บรรยากาศการซ้อมในช่วงเย็นวันนี้ดูคึกคักเป็นพิเศษ เพราะใกล้ถึงวันแข่งกระชับมิตรกับคณะวิศวะฯ เข้ามาทุกที สมาชิกทุกคนต่างขะมักเขม้นซ้อมกันอย่างหนัก รวมถึงน้ำเหนือที่กำลังพยายามหวดลมตีลูกทิพย์อยู่อย่างตั้งอกตั้งใจ
“เอวแข็งไปนะเหนือ ผ่อนคลายหน่อยครับ”
เสียงนุ่มทุ้มดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับสัมผัสอุ่นๆ ที่แตะลงบนไหล่ น้ำเหนือสะดุ้งโหยง หันขวับไปเจอรอยยิ้มพิมพ์ใจของพี่ซัน
“พ…พี่ซัน!” น้ำเหนือหน้าแดงแปร๊ด “พี่ซันมาดูผมซ้อมเหรอครับ?”
“ครับ พี่เดินตรวจดูเด็กๆ น่ะ เห็นเราเกร็งๆ เลยแวะมาดู” พี่ซันยิ้มหวาน ขยับเข้ามาใกล้จนน้ำเหนือได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพง “จับไม้แบบนี้มันจะเจ็บข้อมือนะ มา… เดี๋ยวพี่จัดท่าให้”
พี่ซันเอื้อมมือมาจับมือน้ำเหนือที่กำด้ามไม้ไว้ มือใหญ่นุ่มนิ่มของรุ่นพี่กุมทับมือน้ำเหนือ จัดองศาข้อศอกให้ใหม่อย่างอ่อนโยน
“ย่อเข่านิดนึงครับ… นั่นแหละ ตามองบอลนะ อย่ามองหน้าพี่ เดี๋ยวตีวืด”
“ฮะ… ฮ่ะๆ ครับ!” น้ำเหนือหัวเราะแห้งๆ หัวใจเต้นโครมครามเหมือนจะหลุดออกมาเต้นระบำ
‘โอ๊ยยย ฟิน! มือพี่ซันนิ่มมาก! ตัวหอมมาก! นี่มันสวรรค์ชัดๆ!’
จี้กับโป้งที่นั่งพักอยู่ข้างสนามมองภาพนั้นด้วยสายตาลุ้นระทึก
“งานนี้ไอ้เหนือคอมพลีทแล้วว่ะ” โป้งกระซิบ
“เออ แต่กูว่า… มีคนไม่คอมพลีทด้วยว่ะ” จี้พยักพเยิดหน้าไปทางเนินดินกลางสนาม
บนนั้น… ราชสีห์หนุ่มผมยาวกำลังยืนนิ่งสนิท ลูกซอฟต์บอลในมือถูกบีบแน่นจนเส้นเลือดที่แขนปูดโปน สายตาคมกริบจ้องเขม็งมาที่จุดที่พี่ซันกับน้ำเหนือยืนอยู่ ราวกับจะเผาให้มอดไหม้ไปทั้งคู่
“ไอ้แมง… หน้ามันดู… พร้อมฆ่าคนมาก” โป้งกลืนน้ำลาย
ทันใดนั้น แมงก็ทิ้งลูกบอลลงพื้น แล้วเดินอาดๆ ลงมาจากเนินดิน ขายาวก้าวเร็วๆ ตรงดิ่งมาที่คู่รักหวานแหวว (ในจินตนาการของน้ำเหนือ)
“พี่ซันครับ” เสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบดังแทรกขึ้น
พี่ซันชะงัก หันไปมอง “อ้าว ว่าไงแมง? มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”
“โค้ชเรียกพี่ไปดูแผนการเล่นทีมรับครับ” แมงโกหกหน้าตาย สีหน้าเรียบเฉยแต่แววตาดุ
“อ้าวเหรอ? โอเคๆ เดี๋ยวพี่ไป” พี่ซันปล่อยมือจากน้ำเหนือ “งั้นเหนือซ้อมไปก่อนนะ เดี๋ยวพี่มาดูใหม่”
“ด…ได้ครับ!” น้ำเหนือรับคำอย่างเสียดาย มองตามแผ่นหลังพี่ซันตาละห้อย
เมื่อพี่ซันเดินลับตาไปแล้ว น้ำเหนือก็หันขวับมาหาตัวมารขัดความสุข
“ไอ้แมง! มึงจะมาขัดจังหวะทำไมเนี่ย! กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเลย!”
