บรรยากาศในสนามซอฟต์บอลตอนนี้เงียบกริบยิ่งกว่าห้องสอบไฟนอล ทั้งที่แดดเปรี้ยงจนเหงื่อไหลเข้าตา แต่น้ำเหนือกลับรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง
เขามายืนอยู่ที่ ‘แบตเตอร์บ็อกซ์’ (Batter’s box) หรือช่องสำหรับตีลูก โดยมีไม้ตีโลหะน้ำหนักอึ้งอยู่ในมือ ส่วนตรงหน้าห่างออกไป… คือปีศาจในร่างคน
ไอ้แมงยืนอยู่บนเนินดิน ขยับหมวกแก๊ปสีดำลงมาปิดหน้าผากเล็กน้อย แต่ไม่อาจปิดบังแววตาคมกริบที่จ้องมองมาได้เลย หมอนั่นกำลังหมุนลูกบอลในมือเล่นอย่างชำนาญ ราวกับกำลังคำนวณวิถีการฆาตกรรม… เอ้ย วิถีลูกที่จะขว้างอัดเขา
“พร้อมนะ?” เสียงเรียบๆ ดังขึ้น
“พ…พร้อม!” น้ำเหนือตะโกนตอบเสียงหลง พยายามตั้งท่าเลียนแบบในอนิเมะเบสบอลที่เคยดู
“จับไม้สูงไป” แมงทัก “ลดมือลง ย่อเข่า ตาอย่าลอกแลก”
น้ำเหนือรีบจัดท่าตามที่บอกแบบงกๆ เงิ่นๆ ไม่ทันไร…
วูบ! ปัง!
เสียงลมแหวกผ่านอากาศ ตามด้วยเสียงลูกบอลกระแทกถุงมือแคชเชอร์ที่อยู่ด้านหลังน้ำเหนือดังสนั่น น้ำเหนือยังไม่ทันได้ขยับไม้สักมิลลิเมตรเดียว ลูกบอลก็ผ่านหน้าไปแล้ว!
“เชี่ย…” จี้อุทานอยู่ข้างสนาม “มองไม่ทันเลยว่ะ เร็วฉิบหาย”
“ลูกแรก สไตรค์” แมงพูดหน้าตาย “มึงจะยืนเป็นหุ่นไล่กาหรือไง บอกให้ตี”
“ก็มันมองไม่ทันนี่หว่า!” น้ำเหนือโวยวาย “ขออีกที!”
แมงไม่ตอบ แต่ขยับตัวเตรียมขว้างลูกที่สอง ครั้งนี้เขาเหวี่ยงแขนเต็มวง ขาขวาก้าวเหยียดตึง ส่งแรงจากปลายเท้าสู่ปลายนิ้ว
ฟึ่บ!
น้ำเหนือหลับตาปี๋ เหวี่ยงไม้ตีออกไปสุดแรงเกิด
วูบ…
ว่าว… ว่าวสนิท ศัพท์เทคนิคเรียกว่าสวิงลม แต่ศัพท์ชาวบ้านเรียกว่าหน้าแตก
“สไตรค์ทู” แมงประกาศเสียงเรียบ “อีกทีเดียว ถ้าตีไม่ได้ ก็เชิญกลับบ้าน”
น้ำเหนือหอบแฮก เหงื่อท่วมตัวจนเสื้อนักศึกษาแนบเนื้อ มือที่กำไม้สั่นระริกจนแทบจะคุมไม่อยู่ ความกลัวลูกบอลยังคงมีอยู่เต็มอก แต่ความอายและความเจ็บใจมันมีมากกว่า
เขาหันไปมองข้างสนาม เห็นจี้กับโป้งทำหน้าลุ้นตัวโก่ง และไกลออกไป… พี่ซันกำลังยืนกอดอกมองมาด้วยรอยยิ้มให้กำลังใจ
‘ไม่ได้… จะยอมแพ้แค่นี้ไม่ได้ อายพี่ซันตายชัก’
น้ำเหนือสูดหายใจลึก กัดฟันแน่น แววตาที่เคยตื่นกลัวเริ่มเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นแบบดื้อรั้น
“เอามาเลย!” น้ำเหนือตะโกนท้า “กูจะตีลูกมึงให้ได้!”
แมงชะงักไปเล็กน้อย เขามองเห็นแววตานั้น… แววตาของลูกหมาที่รู้ว่าสู้ไม่ได้แต่ก็จะสู้ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันนิดหน่อย
‘ดื้อด้าน…’ แมงคิดในใจ ‘แรงก็ไม่มี ท่าก็ไม่ได้ เรื่องอะไรต้องพยายามขนาดนั้น’
แมงกำลูกบอลแน่น ตั้งใจจะขว้างลูกโค้งปิดเกมให้จบๆ ไป จะได้ไล่ไอ้ตัวเล็กนี่กลับไปนอนตากแอร์สักที เขาง้างแขนขึ้นเตรียมปล่อยลูก
แต่เสี้ยววินาทีนั้น สายตาเขาก็เหลือบไปเห็นมือขาวๆ ของน้ำเหนือที่แดงเถือกจากการกำไม้แน่นจนเล็บจิกเนื้อ ขาที่สั่นพั่บๆ แต่ยังฝืนยืนปักหลักไม่ถอย
ลมหายใจของแมงสะดุดไปจังหวะหนึ่ง
‘เฮ้อ… น่ารำคาญชะมัด’
แทนที่จะสบัดข้อมือเพื่อปั่นลูกให้หมุนคว้าง แมงกลับคลายแรงที่ปลายนิ้วลงเล็กน้อย ลดความเร็วและความแรงลงโดยอัตโนมัติ เปลี่ยนจากลูก ‘ไรส์บอล’ ที่พุ่งขึ้น เป็นลูกตรงธรรมดาๆ ที่พุ่งเข้าไปกลาง ‘สไตรค์โซน’ แบบถวายพาน
ฟึ่บ!
น้ำเหนือที่เตรียมสวิงเต็มที่อยู่แล้ว เห็นลูกบอลลอยเข้ามา… มันดูช้ากว่าลูกเมื่อกี้? หรือตาเขาฝาด? ช่างมันเถอะ ตีแม่เลย!
เคร้ง!
เสียงโลหะกระทบหนังอัดแน่นดังใสกังวาน! แรงปะทะส่งผ่านไม้ตีจนมือชา แต่น้ำเหนือไม่สน เขามองเห็นลูกบอลกลิ้งหลุนๆ ผ่านหว่างขาแมงไปด้านหลัง!
“เฮ้ย! โดนแล้ว! ตีโดนแล้วโว้ยยยย!” จี้กระโดดตัวลอย กอดคอโป้งร้องลั่นสนาม
น้ำเหนือยืนอึ้ง มองไม้ในมือสลับกับลูกบอลที่กลิ้งไปไกล ความดีใจเอ่อล้นจนแทบจะร้องไห้ เขาทำได้! เขาตีลูกของไอ้ปีศาจแมงได้!
“เป็นไง!” น้ำเหนือทิ้งไม้แล้วชี้หน้าแมงอย่างผู้ชนะ “กูตีโดนแล้ว! เห็นมั้ย!”
แมงยืนมองลูกบอลที่กลิ้งผ่านไปนิ่งๆ ก่อนจะหันกลับมามองน้ำเหนือที่กำลังกระดี๊กระด๊าเหมือนลิงได้แก้ว เขาปัดฝุ่นที่กางเกงเล็กน้อย สีหน้ายังคงราบเรียบไร้อารมณ์เช่นเดิม
“ฟลุ๊ค” แมงพูดคำเดียวสั้นๆ
“ฟลุ๊คอะไร! ฝีมือล้วนๆ!” น้ำเหนือเถียงคอเป็นเอ็น “มึงบอกเองนะว่าถ้าตีโดนจะให้ผ่าน เป็นลูกผู้ชายพูดแล้วอย่าคืนคำนะเว้ย!”
แมงถอนหายใจยาว เดินอาดๆ เข้ามาหาน้ำเหนือจนประชิดตัว น้ำเหนือผงะถอยหลังนิดหน่อยด้วยความระแวง
“เออ” แมงตอบเสียงห้วน “พูดคำไหนคำนั้น”
เขาล้วงปากกาเมจิกออกมาจากกระเป๋ากางเกง ดึงใบสมัครยับๆ ในมือน้ำเหนือไป แล้วเซ็นชื่อยึกยือลงไปในช่อง ‘ผู้ทดสอบ’ อย่างรวดเร็ว
“ผ่าน” แมงยัดกระดาษใส่อกเสื้อน้ำเหนือแรงๆ จนคนตัวเล็กเซ “พรุ่งนี้สี่โมงเย็น มาซ้อมวิ่ง อย่าสาย ถ้าสายนาทีเดียวโดนรอบละ 5 นาที”
พูดจบแมงก็หันหลังเดินหนีไปหยิบขวดน้ำทันที ทิ้งให้น้ำเหนือยืนงงอยู่กลางสนาม
“เฮ้ย… มันยอมง่ายๆ งี้เลยเหรอวะ?” โป้งเดินเข้ามาหาเพื่อน
“สงสัยเมื่อกี้มันพลาดว่ะ” จี้วิเคราะห์ “ลูกเมื่อกี้กูดูแล้ว มันเบากว่าลูกแรกเยอะเลย สงสัยมือลื่น สมน้ำหน้า! เก๊กนักพลาดเองช่วยไม่ได้”
น้ำเหนือหยิบใบสมัครขึ้นมาดู ลายเซ็นหวัดๆ ของแมงปรากฏอยู่ตรงนั้น เขายิ้มกว้างออกมาอย่างภูมิใจ
“จะมือลื่นหรือตั้งใจก็ช่างเหอะ” น้ำเหนือจูบกระดาษใบนั้นหนึ่งที “ที่แน่ๆ กูได้เข้าชมรมแล้วโว้ย! รอรับความรักจากน้องเหนือได้เลยนะจ๊ะพี่ซัน!”
…
ที่ม้านั่งสำรอง แมงยกขวดน้ำขึ้นดื่ม พลางลอบมองไปยังกลุ่มก้อนเสียงดังที่กำลังกระโดดดีใจกันอยู่กลางสนาม สายตาของเขาหยุดอยู่ที่รอยยิ้มกว้างจนตาปิดของน้ำเหนือ
“หึ…”
เสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ ดังขึ้น เบาจนแทบไม่มีใครได้ยิน ก่อนที่เขาจะรีบตีหน้านิ่งเมื่อเพื่อนร่วมทีมเดินเข้ามาทัก
“เฮ้ยไอ้แมง เมื่อกี้มึงออมมือให้น้องมันเหรอวะ? ลูกนั้นหวานหมูมากเลยนะ” เพื่อนคนหนึ่งแซว
“มือลื่น” แมงตอบเสียงแข็ง “เหงื่อมันเยอะ รำคาญ จะกลับแล้ว”
เขาคว้ากระเป๋าเป้แล้วเดินหนีออกจากสนามไปดื้อๆ ทิ้งปริศนาไว้ให้คนข้างหลังสงสัย…
คนอย่าง ‘มังกร’ พิชเชอร์มือหนึ่งเนี่ยนะ… จะมือลื่นกับลูกเบสิคแค่นั้น?
ไม่มีทาง… ถ้าไม่ใช่เพราะ ‘ตั้งใจลื่น’ ล่ะก็นะ


