เสียงงัดแงะไม้กระดานดัง เอี๊ยด… ปัง! ประสานกับเสียงหอบหายใจของชายฉกรรจ์สามคน
หลวงเทพ พี่กล้า และ ไอ้จ้อย (ที่โดนบังคับ) ช่วยกันรื้อแผ่นไม้ปูพื้นเรือนแพออกมาทีละแผ่นๆ เพื่อนำมาผูกมัดรวมกับถังเปล่าและยางรถเก่าๆ ที่ลอยมาติดใต้ถุน สร้างเป็นแพไม้ไผ่ขนาดย่อมที่พอจะรับน้ำหนักคนห้าคนได้อย่างทุลักทุเล
“ใจหายเหมือนกันนะขอรับ…” ไอ้จ้อยบ่นกระปอดกระแปด พลางมัดเถาวัลย์เข้ากับไม้ไผ่ “อุตส่าห์รอดตายมาได้เพราะเรือนหลังนี้ แต่ตอนนี้ต้องมารื้อมันทำแพหนีไปตายเอาดาบหน้า”
“ถ้าเอ็งอยากอยู่ที่นี่ต่อเพื่อรอเป็นผัวพรายน้ำ ข้าก็ไม่ขัดนะไอ้จ้อย” หลวงเทพประชดพลางดึงเชือกให้แน่น “แต่ข้าคนนึงล่ะที่ไม่ขอตายเป็นผีเฝ้าเรือน”
คุณพุ่ม ยืนถือตะเกียงส่องไฟให้พวกเขาทํางาน แสงไฟสลัวส่องกระทบใบหน้าขาวที่เปื้อนคราบเขม่า พุ่มมองดูเรือนแพที่ค่อยๆ ถูกชำแหละจนแหว่งวิ่น รู้สึกเหมือนกำลังทำลายเกราะกำบังสุดท้ายทิ้ง
“พร้อมแล้วขอรับ” กล้าเอ่ยขึ้น เขายืนทดสอบความแข็งแรงของแพอยู่ที่ท่าน้ำ “แพอาจจะไม่สมดุลนัก แต่พอจะลอยตัวได้… เราต้องรีบไปก่อนน้ำจะนิ่งสนิท”
“ทำไมต้องก่อนน้ำนิ่ง?” แม่หญิงจัน ถามด้วยความสงสัย ขณะหอบห่อผ้าใส่ลงเรือ
“เพราะถ้าน้ำนิ่งสนิท… ผิวน้ำจะเป็นเหมือนกระจกเงา” กล้าตอบเสียงเรียบ “พวก ‘ข้างล่าง’ มันจะมองเห็นเงาเราชัดเจนที่สุด”
คำตอบนั้นทำเอาทุกคนขนลุกเกรียว
…
คณะเดินทางทั้งห้าชีวิตค่อยๆ ลงไปนั่งบนแพไม้ไผ่ที่โคลงเคลงอย่างน่าหวาดเสียว แพปริ่มน้ำจนน้ำซึมเข้ามาโดนก้น กล้ายืนคัดท้ายด้วยไม้ถ่ออันยาว หลวงเทพนั่งหัวเรือพร้อมปืนคาบศิลา พุ่ม จัน และจ้อย นั่งเบียดกันอยู่ตรงกลาง
“ไป…” กล้าออกคำสั่งเบาๆ แล้วใช้ไม้ถ่อยันพื้นเลน ดันแพออกจากท่าน้ำ
แพน้อยลอยห่างออกมาจากเรือนแพทีละนิด… ทีละนิด… เรือนไม้สักทองที่เคยเป็นที่พึ่งพิง บัดนี้ดูทะมึนน่ากลัวท่ามกลางความมืด หน้าต่างที่เปิดอ้าดูเหมือนดวงตาที่จ้องมองส่งแขกผู้มาเยือน พุ่มอดคิดไม่ได้ว่า… บางที ‘เจ้าที่’ อาจจะกำลังยืนยิ้มเยาะอยู่ที่ระเบียงนั้นก็ได้
“มุ่งหน้าทิศตะวันตก…” พุ่มกระซิบดูเข็มทิศอันเล็กในมือ “เข้าไปในดงบัวแดง”
กล้าวาดไม้ถ่อพาแพลัดเลาะไปตามร่องน้ำแคบๆ ที่ปกคลุมด้วยรากไม้โกงกาง ผ่านไปสักพัก ป่าทึบก็เริ่มเปิดโล่ง… เบื้องหน้าของพวกเขาคือบึงขนาดมหึมาที่มองไม่เห็นฝั่ง ผิวน้ำถูกปกคลุมไปด้วย ‘บัวแดง’ นับหมื่นนับแสนดอกที่ชูช่อสล้าง แม้จะเป็นเวลากลางคืน แต่แสงดาวที่พอมองเห็นลางๆ ทำให้เห็นเป็นทุ่งสีดำทะมึนตัดกับดอกบัวที่ดูคล้ายหยดเลือด
“สวย… แต่น่ากลัวพิลึก” แม่หญิงจันพึมพำ
“เงียบๆ…” กล้าเตือนเสียงต่ำ “ดงบัวนี้รากมันยาว… และพันเก่งนัก”
แพไม้ไผ่แหวกผ่านกอสาหร่ายและกอบัวไปอย่างช้าๆ เสียงน้ำกระทบแพดัง จ๋อม… จ๋อม… เป็นจังหวะเดียวกับหัวใจที่เต้นรัว
พุ่มขยับตัวเข้าไปใกล้กล้าโดยไม่รู้ตัว กลิ่นกายของชายหนุ่ม กลิ่นโคลนผสมกลิ่นสาบจางๆ ทำให้พุ่มอุ่นใจ “พี่ไหวไหม?” พุ่มถามเบาๆ
“ไหว…” กล้าตอบโดยไม่ละสายตาจากผืนน้ำ “เลือดของคุณ… ช่วยข้าได้มาก”
พุ่มหน้าแดงก่ำในความมืด นึกถึงรสสัมผัสที่ปลายนิ้วเมื่อเช้า “ถ้าผ่านเรื่องนี้ไปได้… ข้าจะ…”
กึก!
แพหยุดชะงักกะทันหัน จนทุกคนหัวทิ่มไปข้างหน้า “ชนตอเรอะ?” หลวงเทพถาม พยายามเพ่งมองน้ำดำมืด
“ไม่ใช่ตอ…” กล้าขมวดคิ้ว พยายามออกแรงถ่อ แต่แพไม่ขยับ “เหมือนมีอะไร… รั้งใต้ท้องแพ”
ครืด… ครืด…
เสียงเหมือนของแข็งขูดกับไม้ไผ่ดังมาจากข้างใต้ ไอ้จ้อยชะโงกหน้าลงไปดู “สาหร่ายกระมังขอรับ พันกันยุ่งเชียว…”
จ้อยยื่นมือลงไปจะดึงสาหร่ายออก แต่สิ่งที่เขาดึงขึ้นมา… มันยาว เหนียว เป็นเส้นฝอยสีดำ และเมื่อยกพ้นน้ำขึ้นมา… มันมี หนังศีรษะ เปื่อยๆ ติดขึ้นมาด้วย!
“ว้ากกกก! ผมผี!” จ้อยสะบัดมือทิ้ง ร้องลั่นแพ
ทันใดนั้น ผิวน้ำรอบแพก็เดือดพล่าน! เส้นผมสีดำนับร้อยเส้นพุ่งขึ้นมาจากน้ำราวกับงูยักษ์ เลื้อยพันไม้ไผ่ พันแขนพันขาของทุกคนอย่างรวดเร็ว!
“ตัดมัน!” กล้าตะโกน ทิ้งไม้ถ่อแล้วชักมีดพร้าออกมาฟัน ฉับ! ฉับ!
หลวงเทพชักดาบฟันเส้นผมที่กำลังรัดคอแม่หญิงจันจนขาดกระจุย “อย่ารัดเมียเพื่อนกูโว้ย!” (เผลอหลุดปาก)
พุ่มถูกเส้นผมกลุ่มใหญ่รัดข้อเท้าแล้วกระชากอย่างแรงจนตัวไถลไปที่ขอบแพ “พี่กล้า!”
กล้าหันขวับ กระโจนตัวลอยข้ามไอ้จ้อยไปคว้ามือพุ่มไว้ได้ทันท่วงที แต่แรงดึงจากใต้น้ำมหาศาลมาก แพเริ่มเอียงกระเท่เร่ “ปล่อยสิวะ!” กล้าคำราม เล็บมือเริ่มงอกยาว เขากรีดกรงเล็บลงไปในน้ำ ตัดเส้นผมที่พันขาพุ่มจนขาดสะบั้น
แต่ในจังหวะที่กล้ากำลังดึงพุ่มกลับขึ้นมา… มือซีดขาวขนาดยักษ์… ใหญ่กว่าคนปกติสามเท่า… พุ่งขึ้นมาจากน้ำ คว้าหมับเข้าที่เอวของกล้า!
ตูม!
ร่างของกล้าถูกกระชากลงน้ำไปต่อหน้าต่อตาพุ่ม!
“พี่กล้า!!!” พุ่มตะโกนสุดเสียง
ผิวน้ำตรงจุดที่กล้าจมลงไปปั่นป่วนอย่างหนัก ฟองอากาศผุดขึ้นมาพร้อมเลือดสีแดงฉาน… ทุกคนบนแพหยุดนิ่ง ตะลึงงัน ผ่านไปหนึ่งอึดใจ… สองอึดใจ… ไม่มีวี่แววของกล้า
“เขา… เขาตายแล้วรึ?” แม่หญิงจันปิดปากร้องไห้
“ไม่…” พุ่มกัดฟันแน่น คว้ามีดพับเล่มเล็กขึ้นมา “เขาไม่ตายง่ายๆ หรอก” พุ่มทำท่าจะกระโดดลงไปช่วย
“หยุดนะไอ้พุ่ม! เอ็งลงไปก็ตายเปล่า!” หลวงเทพล็อคตัวเพื่อนไว้
ทันใดนั้น… ซูมมมม!!!
ร่างของกล้าพุ่งทะยานขึ้นมาจากน้ำ ลอยตัวสูงเหนือแพ ในมือของเขา… กำลังลากกระชากอะไรบางอย่างขึ้นมาด้วย มันคือ หัวของปีศาจพรายน้ำร่างยักษ์ ที่ถูกตัดขาดจากลำตัว! ดวงตาของปีศาจยังเบิกโพลง ลิ้นยาวห้อยต่องแต่ง
กล้าเหวี่ยงหัวปีศาจทิ้งไปไกลลิบ แล้วทิ้งตัวลงมายืนบนแพ ตุ้บ! สภาพของเขาเปียกโชก เลือดไหลอาบจากแผลที่เอว แต่แววตาสีอำพันสว่างวาบดั่งไฟบรรลัยกัลป์ เขายืนหอบหายใจ แผ่รังสีอำมหิตจนเส้นผมปีศาจที่เหลือรีบหดหนีลงน้ำไปจนหมดสิ้น
“ไปต่อ…” กล้าสั่งเสียงเหี้ยม คว้าไม้ถ่อขึ้นมาใหม่ “อย่าหยุด… จนกว่าจะพ้นดงบัว”
พุ่มมองแผ่นหลังกว้างที่มีเลือดไหลซึมออกมา… น้ำตาแห่งความโล่งใจไหลอาบแก้ม
พวกเขาเพิ่งผ่านด่านแรกมาได้… แต่เบื้องหน้า หมอกหนาทึบกำลังก่อตัวขึ้น กลิ่นเหม็นสาบของสัตว์ใหญ่โชยมาตามลม… ดงโขลงช้างผี กำลังรอต้อนรับพวกเขาอยู่



