุ่งนี้มึงยกแขนไม่ขึ้นแน่”
น้ำเหนือมองชามก๋วยเตี๋ยวที่ถูกจัดการให้กินง่ายที่สุด แล้วเงยหน้ามองคนทำ
แมงก้มหน้ากินก๋วยเตี๋ยวของตัวเองต่อ ไม่ได้สนใจสายตาอึ้งๆ ของน้ำเหนือเลยสักนิด เขาตักกินเงียบๆ เคี้ยวตุ้ยๆ ดูมีความสุขกับของกินผิดกับมาดนิ่งๆ เมื่อกี้
“ข…ขอบใจ” น้ำเหนือพูดเสียงอ้อมแอ้ม
“รีบกิน เดี๋ยวร้านปิด” แมงตอบโดยไม่เงยหน้า “แล้วกินให้หมดด้วย สั่งพิเศษมา ผอมแห้งแรงน้อยแบบนี้จะเอาแรงที่ไหนไปหวดบอล”
“เออ รู้แล้วน่า บ่นเป็นพ่อเลย”
น้ำเหนือตักก๋วยเตี๋ยวเข้าปาก รสชาติน้ำซุปเข้มข้นกลมกล่อมแผ่ซ่านไปทั่วปาก แต่สิ่งที่ทำให้อร่อยกว่าปกติ… อาจจะเป็นเพราะความใส่ใจแปลกๆ ของคนตรงหน้านี่แหละ
ระหว่างที่กิน น้ำเหนือแอบลอบมองแมงเป็นระยะ
เวลากินข้าว แมงดูไม่ค่อยดุเท่าไหร่ แก้มตุ่ยๆ เวลาเคี้ยวทำให้ดูเด็กลง และที่สำคัญ… หมอนี่มันหล่อจริงๆ นั่นแหละ ยิ่งเวลามองใกล้ๆ แบบไม่มีอคติ ก็เข้าใจแล้วว่าทำไมจี้กับโป้งถึงบอกว่าหมอนี่เป็นตัวท็อป
“มองอะไร?” จู่ๆ แมงก็ถามขึ้น ทั้งที่ยังก้มหน้าซดน้ำซุป
“เปล่า!” น้ำเหนือรีบหลบตา “ใครมอง! มั่นหน้า!”
แมงวางช้อน เช็ดปาก แล้วเงยหน้าขึ้นสบตาน้ำเหนือตรงๆ
“กินเสร็จเดี๋ยวไปส่ง”
“ไม่ต้อง! กูมีขากลับเองได้”
“หอในปิดสี่ทุ่มครึ่ง” แมงยกนาฬิกาให้ดู “ตอนนี้สี่ทุ่มสิบห้า เดินไปไม่ทันหรอก”
“เชี่ย!” น้ำเหนือตาโต “แล้วทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้!”
“ก็เห็นมึงกินอร่อย ไม่อยากขัด” แมงลุกขึ้นหยิบกระเป๋าเงิน “มื้อนี้กูเลี้ยง… ถือว่าค่าจ้างที่มึงยอมมาเป็นหนูทดลองให้กูซ้อมสอน”
แมงเดินไปจ่ายเงินที่หน้าร้าน ทิ้งให้น้ำเหนือนั่งอ้าปากค้างอยู่ตรงนั้น
ใจดี? ปากร้าย? ขี้แกล้ง? หรือเป็นสุภาพบุรุษ?
น้ำเหนือเริ่มงงกับนิยามของคำว่า ‘แมง’ เข้าแล้วจริงๆ แต่ที่แน่ๆ…
“ก๋วยเตี๋ยวฟรี อร่อยจังโว้ย!” น้ำเหนือรีบตักลูกชิ้นลูกสุดท้ายเข้าปาก ก่อนจะวิ่งตามเจ้ามือจอมเก๊กออกไป



