รัตติกาลมาเยือนเรือนท่านเจ้าคุณกรมท่า บรรยากาศเงียบสงัดต่างจากความวุ่นวายในยามกลางวันอย่างสิ้นเชิง เสียงจิ้งหรีดเรไรกรีดปีกระงมผสานกับเสียงน้ำในคลองที่ไหลเอื่อยๆ
ในเรือนหลังเล็กท้ายสวนที่แยกตัวโดดเดี่ยว พี่กล้า นั่งขัดสมาธิอยู่ในความมืด มีเพียงแสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาอาบไล้ร่างกำยำที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ความหิว… มันกลับมาอีกแล้ว ไม่ใช่ความหิวข้าวปลาอาหาร แต่เป็นความกระหายที่แล่นพล่านในกระแสเลือด ร่างกายของเขาเรียกร้องสิ่งที่ขาดหายไปเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
ก๊อก… ก๊อก…
เสียงเคาะประตูเบาๆ เป็นรหัสลับ กล้าลืมตาโพลง นัยน์ตาสีอำพันสว่างวาบก่อนจะรีบปรับให้เป็นปกติ เขาพุ่งตัวไปเปิดประตูอย่างเงียบเชียบ
คุณพุ่ม ยืนอยู่หน้าประตู ในชุดนอนผ้าแพรสีอ่อน ถือปิ่นโตเถาเล็กๆ ไว้ในมือ ใบหน้าขาวเนียนมีรอยยิ้มซุกซน “รอนานไหมเจ้าเสือ?”
กล้ารีบดึงพุ่มเข้ามาในห้องแล้วลงกลอนทันที “คุณพุ่มไม่ควรมาดึกดื่นป่านนี้… ถ้าท่านเจ้าคุณรู้เข้า…”
“พ่อข้าหลับไปตั้งแต่หัวค่ำแล้ว” พุ่มวางปิ่นโตลงบนพื้น แล้วเปิดฝาออก กลิ่นคาวเลือดสดใหม่ลอยคลุ้งออกมาทันที… ข้างในคือ เนื้อวัวสด สีแดงฉ่ำ หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ วางเรียงรายอยู่อย่างน่าทาน (สำหรับสมิง)
กล้ากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ร่างกายสั่นสะท้าน มือไม้เริ่มเกร็งจนเส้นเลือดปูด “กินสิ” พุ่มเอ่ยเสียงนุ่ม นั่งลงข้างๆ “ข้าแอบไปขอให้คนในโรงครัวแล่เก็บไว้ให้ บอกว่าจะเอามาให้หมาตัวโปรดกิน”
“ข้ากลายเป็นหมาไปเสียแล้วรึ?” กล้าแค่นหัวเราะ แต่สายตาไม่อาจละจากเนื้อในปิ่นโตได้
“หมาที่ข้ารักที่สุดเชียวนะ” พุ่มยิ้มล้อเลียน แล้วใช้ส้อมจิ้มเนื้อชิ้นหนึ่งยื่นไปจ่อที่ปากของกล้า “อ้าปากเร็วเข้า อย่าให้ข้าต้องป้อนด้วยปากเหมือนเมื่อวานนะ”
กล้าหน้าแดงวูบ รีบอ้าปากรับเนื้อชิ้นนั้นเข้าไป ทันทีที่รสชาติของเลือดสัมผัสลิ้น สติของเขาก็แทบกระเจิง แต่สร้อยพระที่คอและสายตาอ่อนโยนของพุ่มช่วยดึงรั้งเขาไว้ ไม่ให้ตะกละตะกลามเกินงาม
เขากินเนื้อจนหมดเถาอย่างรวดเร็ว โดยมีพุ่มนั่งเท้าคางมองด้วยแววตาที่เป็นประกาย “อิ่มไหม?”
“พอประทังชีวิตขอรับ” กล้าเช็ดปาก แล้วขยับตัวเข้าไปใกล้พุ่ม “ขอบคุณนะขอรับ… ที่ดูแลสัตว์เลี้ยงตัวนี้อย่างดี”
พุ่มเอื้อมมือไปลูบหัวกล้าเบาๆ สางนิ้วเข้าไปในเส้นผมหนานุ่ม “พี่ไม่ใช่สัตว์เลี้ยง… พี่เป็นคนของข้า จำไว้” ทั้งสองสบตากันเนิ่นนาน บรรยากาศอบอุ่นอบอวลในห้องแคบๆ จนแทบจะลืมอันตรายรอบกาย
“ข้าต้องไปแล้ว” พุ่มถอนหายใจอย่างเสียดาย “ขืนอยู่นานเดี๋ยวนมแย้มจะตื่นมาเจอ” พุ่มเก็บปิ่นโต ลุกขึ้นยืน แล้วก้มลงหอมแก้มกล้าฟอดใหญ่ “ฝันดีนะพี่กล้า”
กล้ายืนส่งพุ่มที่หน้าประตู มองตามจนร่างโปร่งบางหายลับไปในความมืดของสวน รอยยิ้มบนหน้าของกล้าค่อยๆ เลือนหายไป… แทนที่ด้วยแววตาอำมหิตของนักล่า
จมูกของเขาขยับฟุดฟิด… กลิ่นน้ำอบของพุ่มจางไปแล้ว แต่กลิ่น ‘ธูปและไอสังหาร’ ที่เขาได้กลิ่นเมื่อตอนกลางวัน… มันกลับมาอีกครั้ง และคราวนี้… มันอยู่ใกล้มาก
“ออกมา…” กล้าพูดเสียงต่ำกับความว่างเปล่าข้างนอก “อย่ามุดหัวเป็นเต่าหด”
ฟึ่บ!
เงาดำสายหนึ่งทิ้งตัวลงมาจากต้นมะม่วงหน้าเรือนอย่างแผ่วเบา ชายร่างเล็กในชุดผ้าเตี่ยวสีแดงยืนจังก้าอยู่ตรงหน้า ผิวตัวดำเมี่ยมตัดกับฟันขาวที่แสยะยิ้ม รอยสักอักขระแปลกตายุ่บยั่บเต็มตัว และในมือถือ ‘มีดหมอ’ เล่มเล็กที่ลงอาคมไว้
“จมูกไวสมคำร่ำลือนะ… ไอ้สมิงพลัดถิ่น” ชายปริศนาเอ่ยเสียงแหบแห้ง
“แกเป็นใคร?” กล้าก้าวลงจากเรือน ยืนประจันหน้า “ต้องการอะไร?”
“ข้าชื่อ ‘สอน’” ชายคนนั้นควงมีดเล่น “เป็นคนดูแลสวนสมุนไพรของท่านเจ้าคุณ… แต่ข้าก็มีงานอดิเรก คือการกำจัดพวก ‘สัมภเวสี’ ที่แฝงตัวเข้ามาในบ้านผู้มีพระคุณ”
“ข้าไม่ใช่สัมภเวสี” กล้าคำราม ขนแขนเริ่มลุกชัน
“ไม่ใช่รึ?” ไอ้สอนหัวเราะเยาะ “กลิ่นสาบสางหึ่งขนาดนี้ แถมยังแอบกินเนื้อดิบๆ… มึงคิดว่าข้าโง่รึ? มึงมันตัวกาลกิณีชัดๆ เข้ามาหลอกแดกลูกเจ้านายข้ากะลาหัวเจาะ!”
“หุบปาก!”
กล้าพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ ง้างหมัดหมายจะซัดให้สลบ แต่ไอ้สอนไวกว่าที่คิด! มันเบี่ยงตัวหลบวูบ แล้วซัดผงแป้งสีขาวบางอย่างใส่หน้ากล้า
ฟู่!
“อ๊ากกก!” กล้าร้องลั่น ยกมือปิดตา ผงแป้งนั้นร้อนแรงเหมือนพริกไทยผสมกรดกัดผิว แสบเข้าไปถึงลูกตาและจมูกที่ไวต่อกลิ่น “ผงพรายกระซิบ!” ไอ้สอนแสยะยิ้ม “แสบหน่อยนะไอ้เสือ”
มันพุ่งเข้ามาพร้อมมีดหมออาคม แทงสวนเข้าที่ชายโครงของกล้า แต่กล้าใช้สัญชาตญาณเบี่ยงตัวหลบ คมมีดเฉือนเนื้อที่เอวไปเป็นทางยาว เลือดสดๆ ไหลซึม
“เลือดมึง… สีเข้มดีนี่” ไอ้สอนเลียริมฝีปาก “เอาไปทำเสน่ห์คงแรงน่าดู”
กล้ากัดฟันกรอด ทั้งแสบตา ทั้งเจ็บแผล “มึงเล่นสกปรก!” เขาระเบิดพลังสมิงออกมาบางส่วน เล็บมืองอกยาว กรงเล็บตะปบเข้าที่ไหล่ของไอ้สอน แคว่ก! ไอ้สอนร้องเสียงหลง ถอยกรูดไป เลือดไหลอาบไหล่
“โอ้โฮ… เล่นของหนักซะด้วย” ไอ้สอนมองแผลตัวเองด้วยสายตาตื่นตะลึง “มึงไม่ใช่สมิงธรรมดา… มึงเป็น ‘สมิงเชื้อเจ้า’ รึ?”
“กูบอกให้มึงไสหัวไป!” กล้าคำราม ดวงตาข้างหนึ่งเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอำพัน
ไอ้สอนแสยะยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์กว่าเดิม “น่าสนใจ… น่าสนใจจริงๆ ท่านเจ้าคุณรู้หรือเปล่าหนอ ว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนกำลังเลี้ยงปีศาจระดับนี้ไว้ในบ้าน”
เสียงฝีเท้าของเวรยามเริ่มดังแว่วมา “เฮ้ย! เสียงอะไรท้ายสวนวะ!”
ไอ้สอนเก็บมีดหมอ แล้วกระโดดถอยหลังขึ้นไปบนกำแพงอย่างคล่องแคล่ว “วันนี้ข้าจะปล่อยมึงไปก่อน… แต่จำไว้ไอ้เสือ บ้านนี้มีกฎของมัน มึงเป็นแค่สัตว์เลี้ยง… อย่าริอาจปีนเกลียวขึ้นมาเทียบชั้นเจ้านาย”
“และระวังตัวไว้ให้ดี… ความลับของมึง อยู่ในกำมือข้าแล้ว”
ไอ้สอนหายวับไปในความมืด ทิ้งให้กล้ายืนหอบหายใจอยู่กลางสวน เสียงเวรยามใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
กล้ารีบเช็ดเลือดที่เอว และเก็บกรงเล็บกลับคืนสู่สภาพปกติ เขารีบถอยกลับเข้าไปในเรือน ปิดประตูลงกลอน หัวใจเต้นระรัวด้วยความโกรธและความกลัว
เขาไม่ได้กลัวไอ้สอน… แต่เขากลัวว่า หาก ‘ความลับ’ ของเขาถูกเปิดเผย… คุณพุ่ม จะเดือดร้อนที่สุด
และคำพูดทิ้งท้ายของไอ้สอนที่ว่า ‘สมิงเชื้อเจ้า’… มันหมายความว่าอะไรกันแน่? หรือว่ารอยสัก ‘เสือมีปีก’ บนอกเขา… จะเป็นกุญแจไขปริศนานั้น?