แมงไม่ตอบ แต่เดินเข้ามาประชิดตัวน้ำเหนือ ยืนค้ำหัวด้วยความสูงที่ข่มกันมิด
“เข้าด้ายเข้าเข็ม?” แมงเลิกคิ้ว “มึงมาซ้อมกีฬา หรือมาซ้อมเข้าห้องหอ?”
“ปากหมา! พี่เขาแค่สอนจับไม้!”
“สอนจับไม้บ้านป้าแกต้องยืนเบียดขนาดนั้น?” แมงสวนกลับเสียงแข็ง “แล้วมึงก็ยืนทื่อเป็นสากกะเบือ ให้เขาจับไม้จับมือ อ่อนระทวยเชียวนะ น่าหมั่นไส้”
“ก็กูชอบเขา! กูเขิน!”
“ไร้สาระ” แมงตัดบท “ท่าเมื่อกี้ผิดหมด ถ้าตีแบบนั้นข้อมือมึงหักก่อนได้แต้มแน่ มานี่!”
“เฮ้ย! จะทำไร!”
ไม่ทันได้ตั้งตัว แมงก็ก้าวเข้ามาซ้อนหลังน้ำเหนือทันที!
แผ่นอกกว้างแกร่งแนบชิดกับแผ่นหลังบางของน้ำเหนือจนแทบไม่มีช่องว่าง กลิ่นกายชายหนุ่มผสมกลิ่นสบู่มิ้นต์เย็นๆ และกลิ่นเหงื่อจางๆ ปะทะเข้าจมูกน้ำเหนืออย่างจัง มันรุนแรงและดิบเถื่อนกว่ากลิ่นน้ำหอมผู้ดีของพี่ซันร้อยเท่า
“จับไม้ดีๆ” เสียงกระซิบแหบพร่าดังชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนน้ำเหนือขนลุกซู่
มือแกร่งที่มีเส้นเลือดปูดโปนเอื้อมมาจับทับมือน้ำเหนือทั้งสองข้าง แรงบีบกระชับแน่นมั่นคงกว่าพี่ซันมาก นิ้วยาวแข็งแรงจัดระเบียบนิ้วของน้ำเหนือให้ล็อกกับด้ามไม้
“กางขาออกอีกนิด”
เข่าของแมงดันแทรกระหว่างขาน้ำเหนือ บังคับให้คนตัวเล็กกว่ากางขาออกเพื่อทรงตัว สภาพตอนนี้เหมือนน้ำเหนือถูกแมงโอบกอดไว้ทั้งตัวจากด้านหลัง กลืนกินเข้าไปในอ้อมกอดแข็งแกร่ง
“มะ… แมง… มัน… ใกล้ไป…” น้ำเหนือเสียงสั่น หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนอยู่กับพี่ซันเสียอีก แต่มันเต้นด้วยความรู้สึกที่ต่างออกไป… มันตื่นเต้น ประหม่า และร้อนวูบวาบไปทั้งตัว
“เงียบ” แมงดุเบาๆ ข้างหู “โฟกัสที่ไม้ อย่าใจลอย”
แมงบังคับมือน้ำเหนือให้วาดวงสวิงช้าๆ กล้ามเนื้อแขนของเขาเกร็งเบียดกับแขนของน้ำเหนือ ทุกการเคลื่อนไหวแนบชิดจนสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิร่างกายของกันและกัน
“ตามองข้างหน้า… จินตนาการว่าลูกบอลลอยมา…” แมงกระซิบเสียงต่ำ “บิดเอว… ส่งแรงจากสะโพก… ไม่ใช่ใช้แค่แขน”
มือใหญ่กดเอวน้ำเหนือให้บิดตามจังหวะ น้ำเหนือหน้าแดงจนแทบจะระเบิด ตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก สมองขาวโพลนไปหมด ลืมพี่ซันไปชั่วขณะ
“เข้าใจไหม?” แมงถาม ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนแก้มแทบชนกัน
“ข…ข…เข้าใจแล้ว!” น้ำเหนือรีบผละตัวออก หันหลังกลับมามองแมงด้วยความตื่นตระหนก
แมงยืนกอดอกมองผลงานตัวเองด้วยความพอใจลึกๆ มุมปากยกยิ้มร้ายกาจ
“ดี จำความรู้สึกเมื่อกี้ไว้” เขาพูดหน้าตาย “อย่าให้ใครมาสอนมั่วซั่วอีก กูเป็นบัดดี้มึง กูสอนคนเดียวพอ จบนะ?”
“เออ! จบ! ไปไกลๆ เลยไป๊!” น้ำเหนือไล่ตะเพิดแก้เขิน หัวใจยังเต้นไม่หยุด
แมงหัวเราะในลำคอ หันหลังเดินกลับไปที่เนินดินอย่างอารมณ์ดี ผิดกับตอนเดินลงมาลิบลับ
…
วันแข่งขัน : ศึกกระชับมิตร คณะบริหารฯ vs คณะวิศวะฯ
บรรยากาศในสนามร้อนระอุยิ่งกว่าอากาศ กองเชียร์แน่นขนัด ทีมวิศวะฯ ขนตัวถึกๆ มาเพียบ ดูน่ากลัวและดุดันสมชื่อ
น้ำเหนือนั่งตัวลีบอยู่ที่ม้านั่งสำรอง วันนี้เขาคงไม่ได้ลงสนามแน่ๆ เพราะฝีมือยังอนุบาลหมีน้อย แต่ก็อดตื่นเต้นไม่ได้
“ไอ้แมงแม่งเท่ชิบหาย…” จี้ (ที่แอบมาดูด้วย) เผลอชมออกมา
ในสนาม แมงในชุดแข่งเต็มยศดูสง่างามและทรงพลัง เขาขว้างลูกสไตรค์รัวๆ จนทีมวิศวะฯ ตีไม่ออก ผมยาวที่มัดตึงสะบัดไหวทุกจังหวะการเคลื่อนไหว เรียกเสียงกรี๊ดจากสาวๆ รอบสนามดังสนั่น
เกมดำเนินไปอย่างสูสี จนกระทั่งอินนิ่ง (Inning) ที่ 7 ช่วงท้ายเกม
“เฮ้ย! ระวัง!”
เสียงตะโกนดังลั่น เมื่อลูกบอลจากการตีของฝ่ายตรงข้ามพุ่งผิดวิถี! มันไม่ได้ลอยไปในสนาม แต่มันพุ่งตรงมาที่ม้านั่งสำรอง… ตรงจุดที่น้ำเหนือนั่งเหม่ออยู่พอดี!
“เหนือ! หลบ!”
น้ำเหนือเงยหน้าขึ้นมา เห็นลูกบอลสีเหลืองพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง ร่างกายเขาแข็งทื่อ ขยับหนีไม่ทัน
ปึก!
เสียงของหนักกระแทกเนื้อดังสนั่น… แต่น้ำเหนือไม่รู้สึกเจ็บ
เขาลืมตาขึ้นช้าๆ ภาพตรงหน้าคือแผ่นหลังกว้างของใครบางคนที่เข้ามายืนบังเขาไว้ ร่างนั้นเซไปเล็กน้อยจากการรับแรงกระแทก
“แมง!” น้ำเหนือร้องลั่น
แมงยืนหอบหายใจถี่ เขาใช้ไหล่ขวารับลูกบอลแทนน้ำเหนือเต็มๆ ทั้งที่มันคือแขนข้างถนัดที่ใช้ขว้างลูก!
“ไอ้แมง! มึง… มึงเป็นไรไหม!?” น้ำเหนือรีบประคองแมงที่หน้าเริ่มซีด
แมงหันมามอง กัดฟันแน่นด้วยความเจ็บปวด เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นเต็มหน้าผาก แต่สายตายังคงกวาดมองสำรวจร่างกายน้ำเหนืออย่างเป็นห่วง
“มึง… เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?” คำถามแรกที่หลุดจากปากคนเจ็บ กลับเป็นคำถามถึงคนที่ไม่โดนอะไรเลย
“กูไม่เจ็บ! มึงนั่นแหละ! มึงเอาแขนรับทำไม!” น้ำเหนือน้ำตาคลอเสียงสั่น
“ก็มึงนั่งบื้ออยู่…” แมงพยายามฝืนยิ้มแต่มุมปากกระตุก “หลบไม่ทัน… ก็ต้องรับแทน… หน้าที่บัดดี้…”
ก่อนที่แมงจะทรุดลงกับพื้น ท่ามกลางเสียงหวีดร้องของคนทั้งสนามและความโกลาหลที่เกิดขึ้น
แขนขวาของเอซมือหนึ่ง… แขนข้างที่สำคัญที่สุดของทีม… ตอนนี้ห้อยตกลงข้างตัวอย่างหมดสภาพ!



