HomeChapterตอนที่ 11: เมื่อปาฏิหาริย์หายไป กับ หัวใจที่เต้นผิดจังหวะ

ตอนที่ 11: เมื่อปาฏิหาริย์หายไป กับ หัวใจที่เต้นผิดจังหวะ

หลังจากชัยชนะเหนือทีมไททัน ข่าวเรื่อง “พลังเหนือธรรมชาติ” ของทีมมหาวิทยาลัย T ก็กลายเป็นไวรัลในโซเชียล มีทั้งคนชื่นชมและกลุ่มคนที่ออกมาโจมตีว่าเป็นการ “โกง” จนสมาคมวอลเลย์บอลต้องส่งทีมตรวจสอบพิเศษมาสังเกตการณ์ในนัดถัดไป

แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือคู่แข่งทีมต่อไป… ทีมไซเบอร์เนติกส์ (Cyber-Tech) ที่ไม่ได้มาพร้อมพลัง แต่มาพร้อมกับเครื่องรบกวนสัญญาณคลื่นสมองที่ทำให้การใช้ “จิตวิญญาณ” ออกมาเป็นพลังพิเศษกลายเป็นอัมพาต!


ณ ห้องพักนักกีฬา (ก่อนเริ่มการแข่ง)

บรรยากาศตึงเครียดกว่าทุกครั้ง เพราะธันวารู้สึกได้ว่าดวงตาของเขาเริ่มพร่ามัว ไม่ใช่เพราะความเครียด แต่เพราะสนามแข่งวันนี้ถูกติดตั้งเครื่องสลายพลังไว้รอบทิศทาง

ธันวา: “เนตรพายุของฉันใช้ไม่ได้ผล… คิริน พลังสลาตันของนายก็น่าจะจุดไม่ติดเหมือนกัน” ธันวาพูดพลางบีบนวดข้อมือที่สั่นเทา

คิริน: “แล้วจะสู้ยังไง? พวกนั้นมันซ้อมมาเพื่อทำลายพวกเราโดยเฉพาะเลยนะ!”

จังหวะนั้นเอง ศิลา ที่ดูจะไม่สะทกสะท้านกับเรื่องพลังหายไป กลับเดินเข้ามากระโดดกอดคอ ภูผา ที่กำลังนั่งเช็กสนับเข่าอยู่

ศิลา: “พี่ภูผา… ทำไมทำหน้าเหมือนท้องผูกแบบนั้นล่ะ? ถึงไม่มี Absolute Zero พี่ก็ยังเป็นลิเบอโร่ที่รับบอลแม่นที่สุดที่ผมเคยเห็นไม่ใช่เหรอ?”

ภูผา: “นายไม่เข้าใจหรอกศิลา… ถ้าไม่มีพลังนั่น ฉันก็แค่ไอ้ยักษ์ที่เชื่องช้า” ภูผาถอนหายใจ แววตาที่เคยนิ่งสงบเริ่มสั่นไหวด้วยความไม่มั่นใจ

ศิลาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะคว้าแขนภูผาแล้วดึงให้เดินตามเข้าไปในห้องเก็บอุปกรณ์ที่ไม่มีคนอยู่

ภูผา: “ศิลา! จะทำอะไร ของจะเริ่มแข่งอยู่แล้วนะ!”

ปัง! ศิลาปิดประตูแล้วกดไหล่พี่ชายตัวโตให้พิงกับชั้นวางบอล

ศิลา: “พี่ฟังผมนะ… ที่ผมยอมย้ายตามพี่มาที่นี่ ไม่ใช่เพราะผมอยากเล่นวอลเลย์บอลกับ ‘กำแพงน้ำแข็ง’ แต่ผมอยากเล่นกับ ‘พี่ภูผา’ คนที่เคยสอนผมเดาะบอลจนมือแตกตอนเด็กๆ!”

ภูผา: “ศิลา… คือฉัน…”

ศิลา: “เลิกพึ่งพาพลังบ้าบอนั่น แล้วพึ่งพา ‘ผม’ แทนได้ไหม? รางวัล MVP ที่ผมขอ… ผมไม่เอาเดทแล้วก็ได้ แต่ผมขอให้พี่เชื่อใจผมในสนามวันนี้”

พูดจบ ศิลาก็โน้มตัวลงไปงับติ่งหูภูผาเบาๆ หนึ่งทีเป็นการทำโทษ! “ถ้าพี่รับบอลพลาด ผมจะ ‘กิน’ พี่จริงๆ ต่อหน้าคนทั้งสนามแน่!”

ภูผาหน้าแดงจัดถึงลำคอ ความร้อนพุ่งพล่านจนลืมเรื่องพลังที่หายไปเสียสนิท “ไอ้เด็กบ้า! ออกไปเตรียมตัวเลยไป!”


ช่วงการแข่งขัน: สู้ด้วยแรงกายและหยาดเหงื่อ

ในสนามแข่ง ทุกอย่างเป็นไปอย่างยากลำบาก ธันวาที่เคยชินกับการเห็นวิถีบอลล่วงหน้า ต้องกลับมาใช้สายตาและสัญชาตญาณล้วนๆ ส่วนคิรินที่ไม่มีแรงส่งจากพายุ ก็ต้องอาศัยกล้ามเนื้อขาและการเหวี่ยงแขนที่ถูกต้อง

คิริน: “หนักชะมัด… ลูกบอลปกติมันหนักขนาดนี้เลยเหรอวะ!” คิรินหอบแฮ่กหลังจากตบติดบล็อกไปสามครั้งรวด

ธันวา: “คิริน! อย่ามองที่ความแรง มองที่ ‘ช่องว่าง’!” ธันวาตะโกนสั่ง แม้เหงื่อจะเข้าตาจนแสบ แต่เขาก็เริ่มสนุกกับการกลับมาใช้ทักษะพื้นฐาน “ฉันจะเซตให้ช้าลง แต่นิ่งขึ้น นายแค่สะบัดข้อมือให้ไวก็พอ!”

ในขณะที่แนวหลัง ภูผาและศิลาประสานงานกันได้อย่างน่าอัศจรรย์ ศิลาวิ่งไปทั่วสนามเหมือนลิงลม คอยเก็บบอลที่ภูผารับกระฉอกออกมาด้วยความเร็วแสง

ภูผา: “ศิลา! ฝั่งซ้าย!”

ศิลา: “จัดไปพี่ชาย!” ศิลาพุ่งสไลด์ตัวเอาไหล่รับบอลขึ้นมาได้อย่างหวุดหวิด ก่อนจะหันมาส่งจูบให้ภูผาหนึ่งทีกลางสนาม


จุดตัดสิน: ลูกตบเปลี่ยนวิถี (ฉบับไร้พลังพิเศษ)

แต้มสุดท้ายมาถึง ธันวาวิ่งไปรับบอลที่ล้นมา เขาไม่มีเวลาตั้งท่าเซตสวยๆ เขาจึงตัดสินใจใช้ปลายนิ้ว ‘ดีด’ บอลออกไปในวิถีที่ยากที่สุด

ธันวา: “คิริน! ท่าที่คิระสอนไง! ใช้มือเปล่านี่แหละทำให้มันเลี้ยว!”

คิรินกระโดดขึ้นไปสุดตัว เขาไม่ได้ง้างมือเต็มแรงเหมือนสลาตัน แต่เขาใช้การ ‘สะบัดข้อมือ’ ในเสี้ยววินาทีสุดท้ายที่สัมผัสบอล ลูกบอลไม่ได้หักเลี้ยวหวือหวาเหมือนแฟนธอม แต่เสน่ห์ของมันคือความเฉียบคมที่ปักลงบนเส้นพอดีเป๊ะ!

ปรี๊ดดดด! มหาวิทยาลัย T ชนะ!


หลังจบเกม ณ หลังยิม

ธันวานั่งหอบข้างๆ คิริน ทั้งคู่มองดูภูผาที่โดนศิลาลากไปคุยที่ซอกตึก

คิริน: “นายว่า… พี่ภูผาจะรอดเงื้อมมือน้องชายตัวเองไหม?”

ธันวา: “ดูจากหน้าพี่ภูที่แดงยิ่งกว่าลูกวอลเลย์บอลแล้ว… ฉันว่าไม่รอดชัวร์” ธันวาหัวเราะ พลางเอนหัวซบไหล่คิริน “วันนี้สนุกดีนะ… ถึงจะไม่มีเนตรพายุ แต่ฉันก็มองเห็นนายชัดเจนกว่าทุกวันเลย”

คิริน: “เห็นอะไร? เห็นว่าฉันหล่อเหรอ?”

ธันวา: “เห็นว่านาย… รักฉันมากแค่ไหนไง”

คิรินหมั่นไส้จนต้องคว้ารอบคอธันวาเข้ามาฟัดแก้มแรงๆ หนึ่งที ท่ามกลางเสียงฉลองของสมาชิกทีมที่ดังแว่วมา

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments