admin

spot_img

ตอนที่ 11 — “กลิ่นบนปลายแขนเสื้อ”

ค่ำวันนั้น บ้านทั้งหลังดูเหมือนจะจงใจลดระดับเสียงให้เบาลง ราวกับกลัวว่าหากเผลอพูดดังไปเพียงนิด ความจริงอาจจะได้ยินแล้วหลุดรอดออกมาจากผนังเอง เรนขลุกตัวอยู่ในห้องทดลองชั่วคราวที่กวินจัดหาให้ ห้องนี้ไม่ใช่แล็บลับที่มีอุปกรณ์ล้ำสมัย เป็นเพียงห้องที่ถูกทำให้ “ปลอดภัยพอให้ความจริงเกิดขึ้น” โต๊ะกลางห้องเต็มไปด้วยขวดแก้วใบจิ๋ว เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิทัล และกระดาษทดสอบกลิ่นที่วางระเกะระกะ เรนเปิดสมุดบันทึกของแม่ หน้ากระดาษเก่ากรอบส่งกลิ่นหวานจาง ๆ ของหมึกที่เริ่มซีดจางไปตามกาลเวลา แต่ลายเส้นตัวอักษรยังคงคมชัด เหมือนเธอกำลังจับมือเขาเขียนอยู่ตรงนี้ ณ วินาทีนี้ กวินเดินเข้ามาเงียบ ๆ ในมือถือถ้วยชาร้อน เขาวางมันลงตรงมุมโต๊ะอย่างระมัดระวัง ไม่รบกวนพื้นที่ส่วนตัวของเรน เหมือนคนที่เริ่มเรียนรู้ “จังหวะของคนอื่น” ได้ดีขึ้น “คุณควรกินอะไรบ้าง” เขาเอ่ยขึ้นเสียงต่ำ...

บทที่ ๑๒ : เงาซ้อนเงาและพันธสัญญาทมิฬ

ณ เรือนไทยโบราณ คุ้มเจ้าพระยาเดชา (โลกมนุษย์) บรรยากาศในห้องนอนใหญ่ของท่านเจ้าคุณเดชา ผู้ว่าจ้างพรานเข้ม เต็มไปด้วยกลิ่นคาวคลุ้งที่ชวนสะอิดสะเอียนยิ่งกว่ากลิ่นซากศพ แสงเทียนวูบไหวจับภาพเงาตะคุ่มที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่บนผนังไม้สักทอง ร่างผอมแห้งจนหนังหุ้มกระดูกของชายชรากำลังนอนแช่อยู่ในอ่างไม้ขนาดใหญ่ หากแต่ของเหลวในอ่างนั้นมิใช่น้ำสมุนไพรธรรมดา แต่มันคือ 'เลือด' สีแดงข้นคลั่กที่ส่งกลิ่นคาวรุนแรง ผสมกับว่านยาอาถรรพ์ที่หมอผีประจำตระกูลปรุงขึ้น "อึก... อ้ากกก..." เสียงร้องโหยหวนดังลอดไรฟันดำปี๋ของท่านเจ้าคุณ ผิวหนังที่เคยเหี่ยวย่นและเน่าเฟะเริ่มมีปฏิกิริยากับเลือดอาถรรพ์ มันส่งเสียงฉ่าราวกับเนื้อย่างบนเตาถ่าน ความเจ็บปวดแสนสาหัสแล่นพล่านไปทั่วร่าง แต่ชายชรากลับแสยะยิ้มด้วยความพึงพอใจ "ท่านเจ้าคุณ..." เสียงแหบต่ำของชายวัยกลางคนผู้นุ่งขาวห่มขาว แต่แววตาดุร้ายราวกับสัตว์ป่า เดินเข้ามาในห้อง เขาคือ 'อาจารย์คง' จอมขมังเวทย์ผู้เลี้ยงผีปอบ "เลือดเด็กทารกเจ็ดศพที่ท่านให้หามา...

บทที่ ๑๑ : ปีกแห่งราชันย์และกรงเล็บพยัคฆา

ลมพายุหมุนลูกใหญ่ก่อตัวขึ้นเบื้องหน้า พัดพาหิมะสีขาวโพลนให้ฟุ้งกระจายจนมองไม่เห็นทิศทาง เสียงลมหวีดหวิวนั้นฟังดูคล้ายเสียงกรีดร้องของภูตพราย แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าพายุ คือแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากร่างสีทองอร่ามตรงหน้า 'พญาสุบรรณราช' ขุนพลแห่งครุฑ ยืนตระหง่านอยู่บนโขดหินสูง ร่างกายกำยำสูงกว่าสามเมตรปกคลุมด้วยเกราะทองคำประดับเพชรนิลจินดา ปีกคู่มหึมาสีทองแดงกางสยายออกบดบังแสงอาทิตย์จนเกิดเงาทะมึนทาบทับคณะเดินทางมนุษย์ตัวจ้อย ดวงตาสีแดงฉานดั่งดวงไฟนรกจ้องมองลงมาด้วยความเหยียดหยาม "มนุษย์..." เสียงของพญาครุฑกึกก้องกัมปนาทราวกับฟ้าผ่า "ช่างบังอาจนักที่กล้าย่างกรายเข้ามาถึงตีนเขาไกรลาส... กลิ่นสาบของเจ้าทำให้สวนสวรรค์ต้องแปดเปื้อน" พรานเข้มก้าวออกมาข้างหน้า ร่างกายโชกเลือดแต่ยืนหลังตรงอย่างไม่เกรงกลัว "ข้าเพียงต้องการผ่านทางเพื่อไปขอยารักษาชีวิตคน ไม่ได้มีเจตนาลบหลู่" "ยา?" พญาสุบรรณราชแค่นหัวเราะ เสียงหัวเราะนั้นสร้างคลื่นกระแทกจนจ้อยและลุงมั่นต้องล้มลุกคลุกคลาน "บุปผาเทวาไม่ใช่ของที่สัตว์ชั้นต่ำอย่างพวกเจ้าจะแตะต้องได้... และเจ้า! กินนรพันธุ์ผสม!" พญาครุฑตวัดนิ้วชี้มาที่นลิน สายตารังเกียจเดียดฉันท์ยิ่งกว่ามองหนอนแมลง "ตัวกาลกิณีแห่งป่าหิมพานต์... เจ้ากล้าพาคนนอกเข้ามาเหยียบย่ำดินแดนศักดิ์สิทธิ์...

ตอนที่ 12: สายใยที่ขาดสะบั้น กับ แผน ‘ลักพาตัว’ เอสหลัก

บรรยากาศการฉลองชัยชนะพังทลายลงในพริบตา เมื่อหญิงวัยกลางคนท่าทางเจ้านายผู้สูงศักดิ์เดินเข้ามาในหอพักห้อง 404 เธอคือ คุณหญิงมล แม่ของคิริน (และคิระ) ที่ปกติจะอยู่แต่ในแวดวงสังคมชั้นสูง คิริน: “แม่... มาที่นี่ได้ยังไงครับ?” คิรินลุกขึ้นยืนด้วยความประหม่า คุณหญิงมล: “ถ้าฉันไม่มา แกคงลืมไปแล้วว่าแกมีหน้าที่อะไร คิริน...” คุณหญิงวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะซ้อม “สัญญาหมั้นหมายกับลูกสาวท่านประธานสปอนเซอร์รายใหญ่ แกต้องเซ็นชื่อเดี๋ยวนี้” ธันวา: “ขอโทษนะครับคุณหญิง แต่นี่มันสมัยไหนแล้ว บังคับคลุมถุงชนมันไม่...” ธันวาพยายามแทรกแต่กลับถูกสายตาเหยียดหยามตอกกลับ คุณหญิงมล: “คนนอกอย่าสอด! คิริน... แกควรรู้ตัวได้แล้วว่าที่แกได้ใช้นามสกุลนี้...

ตอนที่ 11: เมื่อปาฏิหาริย์หายไป กับ หัวใจที่เต้นผิดจังหวะ

หลังจากชัยชนะเหนือทีมไททัน ข่าวเรื่อง "พลังเหนือธรรมชาติ" ของทีมมหาวิทยาลัย T ก็กลายเป็นไวรัลในโซเชียล มีทั้งคนชื่นชมและกลุ่มคนที่ออกมาโจมตีว่าเป็นการ "โกง" จนสมาคมวอลเลย์บอลต้องส่งทีมตรวจสอบพิเศษมาสังเกตการณ์ในนัดถัดไป แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือคู่แข่งทีมต่อไป... ทีมไซเบอร์เนติกส์ (Cyber-Tech) ที่ไม่ได้มาพร้อมพลัง แต่มาพร้อมกับเครื่องรบกวนสัญญาณคลื่นสมองที่ทำให้การใช้ "จิตวิญญาณ" ออกมาเป็นพลังพิเศษกลายเป็นอัมพาต! ณ ห้องพักนักกีฬา (ก่อนเริ่มการแข่ง) บรรยากาศตึงเครียดกว่าทุกครั้ง เพราะธันวารู้สึกได้ว่าดวงตาของเขาเริ่มพร่ามัว ไม่ใช่เพราะความเครียด แต่เพราะสนามแข่งวันนี้ถูกติดตั้งเครื่องสลายพลังไว้รอบทิศทาง ธันวา: “เนตรพายุของฉันใช้ไม่ได้ผล... คิริน พลังสลาตันของนายก็น่าจะจุดไม่ติดเหมือนกัน” ธันวาพูดพลางบีบนวดข้อมือที่สั่นเทา คิริน:...

บทที่ ๑๒ : นาวาในดงเลือด

เสียงงัดแงะไม้กระดานดัง เอี๊ยด... ปัง! ประสานกับเสียงหอบหายใจของชายฉกรรจ์สามคน หลวงเทพ พี่กล้า และ ไอ้จ้อย (ที่โดนบังคับ) ช่วยกันรื้อแผ่นไม้ปูพื้นเรือนแพออกมาทีละแผ่นๆ เพื่อนำมาผูกมัดรวมกับถังเปล่าและยางรถเก่าๆ ที่ลอยมาติดใต้ถุน สร้างเป็นแพไม้ไผ่ขนาดย่อมที่พอจะรับน้ำหนักคนห้าคนได้อย่างทุลักทุเล "ใจหายเหมือนกันนะขอรับ..." ไอ้จ้อยบ่นกระปอดกระแปด พลางมัดเถาวัลย์เข้ากับไม้ไผ่ "อุตส่าห์รอดตายมาได้เพราะเรือนหลังนี้ แต่ตอนนี้ต้องมารื้อมันทำแพหนีไปตายเอาดาบหน้า" "ถ้าเอ็งอยากอยู่ที่นี่ต่อเพื่อรอเป็นผัวพรายน้ำ ข้าก็ไม่ขัดนะไอ้จ้อย" หลวงเทพประชดพลางดึงเชือกให้แน่น "แต่ข้าคนนึงล่ะที่ไม่ขอตายเป็นผีเฝ้าเรือน" คุณพุ่ม ยืนถือตะเกียงส่องไฟให้พวกเขาทํางาน แสงไฟสลัวส่องกระทบใบหน้าขาวที่เปื้อนคราบเขม่า พุ่มมองดูเรือนแพที่ค่อยๆ ถูกชำแหละจนแหว่งวิ่น รู้สึกเหมือนกำลังทำลายเกราะกำบังสุดท้ายทิ้ง "พร้อมแล้วขอรับ"...

บทที่ ๑๑ : พันธะโลหิต

หมอกยามเช้าปกคลุมผืนน้ำเป็นสีขาวโพลน หนาทึบจนมองไม่เห็นทิวไม้รอบด้าน บรรยากาศเงียบสงัดราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน ไม่มีเสียงนก ไม่มีเสียงแมลง มีเพียงเสียงน้ำไหลเอื่อยๆ ลอดใต้ถุนเรือนแพ ภายในโถงเรือน กลิ่นคาวเลือดของพรายน้ำเริ่มจางลงหลังจากที่ หลวงเทพ และ ไอ้จ้อย ช่วยกันงัดแงะไม้กระดานเพื่อกวาดซากศพเน่าเฟะเหล่านั้นทิ้งลงน้ำไปจนหมด เหลือทิ้งไว้เพียงคราบสีดำคล้ำที่ฝังแน่นอยู่ตามเนื้อไม้ เป็นอนุสรณ์ของคืนนรกแตก พี่กล้า นั่งอยู่ที่ระเบียงด้านนอกเพียงลำพัง เขากลับมาอยู่ในร่างมนุษย์ปกติแล้ว แต่สภาพดูอิดโรยยิ่งกว่าคนป่วยหนัก ใบหน้าซีดเผือดตัดกับขอบตาดำคล้ำ เขาเหม่อมองลงไปที่ฝ่ามือตัวเอง... มือที่เมื่อคืนเกือบจะปลิดชีพเพื่อนร่วมตาย "กินหน่อยเถอะพ่อกล้า..." เสียงหวานเจือความหวาดหวั่นของ แม่หญิงจัน ดังขึ้น นางวางสำรับเล็กๆ ที่มีปลาแห้งย่างและน้ำพริกถ้วยเก่าลงข้างตัวชายหนุ่ม...

Subscribe

- Never miss a story with notifications

- Gain full access to our premium content

- Browse free from up to 5 devices at once

Must read

spot_img