HomeChapterบทที่ 24: เส้นทางสู่วัดต้องห้าม (The Path to the Forbidden Temple)

บทที่ 24: เส้นทางสู่วัดต้องห้าม (The Path to the Forbidden Temple)

“แกจะไปไหนนะ? วัดป่าโมกข์สังฆาราม?” เจทำหน้าเหมือนเพิ่งกลืนแมลงสาบเข้าไป “ชื่อวัดฟังดูเหมือนสถานที่ถ่ายทำหนังผีเกรดบีชิบหาย แถมยังอยู่ในหุบเขาจังหวัดกาญจนบุรี… แกจะไปบวชหรือไปตายวะวิน?”

ผมนั่งยัดเสื้อผ้าใส่เป้ใบเก่งอยู่กลางห้อง โดยมีเจและมินนี่ยืนกอดอกขวางประตูอยู่ “กูจะไปตามหากาล… กูรู้แล้วว่าเขาอยู่ที่ไหน” ฉันตอบโดยไม่เงยหน้า

“วิน…” มินนี่เดินมานั่งลงข้างๆ จับมือผม “กูรู้ว่ามึงประทับใจแกมาก แต่เรื่องยมทูต เรื่องคุกสวรรค์อะไรนั่น…มึงแน่ใจเหรอว่าไม่ได้ฝันไป?”

ผมเงยหน้ามองเพื่อน หยุดมือที่กำลังพับเสื้อ “กูไม่รู้จะอธิบายยังไงให้พวกมึงเชื่อ… แต่ดูนี่” ผมถอดสร้อยนาฬิกาทรายยื่นให้ดู “พวกมึงเห็นทรายไหม? มันหยุดนิ่ง… และเมื่อคืน กูถอดจิตไปเจอเขามาจริงๆ เขา… กำลังจะกลายเป็นหิน ถ้ากูไม่รีบไปช่วย กูจะเสียเขาไปตลอดกาล”

แววตาของผมคงจริงจังมากจนน่ากลัว เพราะเจกับมินนี่เงียบกริบไปเลย สุดท้าย เจก็ถอนหายใจยาวเหยียด แล้วคว้ากุญแจรถเก๋งคันเก่าของตัวเองออกมาควงเล่น “เออ… ถ้ามึงยืนยันขนาดนี้ กูจะห้ามอะไรได้วะ”

“เจ…” ผมมองหน้าเพื่อน

“แต่มีข้อแม้…” เจชี้หน้าผม “กูขับให้… และพวกกูไปด้วย”

“เฮ้ย! ไม่ได้! มันอันตรายนะเว้ย!” ผมรีบแย้ง “ลุงยอดบอกว่าวัดนั้นมีแต่เรื่องลี้ลับ เข้าไปอาจไม่ได้กลับออกมา”

“ก็เพราะอันตรายไงถึงปล่อยให้มึงไปคนเดียวไม่ได้!” มินนี่สวนขึ้นมา “ถ้ามึงเป็นอะไรไป ใครจะเลี้ยงหมูกระทะพวกกู? อีกอย่าง… กูติดหนี้ชีวิตกาลอยู่ ตอนที่กูรถชน… กูจำได้ลางๆ ว่าเห็นเขามาช่วยกู”

ผมอึ้ง… มินนี่จำได้? หรือจิตใต้สำนึกมันบอก? “พวกมึง…”

“ไม่ต้องมาซึ้ง! รีบเก็บของ! ออกเดินทางเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นรถติด!” เจตัดบทเดินไปที่ประตู “เตรียมตัวเจอกับทริปทัวร์นรกแตกได้เลยเพื่อนฝูง!”


5 ชั่วโมงต่อมา… ณ ป่าลึก จังหวัดกาญจนบุรี

รถเก๋งบุโรทั่งของเจค่อยๆ คลานต้วมเตี้ยมไปตามทางลูกรังที่ขรุขระ สองข้างทางไม่มีบ้านคน มีแต่ป่าทึบและต้นไม้สูงใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาน่ากลัว ฟ้ามืดสนิท… ไม่มีไฟถนนแม้แต่ดวงเดียว GPS ในมือถือหมุนติ้ว แล้วขึ้นว่า ‘No Signal’

“ไอ้เจ… กูว่าหลงแล้วมั้ง” มินนี่เกาะเบาะหลัง พูดเสียงสั่น “นี่มันทางไปวัดหรือทางไปเมืองลับแลวะ เงียบเกิน”

“กูขับตามแผนที่ที่ลุงยอดวาดให้อยู่นี่ไง!” เจเถียง แต่เหงื่อแตกพลั่ก “เขาบอกให้เลี้ยวขวาตรงศาลเพียงตา… เนี่ย กูเลี้ยวมาแล้ว”

ทันใดนั้น… หมอกสีขาวหนาทึบก็ลอยลงมาปกคลุมถนนจนมองไม่เห็นทาง อุณหภูมิลดฮวบจนกระจกเป็นฝ้า

“วิน…” มินนี่สะกิดไหล่ผม “มึงเห็น… อะไรยาวๆ ตรงนั้นไหม?”

ผมมองฝ่าหมอกออกไป ที่ข้างทาง… มีเงาสีดำรูปร่างผอมสูง… สูงเสียดฟ้า สูงเท่าต้นยางนา มันยืนโยกตัวไปมา แขนยาวเฟื้อยห้อยลงมาถึงพื้น และเสียงร้องหวีดหวิวที่ดังแว่วมา… วิ๊ด… วิ๊ด…

“เปรต…” ผมพึมพำ ขนลุกซู่ ลุงยอดไม่ได้ขู่… ทางเข้าวัดนี้มีของดีเฝ้าอยู่จริงๆ

“ปะ… เปรตเหรอ!” เจร้องลั่น เหยียบเบรกจนรถปัด “เชี่ย! กูไม่ไปแล้ว! กลับรถ! กลับรถ!”

“อย่าหยุดรถ!” ผมตะโกน “ขับต่อไป! ถ้าหยุดมันจะเข้ามา!”

แต่ไม่ทันแล้ว… เงาเปรตนับสิบตัวเริ่มโผล่ออกมาจากป่า ล้อมรถเราไว้ พวกมันก้มหน้าลงมา… ใบหน้าบิดเบี้ยว ปากเท่ารูเข็ม ส่งเสียงร้องโหยหวนขอส่วนบุญ มือยาวๆ ของมันเอื้อมมาเคาะกระจกรถ ก๊อก! ก๊อก!

“กรี๊ดดดดด! แม่จ๋าช่วยลูกด้วย!” มินนี่กรีดร้อง หลับตาปี๋

ผมกำสร้อยนาฬิกาทรายแน่น… กาลเคยบอกว่าสร้อยนี้กันผีได้ “ตั้งสติ! อย่าไปมองตามัน!” ผมหลับตาลง ส่งจิตไปที่สร้อยคอ กาล… ช่วยเปิดทางให้พวกเราหน่อย!

วาบ! แสงสีทองสว่างจ้าออกมาจากสร้อยนาฬิกาทราย พุ่งทะลุกระจกรถออกไป แสงนั้นแผ่ขยายเป็นวงกว้างเหมือนเกราะป้องกัน

พวกเปรตที่โดนแสงส่อง ร้องเสียงหลงด้วยความแสบร้อน แล้วรีบถอยหนีหายเข้าไปในความมืด หมอกหนาทึบตรงหน้าค่อยๆ แหวกออกเป็นช่องทางเดินรถ… เผยให้เห็นแสงเทียนวูบวาบอยู่ไกลๆ

“ทางเปิดแล้ว!” ผมเขย่าตัวเจ “ขับไป! ตรงไปที่มีแสงเทียนนั่น!”

เจมือสั่นตีนสั่น แต่ก็กัดฟันเหยียบคันเร่งพารถพุ่งฝ่าความมืดออกไป “กูกลัวจนฉี่จะราดแล้วเนี่ย! ถ้ากลับไปได้ มึงต้องเลี้ยงบุฟเฟต์กูตลอดชีพนะวิน!”


ณ หน้าประตูวัดป่าโมกข์สังฆาราม

รถมาจอดสนิทที่ลานดินหน้าวัด สภาพวัดดูเก่าแก่และขลังจนน่าขนลุก กำแพงวัดทำจากศิลาแลงสีแดงคร่ำคร่า มีรากไม้ไทรชอนไชไปทั่ว ซุ้มประตูทางเข้าแกะสลักเป็นรูป “ยักษ์แบกประตู” ที่ดูสมจริงจนเหมือนจะขยับได้

บรรยากาศเงียบสงัด… ไม่มีเสียงนก เสียงแมลง มีแต่เสียงลมพัดใบไม้แห้ง

พวกเราสามคนลงจากรถมายืนเกาะกลุ่มกันแน่น “ถึงแล้ว…” ผมมองป้ายชื่อวัดที่เลือนราง “วัดป่าโมกข์สังฆาราม… ประตูสู่ปรภพ”

กุ๊งกริ๊ง… เสียงกระดิ่งลมดังขึ้นเบาๆ ที่ใต้ซุ้มประตู… มีร่างของพระรูปหนึ่งยืนอยู่ ท่านเป็นพระชรา รูปร่างผอมเกร็ง ห่มจีวรสีกลัด (สีน้ำตาลเข้มเกือบดำ) และที่สำคัญ… ดวงตาของท่านบอดสนิททั้งสองข้าง มีฝ้าขาวปกคลุม

“มากันแล้วรึ… ผู้ท้าชิงกุญแจ” เสียงของท่านแหบพร่าแต่กังวาน

ผมเดินก้าวออกมาข้างหน้า ยกมือไหว้ “กราบนมัสการครับหลวงตา… ผมชื่อวิน ผมมาขอ…”

“ไม่ต้องบอก…” หลวงตายกมือห้าม “กลิ่นของยมทูตติดตัวแกแรงขนาดนี้… ข้ารู้ตั้งแต่แกยังไม่เลี้ยวรถเข้ามาแล้ว” ท่านหันหน้า (ที่มองไม่เห็น) มาทางผม “จะเข้าไปเอา ‘กุญแจแห่งปรภพ’ เพื่อช่วยคนรักสินะ”

“ใช่ครับ” ผมตอบเสียงหนักแน่น

“กุญแจไม่ได้วางอยู่เฉยๆ ให้ใครมาหยิบ…” หลวงตาหันหลังเดินนำเข้าไปในวัด “ตามข้ามา… หากใจโยมไม่แข็งพอ โยมอาจจะต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่… เป็นปุ๋ยให้ต้นโพธิ์”

ผมหันไปมองหน้าเจกับมินนี่ “พวกมึงรออยู่นี่นะ… เฝ้ารถไว้”

“ไม่!” มินนี่คว้าแขนผม “มาถึงขนาดนี้แล้ว จะทิ้งกันได้ไง ไปด้วยกันนี่แหละ ผีมาจะได้ช่วยกันกรี๊ด!” เจพยักหน้า (หน้าซีดๆ) “เออ… อยู่คนเดียวข้างนอกน่ากลัวกว่าอีก ไปกับหลวงตาดีกว่า”

ผมยิ้ม… ขอบคุณในความบ้าบิ่นของเพื่อน “งั้นก็… ลุย”

พวกเราเดินตามหลวงตาตาบอดเข้าไปในเขตพัทธสีมา ทันทีที่ก้าวข้ามธรณีประตู… อากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไป มันหนาวเย็น… และเวลาดูเหมือนจะเดินช้าลง

บททดสอบแรกกำลังรออยู่เบื้องหน้า…

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments