HomeChapterบทที่ 20: ความทรงจำในรอยอดีต (Memories in the Scars of Time)

บทที่ 20: ความทรงจำในรอยอดีต (Memories in the Scars of Time)

แสงสว่างวาบ… กลืนกินทุกสรรพสิ่ง เสียงระเบิด เสียงตะโกน และความเจ็บปวดจางหายไป เหลือเพียงความเงียบงัน และความเวิ้งว้างสีขาวโพลน

ผมลืมตาขึ้น… ไม่รู้สึกเจ็บปวดอีกต่อไป รอบกายไม่มีห้องทำงานของศิวะ ไม่มีตึกคณะแพทย์ มีเพียงหมอกควันสีจางๆ ที่ลอยอ้อยอิ่ง

“วิน…” เสียงเรียกที่คุ้นเคยดังขึ้น ผมหันไปมอง… เห็นกาลยืนอยู่ข้างๆ แต่เขาไม่ได้อยู่ในสภาพบาดเจ็บปางตาย ผมสีขาวโพลนหายไป กลับกลายเป็นผมยาวสลวยสีดำสนิทรวบไว้ครึ่งศีรษะ สวมชุดไทยโบราณสีดำขลิบทอง ดูสง่างามและน่าเกรงขามราวกับเทวดา

“กาล… ทำไมแต่งตัวแบบนี้?” ผมก้มมองตัวเอง ผมก็แต่งตัวแปลกๆ ใส่เสื้อผ้าฝ้าย กางเกงขาก๊วย มีผ้าขาวม้าคาดเอว “นี่เรา… ตายแล้วเหรอ?”

“ยัง…” กาลส่ายหน้า แววตาของเขามองไปข้างหน้าด้วยความโศกเศร้า “จิตวิญญาณของเราผสานกัน… จนพาเราย้อนกลับมาสู่ ‘จุดเริ่มต้นแห่งพันธสัญญา’

กาลชี้มือไปข้างหน้า หมอกจางลง… เผยให้เห็นภาพเหตุการณ์เบื้องหน้า ไม่ใช่ภาพนิ่ง แต่เป็นภาพเคลื่อนไหวเหมือนเรากำลังยืนดูละครเวทีฉากใหญ่

ฉาก: สมรภูมิรบสมัยอยุธยาตอนปลาย

ท่ามกลางซากศพของทหารหาญ ยมทูตกาล (ในอดีต) กำลังเพลี่ยงพล้ำ! เขากำลังต่อสู้กับ “อสุรกาล” (ศิวะในร่างปีศาจเต็มยศ)

“ส่งแก่นวิญญาณของเจ้ามา!” อสุรกาลคำราม มันใช้กรงเล็บแทงทะลุหน้าอกของกาล! กาลกระอักเลือดสีทองออกมา ร่างกายเริ่มสลายแสง

ผมยืนดูภาพนั้นด้วยความตกใจ “กาลโดนแทง!”

ทันใดนั้น… เด็กหนุ่มชาวบ้านคนหนึ่ง หน้าตาเหมือนผมเปี๊ยบ วิ่งฝ่าดงดาบเข้ามา “อย่าทำเขาพะยะค่ะ!” (ภาษาโบราณที่เด็กหนุ่มใช้) เด็กหนุ่มคนนั้น… ‘เจ้ากล้า’ (อดีตชาติของวิน) กระโดดเอาตัวเข้าขวางจังหวะที่อสุรกาลจะปลิดชีพกาล เขาไม่มีอาวุธ… แต่เขามีจิตใจที่เด็ดเดี่ยว กล้าใช้มีดหมอเล่มเล็กๆ แทงสวนไปที่ดวงตาของอสุรกาล!

“อ๊ากกกกก!” อสุรกาลปล่อยมือจากกาล แต่ก่อนที่มันจะถอย มันตวัดกรงเล็บเฉือนวิญญาณของกล้าจนขาดวิ่น!

ร่างของกล้าร่วงลงสู่พื้น เลือดไหลนอง กาล (ในอดีต) รีบพยุงร่างเด็กหนุ่มขึ้นมา น้ำตาของยมทูตไหลรินเป็นครั้งแรก “เจ้ามนุษย์โง่เขลา… ทำไมเจ้าต้องเอาชีวิตมาแลกกับข้า…”

“ข้า… ข้าไม่อยากให้ท่านหายไป…” กล้ายิ้มทั้งที่เลือดท่วมปาก “ท่านเคยช่วยข้าตอนตกน้ำเมื่อวัยเยาว์… ท่านคือเพื่อนคนเดียวของข้า”

ลมหายใจของกล้าแผ่วลง กาลตัดสินใจทำผิดกฎสวรรค์ครั้งร้ายแรงที่สุด เขาควัก “แก่นวิญญาณ” (หัวใจของยมทูต) ของตัวเองออกมา แล้วกดมันลงไปที่กลางอกของกล้า!

“ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าตาย… ข้าแบ่งอายุขัยครึ่งหนึ่งของข้าให้เจ้า” “นับจากนี้… วิญญาณเจ้าจะมีเศษเสี้ยวของข้า… เราจะผูกพันกันทุกภพทุกชาติ จนกว่าข้าจะหาทางคืนชีวิตให้เจ้าได้สมบูรณ์”

กลับมาสู่มิติสีขาว

ภาพอดีตเลือนหายไป… ผมยืนอึ้ง น้ำตาไหลอาบแก้ม ความรู้สึกเจ็บปวดที่หน้าอก ความรัก ความผูกพัน… ทุกอย่างมันทะลักเข้ามาในความทรงจำ

“เข้าใจหรือยัง…” กาลในร่างปัจจุบันเดินเข้ามาหาผม “ที่ข้าเก็บวิญญาณเจ้าไม่ได้… เพราะในตัวเจ้า มีแก่นวิญญาณของข้าอยู่ครึ่งหนึ่ง” “เจ้าไม่ใช่แค่มนุษย์ธรรมดา… แต่เจ้าคือ ‘ครึ่งชีวิต’ ของข้ามาตั้งแต่ต้น”

“มิน่าล่ะ…” ผมเสียงสั่น “มิน่า… นายถึงต้องมาตามดูผม นายถึงเจ็บปวดเวลาผมเจ็บ” ผมเงยหน้ามองเขา “แล้วไอ้ศิวะ… มันก็รอเวลาที่จะกินผม เพื่อเอาแก่นของนายไป?”

“ใช่…” กาลพยักหน้า “แต่มันคำนวณผิดไปอย่างหนึ่ง”

กาลยื่นมือมาจับมือผม “มันคิดว่าการที่ข้าแบ่งแก่นวิญญาณไป จะทำให้ข้าอ่อนแอลง…” “แต่มันไม่รู้ว่า… เมื่อแก่นวิญญาณทั้งสองส่วนกลับมาประสานกัน…” กาลบีบมือผมแน่นขึ้น “มันจะทรงพลังยิ่งกว่าเดิม”

ทันใดนั้น! แสงสีทองจากตัวผม และแสงสีดำจากตัวกาล ก็พุ่งหากันและหมุนวนเป็นเกลียวคลื่น รอยร้าวบนตัวกาลเริ่มสมานเข้าหากัน ผมสีขาวโพลนของเขา… ค่อยๆ กลับกลายเป็นสีดำขลับประกายน้ำเงิน ใบหน้าที่เคยซูบตอบ กลับมาเปล่งปลั่งและงดงามยิ่งกว่าเดิม

“วิน…” กาลเรียกชื่อผม ด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง “พร้อมจะกลับไป… สั่งสอนเด็กดื้อหรือยัง?”

ผมยิ้ม… เช็ดน้ำตาออก “พร้อมเสมอ…”

ณ ห้องทำงานของศิวะ (โลกความจริง)

ตูม!!!

แสงสว่างระเบิดออกกลางห้อง! ผลักดันงูเงาของศิวะจนสลายไปเป็นจุณ ปรากฏร่างของสองหนุ่มปี 1 ยืนเคียงคู่กัน กาล… ในร่างยมทูตเต็มยศ ผมสีดำยาวสลวย ปีกสีดำกางสยาย ในมือถือเคียวคู่ และข้างกายเขา… วิน… ที่มีออร่าสีทองห่อหุ้มร่างกาย ในมือมีแส้ทรายสีทองที่ก่อตัวขึ้นจากพลังจิต

“ขอโทษที่ทำให้รอนานนะคุณหมอ…” ผมแสยะยิ้มเลียนแบบศิวะ “พอดีไปรื้อฟื้นความหลังมานิดหน่อย”

“เป็นไปไม่ได้! แก่นวิญญาณที่แตกไปแล้ว จะกลับมารวมกันได้ยังไง!” ศิวะกรีดร้อง

กาลก้าวออกมาข้างหน้า ชี้ปลายเคียวไปที่ศิวะ “เพราะสิ่งที่เชื่อมพวกเราไว้… ไม่ใช่แค่แก่นวิญญาณ” “แต่เป็น ‘หัวใจ’ ที่แกไม่มีวันเข้าใจ ศิวะ!”

“ฆ่ามัน!!!” ศิวะสติแตก กลายร่างเป็นปีศาจยักษ์พุ่งเข้าใส่

“วิน… จัดการปีกซ้าย!” กาลสั่งการ

“รับทราบ!” ผมสะบัดแส้ทราย พันธนาการแขนซ้ายของศิวะไว้ แล้วกระชากเต็มแรง กาลพุ่งตัวด้วยความเร็วแสง เคียวในมือตวัดฟันแขนขวาของศิวะขาดกระเด็น!

การต่อสู้ครั้งสุดท้ายเริ่มขึ้นแล้ว!

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments