HomeChapterตอนที่ 17 : หลักฐานบนผิววัสดุ (Bug Alert!)

ตอนที่ 17 : หลักฐานบนผิววัสดุ (Bug Alert!)

แสงเงินแสงทองจับขอบฟ้าเหนือทิวเขา อากาศยามเช้าบนดอยยังคงหนาวเหน็บจนควันออกปาก เสียงนกร้องสลับกับเสียงไก่ขันปลุกให้แคมป์วิศวะเริ่มมีชีวิตชีวา นักศึกษาหลายคนทยอยลุกออกมาจากเต็นท์ด้วยสภาพงัวเงีย เพื่อต่อคิวล้างหน้าที่อ่างน้ำรวม

กราฟเป็นหนึ่งในนั้น แต่สภาพของเขาดูแย่กว่าคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด ขอบตาคล้ำลึก แว่นตาเอียงกะเท่โร่ และท่าทางการเดินที่ดูเกร็งผิดธรรมชาติราวกับหุ่นยนต์ที่ข้อต่อขึ้นสนิม

“ไอ้กราฟ มึงเดินขมิบตูดทำไมวะ ปวดขี้เหรอ?” ต้นทักทายยามเช้าด้วยความหยาบคายตามประสาเพื่อนสนิท พลางบีบยาสีฟันลงบนแปรง

“กู… กูเมื่อย! เมื่อคืนนอนเบียดพวกมึงไง พื้นก็แข็ง เต็นท์ก็เล็ก กูเลยปวดหลัง!” กราฟรีบตอบแก้ตัว แต่พยายามหลบสายตา ไม่กล้ามองหน้าเพื่อนตรงๆ

ความจริงคือเมื่อคืน กว่า ‘การทดสอบแรงกระแทก’ ที่หลังแท็งก์น้ำจะจบลง กราฟก็แทบจะหมดแรงเดินกลับเต็นท์ ไทเกอร์เล่นสูบพลังงานเขาไปซะเกลี้ยง แถมยังใจกล้าหน้าด้าน อุ้มเขากลับมาส่งถึงหน้าเต็นท์ในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่น โชคดีที่ไอ้ต้นกับไอ้ปอนด์หลับลึกยิ่งกว่าซ้อมตาย ไม่อย่างนั้นความลับคงแตกกระจุยไปแล้ว

“เออๆ งั้นรีบไปล้างหน้า วันนี้ต้องลุยผสมปูนต่อให้เสร็จ” ต้นว่าพลางแปรงฟันไปด้วย

กราฟเปิดก๊อกน้ำ กวักน้ำเย็นเฉียบล้างหน้าเพื่อเรียกสติ เขาหยิบผ้าขนหนูขึ้นมาเช็ดหน้าเช็ดตา แต่ในจังหวะที่เขากำลังจะเงยหน้าขึ้นจากอ่างน้ำ…

“เฮ้ย! คอเต่ามึงไปไหนวะกราฟ!” เสียงปอนด์ที่เพิ่งเดินมาสมทบดังขึ้น

กราฟชะงักกึก มือที่จับผ้าขนหนูแข็งทื่อ เมื่อคืนตอนที่ถูกไทเกอร์รังแก เสื้อยืดตัวบางของเขาถูกเลิกขึ้นไปกองรวมกัน และแน่นอนว่าเสื้อคอเต่าแขนยาวที่เขาใส่ซ้อนไว้เพื่อปิดบังรอยแดง มันไม่ได้อยู่บนตัวเขาแล้ว!

“กู… กูถอดออกตอนดึก มันร้อน!” กราฟรีบแถ แต่สายตาของปอนด์และต้นกลับไม่ได้โฟกัสที่เสื้อของเขาเลย

สายตาของเพื่อนสนิททั้งสองจ้องเขม็งไปที่รอยแดงช้ำเป็นจ้ำๆ หลายรอยที่ประทับอยู่บนซอกคอขาวๆ และลามลงมาถึงไหปลาร้า รอยพวกนั้นเด่นชัดทะลุเสื้อยืดคอกลมตัวย้วยออกมาอย่างปิดไม่มิด

“ไอ้กราฟ… รอยอะไรวะนั่น ยุงดอยกัดมึงรุนแรงขนาดนี้เลยเหรอวะ?” ต้นหรี่ตามอง เดินเข้ามาใกล้เพื่อพิจารณาหลักฐานบนผิววัสดุ

“เออ! ยุงมันตัวใหญ่! กูแพ้ยุงไง มึงก็รู้ว่าผิวกูแพ้ง่าย เกาจนเป็นรอยแดงไปหมดแล้วเนี่ย!” กราฟรีบเอามือตะปบปิดซอกคอตัวเอง หน้าแดงเถือกยิ่งกว่ารอยที่โดนกัด (ดูด)

“ยุงบ้านมึงสิกัดเป็นจ้ำๆ เหมือนโดนดูดแบบนี้! มึงอย่ามาหลอกพวกกูเลย นี่มันรอย ‘คิสมาร์ก’ ชัดๆ!” ปอนด์ชี้หน้าอย่างจับผิด “มึงแอบไปนัวสาวที่ไหนมาเมื่อคืน สารภาพมาเดี๋ยวนี้! ในค่ายเรามีใครที่มึงเล็งไว้เหรอวะ น้องหมวยปีหนึ่ง? หรือว่าพี่แพรวปีสี่?”

“บ้าเหรอ! ไม่มีโว้ย!” กราฟโวยวาย พยายามเดินหนี แต่ถูกต้นและปอนด์ประกบซ้ายขวา

“งั้นมึงก็อธิบายมาสิว่ารอยพวกนี้มายังไง มึงหายไปไหนมาตอนดึก กูตื่นมาฉี่ตอนตีสองก็ไม่เห็นมึงในเต็นท์แล้วนะเว้ย!” ต้นเริ่มสอบสวนหนักขึ้น

กราฟเหงื่อแตกพลั่ก สมองประมวลผลหาข้อแก้ตัวแทบไม่ทัน ขืนบอกว่าโดนดาราดังห้องข้างๆ ลากไปกินตับหลังแท็งก์น้ำ มีหวังได้กลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งของคณะแน่นอน

“กู… กูไป… ไปเดินเล่น! นอนไม่หลับเลยไปเดินรับลมหนาวไง! แล้วก็… สะดุดกิ่งไม้ล้ม! คอไปฟาดกับ… กับขอนไม้! เออ ขอนไม้มันขรุขระ เลยเป็นรอยแดงแบบนี้แหละ!” คำแก้ตัวสุดแสนจะสิ้นคิดหลุดออกมาจากปากวิศวกรหนุ่มที่ปกติมีตรรกะเหตุผลเป็นเลิศ

“สะดุดล้มคอฟาดขอนไม้เป็นรอยคิสมาร์กเนี่ยนะ? มึงคิดว่าพวกกูควายเหรอวะกราฟ!” ต้นโวยวาย

ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้ เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นจากลานกิจกรรม ดึงดูดความสนใจของทุกคนให้หันไปมอง รถกระบะบรรทุกของคันใหญ่สองคันขับเข้ามาจอด พร้อมกับร่างสูงโปร่งของดาราหนุ่มที่ก้าวลงมาจากรถในชุดสบายๆ เสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์ขาดเข่า แต่กลับดูหล่อออร่าพุ่งกระจายเหมือนกำลังถ่ายแบบนิตยสาร

“มาทำไมอีกวะเนี่ย” ปอนด์บ่นพึมพำ

ไทเกอร์ไม่ได้เดินตรงมาที่พวกกราฟ แต่เดินไปหาอาจารย์ที่ปรึกษาที่กำลังสั่งงานนักศึกษาอยู่ เขาพูดคุยอะไรบางอย่างพร้อมรอยยิ้ม ก่อนที่อาจารย์จะพยักหน้าและประกาศเสียงดัง

“เอาล่ะทุกคน! วันนี้คุณไทเกอร์เขาใจดี เลี้ยงอาหารกลางวันพิเศษเป็นข้าวกล่องจากร้านดังในเมืองเชียงใหม่ แถมยังมีเครื่องดื่มเย็นๆ มาแจกด้วย ใครที่ผสมปูนเสร็จแล้วมารับได้เลยนะ!”

เสียงเฮลั่นค่ายดังขึ้น นักศึกษาวิศวะที่กินแต่มาม่าและข้าวไข่เจียวมาสองวันเต็มๆ แทบจะพุ่งเข้าไปกราบดาราหนุ่ม

ไทเกอร์หันมายิ้มให้กลุ่มนักศึกษา สายตาคมกริบกวาดมองมาหยุดที่กราฟ รอยยิ้มนั้นกว้างขึ้นอีกนิดแฝงความขี้เล่น ดาราหนุ่มเดินถือถุงข้าวกล่องสามกล่องตรงดิ่งมาหาพวกเขาทันที

“สวัสดีตอนเช้าครับน้องๆ ทานข้าวกล่องอร่อยๆ นะครับ จะได้มีแรงทำงานต่อ” ไทเกอร์ยื่นข้าวกล่องให้ต้นกับปอนด์ ก่อนจะหันมาหากราฟและยื่นกล่องสุดท้ายให้

จังหวะที่กราฟเอื้อมมือไปรับ สายตาของไทเกอร์ก็ลดระดับลงมาหยุดที่ซอกคอของหนุ่มเนิร์ด รอยแดงเด่นชัดที่เขาตั้งใจฝากไว้เมื่อคืนปรากฏแก่สายตา ดาราหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจในผลงานของตัวเอง

“คอไปโดนอะไรมาเหรอครับกราฟ? แดงเชียว… หรือว่าแพ้ ‘แมลง’ บนดอย?” ไทเกอร์จงใจเน้นคำว่าแมลงด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ

กราฟถลึงตาใส่ดาราจอมกวน แผดเผาอีกฝ่ายด้วยสายตา “แพ้ยุงครับ! ยุงมัน ‘ตัวใหญ่’ แถมยัง ‘กวนตีน’ มากด้วย!”

“อ้าวเหรอครับ งั้นระวังหน่อยนะครับ ยุงบนดอยมันดุ… ชอบ ‘กัด’ ซ้ำรอยเดิมซะด้วยสิ” ไทเกอร์กระซิบเบาๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคน ก่อนจะหันไปยิ้มให้ต้นกับปอนด์แล้วเดินจากไป

ต้นหันขวับมามองกราฟสลับกับแผ่นหลังของไทเกอร์ สายตาของเพื่อนสนิทเบิกกว้างราวกับบรรลุสัจธรรมบางอย่าง

“ไอ้กราฟ…” ต้นเสียงสั่น “เมื่อกี้… สายตาที่เขามองคอมึง… แล้วก็คำพูดแปลกๆ นั่น… มึงอย่าบอกนะว่า…”

“อะไร! ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ! กูหิวแล้ว ไปกินข้าวกันเถอะ!” กราฟรีบตัดบทและเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้เพื่อนสนิทสองคนยืนอ้าปากค้างอยู่ตรงนั้น

ระบบป้องกันภัยเริ่มรวนขั้นสุด กราฟรู้ตัวดีว่าไอ้ต้นเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้แล้ว ความลับที่พยายามซ่อนไว้ใกล้จะถึงจุดระเบิดเต็มที และถ้ามันระเบิดขึ้นมาจริงๆ เขาจะรับมือกับสายตาคนทั้งคณะ… รวมถึงหัวใจของตัวเองไหวไหมเนี่ย!

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments