HomeChapterบทที่ 4: ดวงตาที่สามกับความลับยามวิกาล (The Third Eye and Midnight Secrets)

บทที่ 4: ดวงตาที่สามกับความลับยามวิกาล (The Third Eye and Midnight Secrets)

รัตติกาล… คือช่วงเวลาที่ข้าโปรดปรานที่สุด ในขณะที่มนุษย์หลับใหล ปล่อยให้จิตวิญญาณล่องลอยในความฝัน ข้าจะนั่งขัดสมาธิบนเตียงชั้นบน ปล่อยให้ความเงียบโอบกอด

นาฬิกาบอกเวลา 02.33 น. เสียงกรนเบาๆ ของรูมเมทตัวดีเงียบหายไปนานแล้ว เหลือเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ครางหึ่งๆ

กึก… กึก…

เสียงแปลกประหลาดดังขึ้นจากมุมห้อง ข้าลืมตาขึ้นช้าๆ มองฝ่าความมืดลงไป วิน… กำลังลุกขึ้นนั่งบนเตียง ผมชี้ฟู ตาปรือปรอย สงสัยจะปวดเบาตามประสาคนกินน้ำเยอะก่อนนอน

“ฮ้าว…” วินบิดขี้เกียจ แล้วก้าวลงจากเตียง เดินสะลึมสะลือไปทางห้องน้ำ แต่ทันใดนั้น… เขาก็ชะงัก ร่างกายของเขาแข็งทื่อราวกับถูกสาป

ที่หน้าประตูห้องน้ำ… มีร่างหนึ่งยืนอยู่ ไม่ใช่คน… แต่เป็นเงาตะคุ่มสีดำ รูปร่างบิดเบี้ยว ศีรษะห้อยตกลงมาที่ไหล่ราวกับคอหัก ส่งเสียงครวญครางแผ่วเบา “ช่วย… ด้วย…”

ข้ามองดูด้วยความเฉยชา… อ้อ วิญญาณสัมภเวสีทั่วไป คงหลงทางมาขอส่วนบุญ ปกติมนุษย์มองไม่เห็นหรอก

“อะ… อะ…” วินส่งเสียงในลำคอ เดี๋ยวนะ? เจ้าเด็กนั่น… กำลังสั่น? ดวงตาของวินเบิกโพลง จ้องเป๋งไปที่วิญญาณตนนั้น

ทันใดนั้น ผีตนนั้นก็เงยหน้า (ที่หักอยู่) ขึ้นมาสบตาวิน แล้วแสยะยิ้มกว้างจนถึงใบหู “เห็น… กู… แล้ว… ใช่… ไหม…”

“ว้าก!!!!!”

วินแหกปากลั่นห้อง แต่เสียงกลับไม่ออกมาเพราะความกลัวจับขั้วหัวใจ สิ่งที่เขาทำคือหันหลังกลับ แล้วกระโจน! ไม่ใช่กระโจนลงเตียงตัวเอง… แต่เขากระโจนปีนบันไดขึ้นมาบนเตียงข้า!

พรึ่บ!

ร่างอุ่นจัดของมนุษย์พุ่งเข้ามาปะทะร่างเย็นเฉียบของข้า วินมุดเข้ามาในผ้าห่มของข้าอย่างรวดเร็วราวกับลูกหนูหนีแมว เขากอดเอวข้าแน่น ใบหน้าซุกไซ้กับหน้าท้องแข็งแกร่งของข้า ตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า

“เฮ้ย! อะไรของเจ้าเนี่ย!” ข้าตกใจจนเผลอหลุดมาดขรึม “ผี! ผี! หน้าห้องน้ำ! หัวขาด! กาล! ช่วยด้วย!” วินละล่ำละลักฟังไม่ได้ศัพท์

ข้าถอนหายใจ… มองไปที่ประตูห้องน้ำ วิญญาณตนนั้นทำท่าจะพุ่งเข้ามาหาพวกเรา ข้าหรี่ตาลง ส่งกระแสจิตอำมหิตระดับยมทูตขั้นสูงพุ่งตรงไปที่มัน

(ไสหัวไป! ที่นี่ไม่ใช่โรงทาน!)

วิญญาณตนนั้นสะดุ้งเฮือก หน้าถอดสี (ซีดกว่าเดิม) ก่อนจะยกมือไหว้ปลกๆ แล้วจางหายวับไปทันที

“ไปแล้ว…” ข้าบอกเสียงเรียบ พยายามแกะมือปลาหมึกของวินออกจากเอว “ไม่เอา! ไม่เชื่อ! มันยังอยู่แน่ๆ! ขอนอนด้วยนะคืนนี้ ขอร้องล่ะกาลพ่อแก้วแม่แก้ว!”

วินไม่ยอมปล่อย แถมยังเบียดตัวเข้ามาหาไอเย็นจากตัวข้ามากขึ้นไปอีก กลิ่นสบู่เด็กอ่อนๆ จากตัววินลอยมาแตะจมูกข้า และที่ชัดเจนที่สุดคือเสียง… ตึกตั๊ก… ตึกตั๊ก…

เสียงหัวใจของเขา… มันเต้นแรงและเร็ว เปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตที่รุนแรง ข้านิ่งไปครู่หนึ่ง… ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วอก ไม่ใช่ความรำคาญ… แต่มันคือความรู้สึก ‘ปกป้อง’

“เจ้าเห็นมันจริงๆ หรือ?” ข้าถามเสียงเบาลง

วินพยักหน้าหงึกๆ ทั้งที่ยังซุกอยู่กับพุงข้า “เห็น… น่ากลัวโคตร… ทำไมจู่ๆ ผมถึงเห็นผีวะเนี่ย หรือเพราะผมเกือบตายเมื่อวันก่อน?”

“อาจจะเป็นเช่นนั้น…” ข้าลูบหัวเขาเบาๆ โดยไม่รู้ตัว เส้นผมนุ่มลื่นมือ “เมื่อเฉียดความตาย… ม่านกั้นระหว่างภพจะบางลง”

“แล้วผมต้องทำไงอ่ะ… ผมกลัว” เสียงวินอู้อี้

“นอนซะ…” ข้าดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวเขาให้มิดชิด “ตราบใดที่เจ้าอยู่ข้างกายข้า… ภูตผีตนใดก็ไม่อาจกล้ำกรายเจ้าได้… ข้าสัญญา”

วินเงยหน้าขึ้นมามองข้าในความมืด ดวงตากลมโตสะท้อนแสงจันทร์เป็นประกาย “พูดจริงนะ?”

“วาจายมทูต… เอ้ย ลูกผู้ชาย ไม่คืนคำ”

วินยิ้มออกมาจางๆ “ขอบใจนะ… ตัวนายเย็นจัง เหมือนกอดน้ำแข็งเลย แต่มันก็… รู้สึกปลอดภัยดี”

วินหลับตาลง และผล็อยหลับไปในเวลาไม่ถึงห้านาที ทิ้งให้ข้าต้องนอนตัวแข็งทื่อ เป็นหมอนข้างจำเป็นให้มนุษย์กอดตลอดทั้งคืน … และคืนนั้น ข้าไม่ได้เปิดสมุดมรณะดูอีกเลย

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments