admin

spot_img

บทที่ 11 : เชือกผูกรองเท้ากับระยะห่างที่หายไป

แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านสีเทาเข้ามาในห้องนอนที่เงียบสงบ น้ำเหนือรู้สึกตัวตื่นขึ้นด้วยความงัวเงีย เขาพยายามจะพลิกตัวแต่กลับพบว่าขยับไปไหนไม่ได้ เนื่องจากมีท่อนแขนหนักๆ (ข้างซ้ายที่ยังดีอยู่) ของใครบางคนพาดทับช่วงเอวเอาไว้แน่น แถมเขายังนอนตะแคงหันหน้าเข้าหาแผงอกอุ่นๆ ที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจอีกต่างหาก กลิ่นสบู่มินต์จางๆ ที่คุ้นเคยทำให้น้ำเหนือชะงัก 'เออว่ะ... เมื่อคืนนอนกอดกับไอ้แมง' น้ำเหนือค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของอ้อมกอด แมงยังหลับสนิท ผมยาวสลวยกระจายอยู่บนหมอนสีขาวดูตัดกันอย่างชัดเจน แพขนตายาวทาบลงบนแก้ม ใบหน้าตอนหลับดูไร้พิษสงเหมือนเด็กโข่ง ผิดกับตอนตื่นที่เป็นหมาบ้าจอมดุ "เวลานอนก็น่ารักดีนี่หว่า..." น้ำเหนือพึมพำเบาๆ เผลอยกนิ้วขึ้นไปเขี่ยปลายผมของแมงเล่น จู่ๆ คนที่คิดว่าหลับอยู่ก็ขยับปากพูดทั้งที่ตายังหลับ "ลวนลามกูแต่เช้าเลยนะ" "เฮ้ย!" น้ำเหนือสะดุ้ง ชักมือกลับแทบไม่ทัน "ตื่นแล้วก็ไม่บอก! แกล้งหลับเหรอวะ!" แมงค่อยๆ ปรือตาขึ้น...

ตอนที่ 14 : ราคาของกาลเวลา

รอยยิ้มของศิลาอบอุ่นเหมือนแสงแดดยามเช้า มือของเขาที่กอบกุมมือผมไว้ส่งผ่านความรู้สึกมั่นคงอย่างประหลาด ความหนักอึ้งในใจที่แบกรับมาตลอดหลายวันมลายหายไปจนหมดสิ้น ผมมองหน้าเขา รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนที่โชคดีที่สุดในโลกที่ได้ผู้ชายคนนี้กลับคืนมา "งั้น... วันนี้คุณต้องไปทำงานต่อไหมครับ?" ผมถามเสียงเบา พยายามดึงสติกลับมาสู่ความเป็นจริง แม้จะยังไม่อยากปล่อยมือจากเขาเลยก็ตาม "วันนี้ผมลาหยุดครึ่งวันเช้าครับ ตั้งใจจะมาดักรอคุณโดยเฉพาะ" ศิลาหัวเราะเบาๆ "เดี๋ยวผมเดินไปส่งคุณที่ออฟฟิศดีกว่า แล้วเย็นนี้... เราค่อยไปกินข้าวด้วยกัน ถือเป็นการเดตครั้งแรกของเราอย่างเป็นทางการ ดีไหมครับ?" คำว่า 'เดตครั้งแรก' ทำให้ผมหน้าร้อนผ่าว ผมพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย "ครับ... เอาแบบนั้นก็ได้" เราลุกจากโต๊ะ ศิลาเอื้อมมือมาหยิบสมุดบันทึกและตั๋วรถไฟสีทองบนโต๊ะเพื่อจะเก็บมันลงกระเป๋าเสื้อ แต่วินาทีที่ปลายนิ้วของเขาสัมผัสกับตั๋วสีทองใบนั้น... วิ้งงงงง... เสียงแหลมสูงบาดหูระเบิดขึ้นในโสตประสาทของผมอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย มันดังสนั่นเหมือนเสียงหวูดรถไฟขบวน 909...

ตอนที่ 13 : หกปีที่รอคอยกับกาแฟแก้วเดิม

ท่ามกลางผู้คนที่เดินขวักไขว่ไปมาในเช้าวันวาเลนไทน์ เสียงจอแจของสถานีรถไฟดูเหมือนจะถูกตัดขาดออกไปจากโลกของผม เหลือเพียงเสียงลมหายใจและจังหวะหัวใจที่เต้นประสานกัน ศิลายังคงยืนอยู่ตรงหน้า มือของเขายังคงประคองใบหน้าผมไว้ นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยคราบน้ำตาที่หางตาผมออกอย่างเบามือ สัมผัสของเขาอุ่นจัดจนผมต้องหลับตาลงรับความอบอุ่นนั้น ราวกับกลัวว่าลืมตาขึ้นมาแล้วเขาจะสลายกลายเป็นอากาศธาตุไปอีก "ร้องไห้จนตาบวมหมดแล้วครับ" ศิลาเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะเบาๆ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเอ็นดู "คนมองเต็มชานชาลาแล้วนะ นายตรวจอย่างผมจะโดนข้อหารังแกผู้โดยสารไหมเนี่ย" ผมลืมตาขึ้น รีบยกหลังมือเช็ดน้ำตาตัวเองลวกๆ พอหันไปมองรอบๆ ก็เห็นว่ามีคนแอบมองเราอยู่จริงๆ ด้วยความที่ศิลาใส่เครื่องแบบเต็มยศแถมยังหน้าตาดีโดดเด่น พอมายืนเช็ดน้ำตาให้ผู้ชายหน้าตาตื่นๆ อย่างผม มันเลยกลายเป็นจุดสนใจได้ไม่ยาก "ก็คุณ... คุณทำผมตกใจนี่" ผมเถียงเสียงอู้อี้ "ผมคิดว่า... ผมคิดว่าคุณจะจำผมไม่ได้แล้ว" "ผมจะลืมคนที่เอาชีวิตตัวเองมาแลกเพื่อช่วยผมได้ยังไงล่ะครับ" ศิลาลดมือลง แต่เปลี่ยนมาคว้าข้อมือผมไว้หลวมๆ...

ตอนที่ 12 : การรอคอยที่สิ้นสุดลง

ลมหนาวกลางเดือนกุมภาพันธ์พัดปะทะใบหน้าขณะที่ผมวิ่งกระหืดกระหอบเข้าไปในสถานีรถไฟต้นทาง ผู้คนพลุกพล่านกว่าปกติเพราะเป็นเช้าวันวาเลนไทน์ คู่รักหลายคู่ยืนถือดอกกุหลาบส่งยิ้มให้กัน บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยสีสันของความมีชีวิตชีวา... ชีวิตที่ไม่ได้ถูกหยุดไว้ด้วยความตายเหมือนในลูปเวลาที่ผมเพิ่งจากมา ผมพุ่งตรงไปที่ช่องจำหน่ายตั๋ว ซื้อตั๋วรถไฟขบวน 909 เหมือนทุกวัน รับตั๋วมาปุ๊บ ผมรีบก้มลงมองรายละเอียดบนกระดาษแผ่นเล็กนั้นทันที วันที่: 14 ก.พ. 2569 ขบวน: 909 ที่นั่ง: ไม่ระบุ (รถพัดลมชั้น 3) มันคือตั๋วปกติ... ไม่มีรอยเจาะรูปดาว ไม่มีคราบเลือด ไม่มีข้อความซ่อนเร้นใดๆ ผมกำตั๋วแน่น ก้าวขายาวๆ...

ตอนที่ 11 : เสี้ยววินาทีที่เปลี่ยนนิรันดร์

แสงไฟหน้ารถด่วนขบวน 84 สว่างจ้าจนบดบังทุกสิ่งรอบตัว เสียงหวูดที่แผดลั่นกลบเสียงกรีดร้องของผู้คนบนชานชาลาจนหมดสิ้น ความร้อนจากเครื่องยนต์และลมที่ปะทะหน้าบอกให้รู้ว่ามัจจุราชเหล็กกำลังพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วที่ไม่มีทางเบรกทัน ผมกระโดดลงไปบนหินคลุกที่รองรางรถไฟ ความเจ็บปวดแล่นแปลบขึ้นมาที่ข้อเท้า แต่ผมไม่มีเวลาสนใจอะไรทั้งนั้น ภาพตรงหน้าผมเคลื่อนไหวช้าลงราวกับถูกหยุดเวลา... ศิลาในอดีตพุ่งตัวเข้าไปคว้าคอเสื้อของ 'นาวินอดีต' ที่นอนหมดสติอยู่บนราง เขารวบรวมพละกำลังทั้งหมดที่มี เหวี่ยงร่างผอมบางนั้นขึ้นไปบนชานชาลาฝั่งตรงข้ามได้สำเร็จอย่างเฉียดฉิว ร่างของนาวินอดีตพ้นรัศมีมรณะไปแล้ว... แต่น้ำหนักที่เหวี่ยงออกไป ทำให้ศิลาเสียหลัก เขาล้มลงบนรางรถไฟ เข่ากระแทกกับหมอนไม้ ร่างกายของเขาอยู่ในเส้นทางที่รถไฟกำลังจะบดขยี้ในอีกไม่ถึงสามวินาที ศิลาเงยหน้าขึ้นมองแสงไฟมรณะ ดวงตาของเขาเบิกกว้าง ยอมรับชะตากรรมของตัวเอง "ศิลา!!!" ผมตะโกนสุดเสียง รีดเร้นพลังก๊อกสุดท้ายของชีวิต พุ่งตัวกระโจนเข้าไปหาเขาอย่างบ้าคลั่ง แรงปะทะจากการกระโดดของผม พุ่งชนเข้าที่กลางลำตัวของศิลาอย่างจัง ร่างของเราสองคนลอยกระเด็นพ้นจากรางเหล็ก กลิ้งตกลงไปในร่องระบายน้ำแคบๆ ที่อยู่ติดกับขอบชานชาลา... โครมมมม!!! เสี้ยววินาทีเดียวกันนั้น...

บทที่ 14: คืนเดือนหงายกับคุณแม่สามีจอมซึน

โรงพยาบาลเอกชนเครือฮอไรซอน - ชั้น 15 (VIP Ward) เสียงเครื่องช่วยหายใจและเสียงสัญญาณชีพจร ติ๊ด... ติ๊ด... เป็นเพียงเสียงเดียวที่ดังก้องในความเงียบสงัดของห้องพักฟื้นระดับ VVIP ผมนั่งอยู่ข้างเตียงคนไข้ที่เต็มไปด้วยสายระโยงระยาง มือข้างหนึ่งกุมมือหนาที่เย็นเฉียบของไต้ฝุ่นไว้แน่น ส่วนหัวก็ฟุบหลับไปกับขอบเตียงด้วยความอ่อนเพลีย หลังจากเหตุการณ์ถล่มตึกเมื่อวาน ไต้ฝุ่นหลับไปเต็มๆ สองวัน หมอบอกว่าร่างกายเขาซ่อมแซมตัวเองได้เร็ว แต่สมองและจิตใจต้องการการพักผ่อนอย่างหนักจากการใช้พลังเกินขีดจำกัด "ตื่นได้แล้วนะครับ..." ผมพึมพำกับผ้าปูที่นอน "ถ้าไม่ตื่น ผมจะขโมยเสื้อผ้าไปขายให้หมดเลยนะ" แกร๊ก... เสียงประตูห้องเปิดออก ผมรีบเด้งตัวขึ้นมา นึกว่าหมอมาตรวจ แต่คนที่เดินเข้ามากลับเป็น คุณหญิงรำภา ในชุดลำลองที่ดูเรียบง่ายกว่าปกติ...

บทที่ 13: หลุมดำแห่งความโกรธเกรี้ยว และโรงเรียนที่มีชีวิต

ณ ชายป่าเขต 4 (สมรภูมิเดือด) "แกบังคับให้ฉันทำเองนะ... อลัน" เสียงของไต้ฝุ่นต่ำลึกจนเหมือนดังมาจากขุมนรก ดวงตาสีเทาที่เคยสงบนิ่งบัดนี้เปลี่ยนเป็นสีดำสนิทไร้แววตา เส้นเลือดปูดโปนขึ้นตามขมับและลำคอ บรรยากาศรอบตัวเขาบิดเบี้ยว... ไม่ใช่แค่ลมพัด แต่ 'มิติ' กำลังบิดเบี้ยว "หยุดนะไต้ฝุ่น!" หมออลันตะโกนเสียงหลง ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มตอนนี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัว "ถ้านายใช้ท่านั้น ร่างกายนายจะรับภาระไม่ไหว! นายจะตายไปพร้อมกับฉัน!" "ถ้ามันช่วยนาวีได้... ฉันก็ไม่สน!" ไต้ฝุ่นประสานมือเข้าหากัน พลังงานเวกเตอร์ทั้งหมดถูกบีบอัดลงสู่จุดเดียวตรงกลางฝ่ามือ เกิดเป็นลูกบอลสีดำขนาดเล็กที่มีแรงดึงดูดมหาศาล "Singularity (ภาวะเอกฐาน)" วูมมมม!!! ลูกบอลสีดำถูกปลดปล่อยออกไป มันไม่ได้ระเบิดออก แต่กลับ 'ดูดกลืน' ทุกสิ่งเข้าไป!...

Subscribe

- Never miss a story with notifications

- Gain full access to our premium content

- Browse free from up to 5 devices at once

Must read

spot_img