HomeChapterบทที่ 1: มัจจุราชในดงไก่ย่าง

บทที่ 1: มัจจุราชในดงไก่ย่าง

สายลมแห่งกาลเวลาพัดพาใบไม้แห้งให้ปลิดปลิว ร่วงหล่นสู่ผืนธรณีเฉกเช่นชีวิตมนุษย์ที่ไม่อาจยั่งยืน…

ข้าพเจ้า… หรือในนามที่พวกเจ้าเรียกว่า ‘กาล’ ยืนตระหง่านอยู่บนดาดฟ้าตึกคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เบื้องล่างคือความโกลาหลของสิ่งที่เรียกว่า ‘มนุษย์’ เสียงกลองทอมดังตึ้งๆๆ ผสานกับเสียงตะโกนโหวกเหวกที่ไร้ซึ่งความสุนทรีย์

ดวงตาของข้าจดจ้องไปยังเป้าหมาย นายธาวิน วงศ์สวัสดิ์ อายุ 19 ปี สาเหตุการตาย: สะดุดขาตัวเองตกบันไดหนีไฟ เวลา 16.00 น.

ช่างเป็นการตายที่… ไร้สาระสิ้นดี

ข้าก้มมองนาฬิกาทรายในมือ เม็ดทรายสีเงินกำลังไหลรินลงสู่เบื้องล่าง อีกเพียง 5 นาทีเท่านั้น ข้าจะได้เกี่ยววิญญาณดวงนี้ แล้วกลับไปจิบชาดอกเหมยที่ปรโลกเสียที

ข้าก้าวเท้าลงจากดาดฟ้า ร่างกายโปร่งแสงทะลุผ่านกำแพงตึกมายังบันไดหนีไฟ รอคอยเวลานัดหมายดั่งเพชฌฆาตผู้ซื่อสัตย์

“เฮ้ย! ไอ้วิน! รีบลงมา พี่ว้ากจะแดกหัวแล้ว!” เสียงตะโกนไล่หลังมา

“เออๆ รู้แล้วน่า! แป๊บหนึ่ง ขอผูกเชือกรองเท้าก่อน!”

นั่นไง… เสียงของเป้าหมาย ชายหนุ่มร่างโปร่ง ผิวขาวจัดตัดกับเสื้อช็อปสีน้ำเงิน วิ่งกระหืดกระหอบมาที่บันไดหนีไฟ ข้ามองด้วยสายตาเย็นชา… เจ้ามนุษย์ผู้ประมาท จงเตรียมตัวเดินทางสู่ปรโลกเถิด

วินวิ่งมาด้วยความเร็วสูง เท้าซ้ายสะดุดเข้ากับเชือกรองเท้าตัวเองที่ผูกไม่แน่น ร่างของเขาถลาไปข้างหน้า ราวกับภาพสโลว์โมชั่น ศีรษะของเขากำลังพุ่งตรงไปยังราวเหล็ก…

ได้เวลาแล้ว ข้ายื่นมือออกไป เตรียมกระชากวิญญาณออกจากร่าง

วูบ!

ทันใดนั้น ดวงตาคู่สวยของเจ้าเด็กนั่นก็เบิกโพลง… และมันมองมาที่ข้า! ไม่ใช่แค่มองผ่าน… แต่มันสบตาข้า!

“เฮ้ย! หลบไป! ไอ้งั่งหน้าหล่อ!”

วินตะโกนลั่น ก่อนจะพยายามบิดตัวกลางอากาศเพื่อหลบ ‘วิญญาณ’ อย่างข้า ทำให้แทนที่หัวจะฟาดราวเหล็ก เขากลับหมุนตัว 360 องศา แล้วร่วงลงไปทับ… ถังขยะใบใหญ่ที่ภารโรงเพิ่งลากมาวาง

โครม!!!

ความเงียบปกคลุมไปทั่วบริเวณ… ข้ากะพริบตาปริบๆ มองดูสมุดมรณะในมือ ตัวอักษรสีแดงฉานเมื่อครู่ พลันสลายกลายเป็นควันสีทอง แล้วก่อตัวขึ้นใหม่เป็นประโยคที่ทำให้ยมทูตอายุสามพันปีอย่างข้าต้องอ้าปากค้าง

…สถานะ: รอดตาย (ชั่วคราว) เนื่องจากปัจจัยแทรกซ้อน (ยมทูตขวางทาง) …ภารกิจใหม่: เฝ้าระวังจนกว่าเวลาที่แท้จริงจะปรากฏ

“โอ๊ย… หลังหักไหมเนี่ยกู” เจ้าเด็กวินตะเกียกตะกายขึ้นมาจากกองถุงดำ สภาพดูไม่จืด ใบหน้าเปื้อนซอสพริก แต่สิ่งที่น่าตกใจกว่าคือ เขาลุกขึ้นมาชี้หน้าข้า

“นี่นาย! เป็นบ้าอะไรมายืนขวางทางชาวบ้านตรงบันไดฮะ! เกือบตายแล้วเห็นไหม!”

ข้าหันซ้ายหันขวา… ไม่มีใครอื่น “เจ้า… เห็นข้าหรือ?”

“ก็เห็นสิวะ! ตัวสูงเป็นเปรต หน้าก็ขาวซีดอย่างกับทาแป้งผิดเบอร์ แต่งตัวอะไรเนี่ย ชุดดำยาวรุงรัง จะไปเล่นงิ้วที่ไหน!”

ข้า… ยมทูตมือหนึ่งแห่งแดนปรโลก ถูกมนุษย์อายุ 19 ปี ด่าว่า เปรตเล่นงิ้ว

ยังไม่ทันที่ข้าจะได้ร่ายเวทลบความทรงจำ ประตูบันไดหนีไฟก็ถูกกระชากเปิดออก “เฮ้ย! พวกมึงสองคนน่ะ! ปีหนึ่งใช่ไหม! โดดเชียร์เหรอ!”

รุ่นพี่ร่างยักษ์สวมปลอกแขนสีแดงยืนจังก้า ชี้หน้าวินและ… ข้า เดี๋ยวนะ ข้าอยู่ในโหมดกายเนื้อตั้งแต่เมื่อไหร่? อา… กฎข้อที่ 47 หากยมทูตทำให้ชะตามนุษย์คลาดเคลื่อน ต้องรับผิดชอบด้วยการคงสภาพกายเนื้อเพื่อแก้ไขสถานการณ์

“เอ่อ… พี่ครับ ผมแค่สะดุด…” วินพยายามแก้ตัว

“ไม่ตัองพูด! แล้วนั่นเพื่อนเอ็งใช่ไหม! แต่งตัวผิดระเบียบ! ใส่ชุดคลุมบ้าบออะไรมา! มานี่ทั้งคู่เลย!”

“หา? ไม่ใช่เพื่อนผมนะพี่ ไอ้นี่มัน…”

“หุบปาก! ไปลานเกียร์ เดี๋ยวนี้!”

และนั่น คือจุดเริ่มต้นของความอัปยศที่สุดในชีวิตยมทูตของข้า

ณ ลานเกียร์ที่ร้อนระอุ (ร้อนดั่งกระทะทองแดงในนรกขุมที่ 8) ข้า… ผู้ซึ่งเคยสั่งตายกษัตริย์และนักรบผู้ยิ่งใหญ่ บัดนี้กำลังยืนอยู่ท่ามกลางเด็กปีหนึ่งนับร้อย โดยมีเจ้าเด็กวินยืนทำหน้าเซ็งอยู่ข้างๆ

“เอ้า! น้องเสื้อคลุมดำคนนั้นน่ะ! หน้าตายนักนะ ลุกขึ้นมาเต้นไก่ย่างให้เพื่อนดูหน่อย! เอาให้แรง! ให้สมกับที่โดดเชียร์!”

เสียงรุ่นพี่สั่งผ่านโทรโข่ง วินหันมามองหน้าข้า แล้วแสยะยิ้มมุมปากอย่างน่าหมั่นไส้ “เอาสิพ่อ ‘ท่านยม’ (กระซิบประชด) เขาให้เต้นไก่ย่างน่ะ รู้จักไหม? หรือที่บ้านไม่มีไก่?”

ข้าสูดลมหายใจเข้าลึก… พยายามสะกดกลั้นพลังที่อยากจะดีดนิ้วให้ตึกถล่ม “ข้าไม่ใช่นักระบำไก่… ข้าคือผู้พิทักษ์เวล…”

“เร็วๆ สิเว้ย! เพื่อนรออยู่!” รุ่นพี่ตะคอก

วินหัวเราะพรืด “เต้นไปเถอะน่า ถือซะว่าสะเดาะเคราะห์ที่ทำผมตกถังขยะ เร็วๆ เข้า ปีกกางน่ะ กางเป็นไหม?”

ข้าหลับตาลง ระลึกถึงเกียรติยศแห่งยมทูต… ก่อนจะลืมตาขึ้นด้วยแววตาว่างเปล่าไร้วิญญาณ แล้วค่อยๆ ยกแขนขึ้นระดับไหล่… พับศอกเข้าหากัน

ไก่… ย่าง… ถูก… เผา… ข้าขยับตัวด้วยท่วงท่าที่แข็งทื่อราวกับหุ่นยนต์สังหาร แต่มันกลับเรียกเสียงหัวเราะครึกครื้นไปทั่วลาน

“โอ้โห! หน้านิ่งมาก! เต้นไก่ย่างหน้าตาย! โคตรตึง!” เสียงเพื่อนๆ ปรบมือชอบใจ

วินหัวเราะจนตัวงอ น้ำตาเล็ด “โอ๊ย… ไม่ไหวแล้ว… สภาพ…”

ข้ามองดูรอยยิ้มนั้น… รอยยิ้มของคนที่ข้าเกือบจะพรากลมหายใจไป แปลกนัก… ทั้งที่เสียงหัวเราะของเขาน่ารำคาญดุจเสียงนกกา แต่เหตุใด… เข็มนาฬิกาในอกข้างซ้ายของข้า ที่ไม่เคยเดินมานับพันปี กลับขยับ… ติ๊ก… ติ๊ก…

“นายชื่ออะไรนะ?” วินถามหลังจากข้ากลับมานั่งลงข้างๆ ทั้งที่ยังหอบหายใจจากการหัวเราะ

ข้าจัดเสื้อคลุมให้เรียบร้อย (พยายามกู้ศักดิ์ศรีคืน) “ข้าชื่อ… กาล”

“ชื่อแก่ชิบเป๋ง… ผมชื่อวินนะ ยินดีที่ไม่รู้จัก แต่ก็… ขอบใจที่ทำให้ขำ”

เขายื่นมือมาตรงหน้า มือที่อุ่น… และเต็มไปด้วยพลังชีวิต ข้ามองมือนั้น ก่อนจะยื่นมือเย็นเฉียบของตัวเองไปสัมผัสเบาๆ

เวลานับจากนี้… ข้าจะเป็นเงาตามติดเจ้า วิน… จนกว่าข้าจะรู้ว่า เหตุใดสวรรค์จึงยังต้องการให้เจ้ามีลมหายใจ…

“มือเย็นเจี๊ยบเลยว่ะ เป็นศพหรือไง” วินบ่นอุบอิบแต่ก็ไม่ชักมือกลับ

“หึ… ใกล้เคียง” ข้าตอบกลับเสียงเรียบ

“ไอ้บ้า”

สงครามประสาทระหว่างยมทูตหน้านิ่งกับมนุษย์จอมกวน… ได้เริ่มขึ้นแล้ว ณ บัดนี้

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments