HomeChapterบทที่ 22: ความทรงจำที่หายไป (The Lost Memories)

บทที่ 22: ความทรงจำที่หายไป (The Lost Memories)

กลิ่นยาฆ่าเชื้อ… อีกแล้ว เพดานสีขาวโพลน… อีกแล้ว

ผมกะพริบตาถี่ๆ ปรับโฟกัสสายตาที่พร่ามัว ความรู้สึกปวดร้าวไปทั้งตัวเหมือนโดนรถสิบล้อทับแล่นปราดขึ้นมาทันทีที่ขยับตัว “โอ๊ย…”

“เฮ้ย! วินตื่นแล้ว! หมอครับ! เพื่อนผมตื่นแล้ว!” เสียงคุ้นหูดังขึ้นข้างเตียง ผมหันไปมอง… เห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มของ เจ และ มินนี่ ที่ยืนเกาะขอบเตียงอยู่ ทั้งคู่ดูปกติดี ไม่มีบาดแผล ไม่มีร่องรอยของการต่อสู้

“เจ… มินนี่…” ผมเรียกเสียงแหบแห้ง “พวกแก… ปลอดภัยเหรอ?”

“ปลอดภัยอะไรของแก?” เจทำหน้างง “คนที่เกือบตายมันคือแกต่างหาก! นอนสลบไปตั้งสองวัน!”

“สองวัน?” ผมทวนคำ ความทรงจำค่อยๆ ไหลย้อนกลับมา ภาพการต่อสู้กับศิวะ… ภาพกาลถูกโซ่ตรวนกระชากขึ้นไปบนฟ้า… ฉันดีดตัวลุกขึ้นนั่งทันที “กาลล่ะ! กาลอยู่ไหน! เขาปลอดภัยไหม!”

ห้องทั้งห้องเงียบกริบ… เจกับมินนี่หันมามองหน้ากัน แล้วหันกลับมามองผมด้วยสายตาที่เป็นห่วง… แบบที่มองคนบ้า

“กาล?” มินนี่ทวนคำ “ใครวะวิน?”

ผมชะงัก “ก็กาลไง! รูมเมทกู! คนที่ตัวสูงๆ หน้าตานิ่งๆ… คนที่ช่วยแกตอนอยู่ ICU ไงมินนี่!”

มินนี่เกาหัว “เดี๋ยวนะวิน… ฉันเคยเข้า ICU ตอนไหน? ฉันแค่แขนหักจากรถมอเตอร์ไซค์ล้มเมื่ออาทิตย์ก่อนเองนะ นี่เพิ่งถอดเฝือกเนี่ย” เธอชูแขนให้ดู… ไม่มีรอยแผลเป็น ไม่มีร่องรอยเฉียดตาย “แล้วรูมเมทอะไรของแก… แกอยู่หอในห้อง 404 คนเดียวนะวิน แกบ่นตลอดว่าเหงาอยากย้ายออก”

เปรี้ยง! เหมือนฟ้าผ่าลงกลางหัวผม ผมนั่งตัวแข็งทื่อ… สมองมึนงงไปหมด “ไม่จริง… พวกแกอำฉันเล่นใช่ไหม?” “กาลไง… ยมทูตไง… หมอศิวะที่เป็นปีศาจ… ตึกร้างถล่ม…”

“ใจเย็นๆ นะเว้ยเพื่อน” เจเอามือแตะหน้าผากผม “แกน่าจะยังเบลอๆ… ตึกร้างหลังมอมันถล่มเพราะแก๊สระเบิด ตำรวจเขาสรุปแล้ว แกซวยเข้าไปเดินเล่นแถวนั้นพอดีเลยโดนลูกหลง… ไม่มีปีศาจ ไม่มีหมอศิวะอะไรทั้งนั้นแหละ… หมอศิวะคนดังเขาย้ายไปอเมริกาตั้ง 3 ปีแล้ว”

ผมสะบัดมือเจออก “ไม่! ผมไม่ได้บ้า! ผมจะไปดูให้เห็นกับตา!” ฉันกระชากสายน้ำเกลือออก (เจ็บจี๊ดแต่ไม่สน) แล้ววิ่งเท้าเปล่าออกจากห้องพักฟื้น ท่ามกลางเสียงร้องห้ามของเพื่อนและพยาบาล


ณ หอพักชาย ห้อง 404

ผมยืนหอบหายใจอยู่หน้าประตูไม้เก่าๆ บานเดิม มือสั่นเทาเอื้อมไปหมุนลูกบิด ขอให้เจอ… ขอให้เขาเปิดประตูออกมาแล้วถามว่า ‘ไปไหนมาเจ้ามนุษย์’…

แกร๊ก… ประตูเปิดออก ความว่างเปล่ากระแทกหน้าผมเข้าอย่างจัง

ห้อง 404 มีเตียงเดี่ยวตั้งอยู่กลางห้อง… เตียงเดียว โต๊ะอ่านหนังสือมีตัวเดียว… เต็มไปด้วยของรกๆ ของผม ไม่มีเตียงสองชั้น ไม่มีรอยขีดชอล์กแบ่งเขตแดน ไม่มีแก้วกาแฟสีดำของเขา ไม่มีเสื้อผ้าชุดสีดำในตู้

ทุกอย่าง… บ่งบอกว่าผม “อยู่คนเดียว” มาตลอด

“ไม่จริง…” ผมทรุดตัวลงนั่งกับพื้นห้อง “กาล… นายอยู่ไหน… อย่าเล่นแบบนี้…”

ผมควักโทรศัพท์มือถือออกมาเปิดดูรูปถ่าย รูปที่ฉันแอบถ่ายตอนเขากินหมูกระทะ… หายไป รูปเซลฟี่คู่กันตอนงานรับน้อง… เหลือแค่รูปผมยืนยิ้มคนเดียว ทำท่าเหมือนโอบไหล่ใครบางคนที่ว่างเปล่า แชทไลน์… ไม่มีชื่อ ‘ลุงยม’ ที่ผมเมมไว้

โลกใบนี้… ลบตัวตนของเขาออกไปจนหมดสิ้น เหมือนเขาไม่เคยเกิดขึ้น เหมือนเรื่องราวความรัก การต่อสู้ ความเป็นความตาย… เป็นแค่ “ความฝัน” ของคนสมองกระทบกระเทือน

“ฮึก…” น้ำตาผมไหลออกมาเงียบๆ “หรือผมบ้าไปแล้วจริงๆ วะ…” “กาลไม่มีจริงเหรอ… ทั้งหมดผมมโนไปเองเหรอ…”

ความสิ้นหวังเกาะกุมจิตใจ ผมรู้สึกเคว้งคว้างเหมือนลอยอยู่กลางอวกาศ ถ้าความรักที่ผ่านมาเป็นแค่ภาพลวงตา… ฉันจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่ออะไร?

ทันใดนั้น… ขณะที่ผมก้มหน้าร้องไห้ มือของผมก็ไปสัมผัสโดนอะไรบางอย่างที่ห้อยอยู่ที่คอ

วัตถุเย็นเฉียบ… ผิวสัมผัสเรียบลื่น ผมก้มลงมอง สร้อยคอเงิน จี้รูปนาฬิกาทราย

มันยังอยู่! สร้อยที่กาลทิ้งไว้ให้ตอนที่เขาหนีไปครั้งแรก… สร้อยที่ผมใช้สร้างอาวุธทรายสู้กับศิวะ! ถ้าผมฝันไป… สร้อยเส้นนี้ต้องไม่มีอยู่จริงสิ!

ผมรีบถอดมันออกมาดูใกล้ๆ มือสั่นระริก ข้างในนาฬิกาทราย… เม็ดทรายสีเงินที่เป็นเถ้ากระดูกของดวงดาว… มัน หยุดนิ่ง ไม่ไหลลงข้างล่าง ไม่ลอยขึ้นข้างบน มันลอยค้างอยู่กลางอากาศราวกับถูกแช่แข็งเวลาเอาไว้

และที่สำคัญ… ที่ก้นขวดแก้วของนาฬิกาทราย มีตัวอักษรเล็กจิ๋วสลักไว้ด้วยลายมือที่ผมจำได้แม่น K & W (Karn & Win)

“มีจริง…” ผมกำสร้อยแน่น แนบไว้กับอก ร้องไห้โฮออกมาด้วยความดีใจปนเจ็บปวด “นายมีตัวตนจริงๆ… ผมไม่ได้บ้า…”

โลกอาจจะลืมนาย… สวรรค์อาจจะลบนาย… แต่สร้อยเส้นนี้คือหลักฐาน! และที่สำคัญที่สุด… หัวใจของผม ที่ยังจำสัมผัสของนายได้ทุกอย่าง มันคือหลักฐานที่ชัดเจนที่สุด!

“รอผมนะกาล…” ผมเงยหน้ามองเพดานห้อง ปาดน้ำตาด้วยความมุ่งมั่น “ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหา… หรือต่อให้ต้องบุกไปนรกขุมไหน…” “ผมก็จะพานายกลับมา… ให้ได้”

ผมลุกขึ้นยืน เดินไปที่โต๊ะเขียนหนังสือ หยิบสมุดสเก็ตช์ภาพออกมา แล้วเริ่มลงมือวาด วาดใบหน้าของเขา… วาดดวงตาคู่นั้น… วาดรอยยิ้มของเขา ผมจะบันทึกทุกอย่างไว้ ก่อนที่ความทรงจำจะถูกบิดเบือนไปมากกว่านี้

ภารกิจตามหายมทูต… เริ่มต้นขึ้นแล้ว!

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments