HomeChapterบทที่ 11 : เชือกผูกรองเท้ากับระยะห่างที่หายไป

บทที่ 11 : เชือกผูกรองเท้ากับระยะห่างที่หายไป

แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านสีเทาเข้ามาในห้องนอนที่เงียบสงบ

น้ำเหนือรู้สึกตัวตื่นขึ้นด้วยความงัวเงีย เขาพยายามจะพลิกตัวแต่กลับพบว่าขยับไปไหนไม่ได้ เนื่องจากมีท่อนแขนหนักๆ (ข้างซ้ายที่ยังดีอยู่) ของใครบางคนพาดทับช่วงเอวเอาไว้แน่น แถมเขายังนอนตะแคงหันหน้าเข้าหาแผงอกอุ่นๆ ที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจอีกต่างหาก

กลิ่นสบู่มินต์จางๆ ที่คุ้นเคยทำให้น้ำเหนือชะงัก

‘เออว่ะ… เมื่อคืนนอนกอดกับไอ้แมง’

น้ำเหนือค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของอ้อมกอด แมงยังหลับสนิท ผมยาวสลวยกระจายอยู่บนหมอนสีขาวดูตัดกันอย่างชัดเจน แพขนตายาวทาบลงบนแก้ม ใบหน้าตอนหลับดูไร้พิษสงเหมือนเด็กโข่ง ผิดกับตอนตื่นที่เป็นหมาบ้าจอมดุ

“เวลานอนก็น่ารักดีนี่หว่า…” น้ำเหนือพึมพำเบาๆ เผลอยกนิ้วขึ้นไปเขี่ยปลายผมของแมงเล่น

จู่ๆ คนที่คิดว่าหลับอยู่ก็ขยับปากพูดทั้งที่ตายังหลับ

“ลวนลามกูแต่เช้าเลยนะ”

“เฮ้ย!” น้ำเหนือสะดุ้ง ชักมือกลับแทบไม่ทัน “ตื่นแล้วก็ไม่บอก! แกล้งหลับเหรอวะ!”

แมงค่อยๆ ปรือตาขึ้น นัยน์ตาสีเข้มฉายแววง่วงงุนแต่ก็แฝงรอยยิ้มล้อเลียน เขาไม่ยอมเอาแขนออกจากเอวน้ำเหนือ แถมยังกระชับกอดแน่นขึ้นอีกนิด

“ไม่ได้แกล้งหลับ แค่ไม่อยากตื่น… หมอนข้างวันนี้มันนิ่มดี”

“หมอนข้างบ้านมึงสิมีชีวิต!” น้ำเหนือหน้าแดง พยายามแกะแขนแมงออก “ปล่อยได้แล้ว! สายแล้วเนี่ย วันนี้มีเรียนเช้า!”

แมงถอนหายใจยาวเหยียด ยอมปล่อยมือแต่โดยดี แล้วลุกขึ้นนั่งบิดขี้เกียจ ผมเผ้ายุ่งเหยิงดูเซอร์ไปอีกแบบ

“ปวดแขน…” แมงบ่น พลางก้มมองแขนขวาที่ยังคล้องผ้าอยู่

“สมควร” น้ำเหนือลุกตาม “ไปอาบน้ำไป เดี๋ยวช่วยแต่งตัว”

15 นาทีต่อมา : หน้าตู้เสื้อผ้า

ภารกิจที่ยากกว่าการสระผม คือการ “ติดกระดุมเสื้อนักศึกษา”

แมงยืนนิ่งเป็นหุ่นโชว์ ปล่อยให้น้ำเหนือที่ตัวเตี้ยกว่ายืนสาละวนอยู่ตรงหน้า นิ้วเรียวของน้ำเหนือค่อยๆ บรรจงติดกระดุมเม็ดเล็กๆ ทีละเม็ด ไล่จากชายเสื้อขึ้นมา

“มึงจะเกร็งหน้าอกทำไมเนี่ย มันติดยาก!” น้ำเหนือบ่นเมื่อนิ้วเขาพลาดหลุดจากรังดุมเป็นรอบที่สาม เพราะกล้ามอกแน่นๆ ของแมงมันดันเสื้อจนตึง

“ไม่ได้เกร็ง มันเป็นของมันเอง” แมงตอบหน้าตาย ก้มมองศีรษะทุยๆ ของน้ำเหนือที่อยู่ระดับคางเขาพอดี กลิ่นหอมอ่อนๆ จากยาสระผมขวดเดียวกันกับที่เขาใช้ ลอยมาแตะจมูก

“เสร็จยัง? หิวข้าว”

“เออๆ เสร็จแล้ว!” น้ำเหนือติดกระดุมเม็ดบนสุดเสร็จ แล้วจัดปกเสื้อให้เรียบร้อย “เนคไทผูกเองได้ใช่ไหม?”

“ไม่ได้ มือเดียว” แมงยื่นเนคไทให้ “ผูกให้หน่อย”

น้ำเหนือรับเนคไทมาอย่างจำยอม เขาขยับเข้าไปใกล้อีกนิด ยกแขนขึ้นคล้องเนคไทที่คอแกร่ง ระยะห่างตอนนี้ใกล้จนอันตราย

แมงยืนนิ่ง มองดูสีหน้าจริงจังของน้ำเหนือที่กำลังขมวดคิ้วผูกเงื่อนเนคไท เขาเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกบางอย่างมันพองโตขึ้นมาในอก… ความรู้สึกที่ว่า ‘มีคนดูแลมันดีแบบนี้นี่เอง’

ปกติแมงอยู่คนเดียวมาตลอด ทำอะไรด้วยตัวเอง เจ็บก็ทน หิวก็กิน ไม่เคยง้อใคร แต่พอมีไอ้เด็กดื้อคนนี้เข้ามาวนเวียนในชีวิต โลกสีเทาๆ ของเขาก็เริ่มมีสีสัน (ส่วนใหญ่เป็นสีชมพูของป๊อกกี้ และสีแดงของแก้มน้ำเหนือ)

“มองไร?” น้ำเหนือเงยหน้าขึ้นมาสบตาพอดี มือยังจับปมเนคไทอยู่

“มองคนขี้บ่น” แมงตอบเลี่ยงๆ “ผูกเบี้ยว”

“ไม่เบี้ยว! ฝีมือระดับนี้แล้ว” น้ำเหนือตบที่อกแมงเบาๆ “เสร็จ! หล่อแล้วพ่อคุณ ไปกินข้าวกัน”

มหาวิทยาลัย : ม้าหินอ่อนใต้คณะบริหาร

วันนี้แมงดื้อแพ่งจะมานั่งรอน้ำเหนือเรียนที่ใต้คณะบริหาร (โดยอ้างว่าคณะวิทย์แอร์เย็นเกินไป ปวดแผล) ทำเอาสาวๆ หนุ่มๆ แถวนั้นแตกตื่นกันยกใหญ่ที่เห็นเดือนคณะวิทย์มานั่งจิบกาแฟอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่ถิ่นอื่น

“มึงไม่ไปเรียนเหรอวะ?” น้ำเหนือถามตอนพักเบรก เดินลงมาหาพร้อมจี้กับโป้ง

“บ่ายอาจารย์ยกคลาส” แมงตอบสั้นๆ วางหนังสือการ์ตูนลง แล้วหยิบกล่องป๊อกกี้รสสตรอว์เบอร์รีขึ้นมา “แกะให้หน่อย”

น้ำเหนือถอนหายใจแต่ก็รับไปแกะให้อย่างรู้งาน จี้กับโป้งมองหน้ากันแล้วยิ้มกรุ่มกริ่ม

“แหม… รู้ใจกันจริ๊ง” จี้แซว “นี่ตกลงมึงเป็นบัดดี้หรือเป็นคู่ผัวตัวเมียกันแน่วะ?”

“ปากหมานะอีจี้!” น้ำเหนือหันไปด่าเพื่อน “ก็มันเจ็บแขนอยู่!”

“เจ็บแขนแต่ไม่ได้เป็นง่อยปะวะ” โป้งเสริม “แต่ก็นะ… เห็นพวกมึงดูแลกันดีกูก็สบายใจ ไอ้แมง ฝากดูเพื่อนกูด้วยนะ ช่วงนี้มันดู… สดใสขึ้นแปลกๆ”

แมงยิ้มมุมปาก เคี้ยวป๊อกกี้แก้มตุ่ย “อืม จะดูให้อย่างดี”

น้ำเหนือนั่งลงข้างๆ แมง หยิบหนังสือเรียนเล่มหนาขึ้นมาเปิดอ่าน

“อ่านไร?” แมงชะโงกหน้ามาดู

“Marketing 101 อาจารย์สั่งงานกลุ่ม ให้วิเคราะห์แบรนด์” น้ำเหนือทำหน้าเครียด “ยากชิบหาย กูยังคิดไม่ออกเลยว่าจะเอาแบรนด์อะไร”

“ง่ายจะตาย” แมงแย่งหนังสือไปดู “การตลาดคือการทำให้คนเชื่อในสิ่งที่มึงอยากขาย… เหมือนที่มึงพยายามขายตัวเองให้ไอ้ซันนั่นแหละ แต่สินค้ามึงดีนะ แค่พรีเซนต์ผิดกลุ่มเป้าหมาย”

“ด่ากูอีกละ!” น้ำเหนือแย่งหนังสือคืน “แล้วกลุ่มเป้าหมายกูควรเป็นใครวะ?”

แมงหันมามองหน้าน้ำเหนือ นัยน์ตาสีเข้มฉายแววจริงจังขึ้นมาแวบหนึ่ง

“ก็คนที่มองเห็นคุณค่าของสินค้าไง…” แมงพูดเสียงเรียบ “…คนที่รู้ว่าถึงแพ็กเกจจิ้งจะดูซื่อบื้อ แต่ข้างในมีคุณภาพ”

น้ำเหนือชะงัก รู้สึกหน้าร้อนวูบวาบกับคำเปรียบเทียบนั้น

“ใครวะ… คนซื่อบื้อ” น้ำเหนือแก้เก้อเสียงเบา

“ก็แถวๆ นี้แหละ” แมงหยิบป๊อกกี้ขึ้นมากินอีกแท่ง “รีบๆ ทำเข้า เดี๋ยวสอนให้ กูเคยอ่านผ่านๆ สนุกดี”

บรรยากาศรอบตัวดูผ่อนคลาย ไม่มีใครพูดอะไรต่อ น้ำเหนือนั่งทำการบ้าน โดยมีแมงนั่งเฝ้าเงียบๆ คอยแย่งน้ำกินบ้าง คอยชี้จุดผิดในงานบ้าง

มันไม่ใช่ความรักที่หวือหวา ไม่มีการบอกรักหวานซึ้ง หรือซีนโรแมนติกใต้แสงเทียน

แต่มันคือความสบายใจ… ความรู้สึกที่ว่า ‘แค่มีคนนี้นั่งอยู่ข้างๆ ก็โอเคแล้ว’

จู่ๆ น้ำเหนือก็สังเกตเห็นเชือกรองเท้าผ้าใบของแมงหลุด

“แมง เชือกหลุด” น้ำเหนือชี้

“อ้าวเหรอ…” แมงก้มมอง ทำท่าจะใช้มือซ้ายก้มลงไปผูกแต่มันดูทุลักทุเลมาก เพราะติดแขนขวาที่ห้อยอยู่

น้ำเหนือมองภาพนั้นแล้วถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะตัดสินใจวางปากกา แล้วทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้น

“เฮ้ย ทำไร?” แมงตกใจ จะชักเท้าหนี

“อยู่นิ่งๆ เดี๋ยวผูกให้” น้ำเหนือจับข้อเท้าแมงไว้ “มือเดียวจะผูกยังไงให้แน่น เดี๋ยวเดินสะดุดหัวทิ่ม แขนหักอีกข้างทำไง”

น้ำเหนือบรรจงผูกเชือกรองเท้าให้แมงอย่างตั้งใจ ผูกเป็นโบว์สวยงามแน่นหนา

แมงมองภาพคนตัวเล็กที่ก้มหัวให้เขา ยอมเปื้อนฝุ่นเพื่อผูกรองเท้าให้เขา… ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายมันเต้นแรงจนเจ็บ

เขาไม่เคยยอมให้ใครมาทำอะไรแบบนี้ให้ ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร และไม่เคยให้ใครมาก้มหัวให้

แต่กับคนนี้… มันไม่ใช่เรื่องของศักดิ์ศรี แต่มันคือ ‘ความใส่ใจ’

“เสร็จแล้ว” น้ำเหนือลุกขึ้น ปัดฝุ่นที่เข่า “คราวหน้าหัดใส่รองเท้าแบบไม่มีเชือกนะ จะได้ไม่ลำบาก”

แมงมองหน้าน้ำเหนือด้วยสายตาที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่เคยมีมา เขาใช้มือซ้ายเอื้อมไปจับมือน้ำเหนือที่เปื้อนฝุ่นเล็กน้อยขึ้นมา แล้วใช้นิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ

“ขอบใจ…”

“…”

“เย็นนี้… อยากกินหมูกระทะไหม?”

น้ำเหนือตาโตทันที “เลี้ยงปะ?”

“เออ เลี้ยง” แมงยิ้ม “ฉลองที่ได้เบ๊ส่วนตัวเกรด A”

“ไอ้แมง! กูไม่ใช่เบ๊!”

เสียงหัวเราะและเสียงทะเลาะกันเบาๆ ดังขึ้นท่ามกลางแดดบ่ายที่อบอุ่น ความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่ได้ก้าวกระโดด แต่มันค่อยๆ ถักทอแน่นหนาขึ้นทีละนิด… เหมือนเงื่อนเชือกรองเท้าที่น้ำเหนือเพิ่งผูกไปเมื่อกี้นี้เอง

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments