admin

spot_img

บทนำ : เสียงเพรียกจากความตาย

สายลมกรรโชกแรงหอบเอากลิ่นคาวเลือดและกลิ่นสาบสางลอยคลุ้งไปทั่วคุ้มเจ้าพระยา เสียงไอกระเสาะกระแสะดังเล็ดลอดออกมาจากห้องนอนใหญ่ที่ปิดหน้าต่างมิดชิด ราวกับกลัวว่าแสงตะวันจะพรากวิญญาณของผู้ที่อยู่ข้างในไป "มัน... อยู่ที่นั่น... ข้ารู้ว่ามันอยู่ที่นั่น" ชายชราผู้มีอำนาจล้นฟ้าในย่านนี้ บัดนี้กลับนอนตัวลีบผอมแห้ง ผิวหนังเหี่ยวย่นและมีแผลพุพองส่งกลิ่นเหม็นเน่า เขากำลังพร่ำเพ้อถึงสิ่งเดียวที่จะช่วยยื้อลมหายใจเฮือกสุดท้าย "ดอกไม้... ดอกไม้นั่น" บ่าวรับใช้ต่างก้มหน้าตัวสั่นงันงก ไม่มีใครกล้าสบตาชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ยืนกอดอกพิงเสาเรือนอยู่ในเงามืด รัศมีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างของเขาจนทำให้อากาศในห้องเย็นยะเยือกยิ่งกว่าเดิม "พรานเข้ม" เสียงแหบแห้งเรียกชื่อเขา "เอ็งต้องไปเอามันมาให้ข้า... แล้วข้าจะคืนทุกอย่างให้ตระกูลเอ็ง" ชายหนุ่มในเงามืดขยับตัว แสงตะเกียงน้ำมันวูบไหวเผยให้เห็นดวงตาคมกริบดั่งพญาเสือและรอยสักอักขระโบราณที่โผล่พ้นคอเสื้อขึ้นมา "ท่านรู้ใช่ไหมว่าที่นั่นไม่ใช่ที่เดินเล่น" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียบ "ป่าหิมพานต์... เข้าไปสิบ ตายเสียเก้า อีกหนึ่งรอดกลับมาก็กลายเป็นบ้า" "ข้าไม่สน!" ชายชราตะคอกจนไอโขลก "ข้าต้องการบุปผาเทวา! ไปเอามันมา! แล้วหนี้ชีวิตพ่อแม่เอ็ง......

บทที่ 5: ภารกิจรับน้องสยองขวัญ (The Horrifying SOTUS Mission)

"ปีหนึ่ง! เดินให้มันเร็วๆ หน่อย! อยากโดนซ่อมหรือไง!" เสียงตะคอกผ่านโทรโข่งดังลั่นป่าชายเลน แสงแดดร้อนระอุแผดเผาผิวหนังจนแสบไหม้ กิจกรรมรับน้องนอกสถานที่... ช่างเป็นกิจกรรมที่สิ้นเปลืองพลังงานชีวิตโดยใช่เหตุ ข้าสวมเสื้อยืดคณะสีเลือดหมู กางเกงวอร์มขายาว ยืนเข้าแถวท่ามกลางเพื่อนๆ ที่เหงื่อท่วมตัว วินยืนอยู่ข้างข้า หน้าซีดเผือดเพราะอดนอน (และเพราะกลัวผีเมื่อคืน) เขาเกาะแขนเสื้อข้าไว้แน่นราวกับลูกแหง่ติดแม่ "น้องคนนั้นน่ะ! คนที่หน้าขาวๆ น่ะ! ยืนคุยอะไรกัน!" รุ่นพี่ว้าก ร่างท้วมหนวดเฟิ้ม ชี้หน้ามาทางข้า "ออกมาข้างหน้า! เดี๋ยวนี้!" ข้าเดินออกไปยืนหน้าแถวด้วยท่าทีสง่าผ่าเผย "มีประสงค์สิ่งใดหรือ... รุ่นพี่?" "พูดจากวนตีนนะมึง!...

บทที่ 4: ดวงตาที่สามกับความลับยามวิกาล (The Third Eye and Midnight Secrets)

รัตติกาล... คือช่วงเวลาที่ข้าโปรดปรานที่สุด ในขณะที่มนุษย์หลับใหล ปล่อยให้จิตวิญญาณล่องลอยในความฝัน ข้าจะนั่งขัดสมาธิบนเตียงชั้นบน ปล่อยให้ความเงียบโอบกอด นาฬิกาบอกเวลา 02.33 น. เสียงกรนเบาๆ ของรูมเมทตัวดีเงียบหายไปนานแล้ว เหลือเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ครางหึ่งๆ กึก... กึก... เสียงแปลกประหลาดดังขึ้นจากมุมห้อง ข้าลืมตาขึ้นช้าๆ มองฝ่าความมืดลงไป วิน... กำลังลุกขึ้นนั่งบนเตียง ผมชี้ฟู ตาปรือปรอย สงสัยจะปวดเบาตามประสาคนกินน้ำเยอะก่อนนอน "ฮ้าว..." วินบิดขี้เกียจ แล้วก้าวลงจากเตียง เดินสะลึมสะลือไปทางห้องน้ำ แต่ทันใดนั้น... เขาก็ชะงัก...

บทที่ 3: กฎเหล็กกับรูมเมทจำเป็น (The Roommate Rules)

"หอเต็มครับน้อง" เสียงลุงยามหอพักใน ดังเหมือนฟ้าผ่ากลางกบาลวิน "โห ลุง! ผมจ่ายค่ามัดจำช้าไปวันเดียวเองนะ! ผมจะไปนอนไหนล่ะครับเนี่ย บ้านก็อยู่ตั้งเชียงใหม่!" วินโอดครวญแทบจะลงไปนอนดิ้นกับพื้น ข้ายืนกอดอกพิงเสา มองดูฉากละครชีวิตมนุษย์ด้วยความสมเพช จริงๆ แล้ว... ข้าเพิ่งใช้มนตร์ดลใจให้รายชื่อวิน 'ตกหล่น' จากระบบหอพักเองแหละ "ช่วยไม่ได้นะ ห้องมันเต็มจริงๆ... อ้อ เหลืออยู่ห้องเดียว ห้อง 404 แต่มันเป็นห้องคู่ แล้วมีคนจองไปแล้วคนหนึ่ง" ลุงยามเปิดสมุดรายชื่อ "ใครครับลุง! ผมขอนอนด้วยได้ไหม ผมนอนพื้นก็ได้!"...

บทที่ 2: รหัสนักศึกษาแห่งความตาย (The Student ID of Death)

ในห้วงจักรวาลที่เวิ้งว้างกว้างใหญ่ การจัดระเบียบวิญญาณนับล้านดวงต้องใช้ความแม่นยำระดับปรมาณู ข้า... ผู้ซึ่งเคยบริหารจัดการบัญชีหนังหมา (ที่มนุษย์เรียกกันเล่นๆ) ด้วยความผิดพลาดเป็นศูนย์ กลับต้องมายืนงงอยู่หน้าห้องทะเบียนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เบื้องหน้าข้าคือป้ามนุษย์สวมแว่นตาหนาเตอะ กำลังเคี้ยวข้าวเหนียวหมูปิ้งอย่างเอร็ดอร่อย กลิ่นกระเทียมเจียวลอยคลุ้งทำเอาข้าย่นจมูก "ชื่ออะไรนะพ่อหนุ่ม?" ป้าถามโดยไม่เงยหน้ามอง "กาล..." ข้าตอบเสียงเรียบ "นามสกุล... นิรันดร์กาล" (ข้าเพิ่งคิดสดๆ ร้อนๆ เมื่อกี้ เพราะนามสกุล 'ยมทูต' คงฟังดูไม่เป็นมงคลนัก) "เอกสารครบไหม? สำเนาบัตรประชาชน? ทะเบียนบ้าน?" ข้านิ่งเงียบ... ทะเบียนบ้านของข้าคือนรกขุมที่ 8 ส่วนบัตรประชาชน......

บทที่ 1: มัจจุราชในดงไก่ย่าง

สายลมแห่งกาลเวลาพัดพาใบไม้แห้งให้ปลิดปลิว ร่วงหล่นสู่ผืนธรณีเฉกเช่นชีวิตมนุษย์ที่ไม่อาจยั่งยืน... ข้าพเจ้า... หรือในนามที่พวกเจ้าเรียกว่า 'กาล' ยืนตระหง่านอยู่บนดาดฟ้าตึกคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เบื้องล่างคือความโกลาหลของสิ่งที่เรียกว่า 'มนุษย์' เสียงกลองทอมดังตึ้งๆๆ ผสานกับเสียงตะโกนโหวกเหวกที่ไร้ซึ่งความสุนทรีย์ ดวงตาของข้าจดจ้องไปยังเป้าหมาย นายธาวิน วงศ์สวัสดิ์ อายุ 19 ปี สาเหตุการตาย: สะดุดขาตัวเองตกบันไดหนีไฟ เวลา 16.00 น. ช่างเป็นการตายที่... ไร้สาระสิ้นดี ข้าก้มมองนาฬิกาทรายในมือ เม็ดทรายสีเงินกำลังไหลรินลงสู่เบื้องล่าง อีกเพียง 5 นาทีเท่านั้น...

ตอนที่ 5 — “กับดักที่มองไม่เห็น”

สวนพฤกษาของตระกูลวารีไม่ใช่สวนที่ปลูกขึ้นเพื่อความรื่นรมย์ แต่มันถูกสร้างขึ้นเพื่อ “สกัดความหมาย” ต้นไม้แต่ละต้นมีชื่อเรียกขานราวกับรหัสลับ แต่ละแปลงมีป้ายเล็ก ๆ กำกับบอกวันเวลาที่ต้องเก็บเกี่ยว และระบุชื่อผู้ดูแลอย่างชัดเจน เรนเดินทอดน่องอยู่ท่ามกลางกลิ่นอายของพืชสด พืชพรรณเหล่านี้มักซื่อสัตย์... ซื่อสัตย์กว่ามนุษย์ เพราะพวกมันไม่รู้จักการแสดงออกสองชั้น หรือการซ่อนเร้นเจตนา เขาหยุดฝีเท้าลงตรงหน้าเรือนกระจกหลังหนึ่ง ผ้าม่านสีขาวถูกดึงปิดลงมาครึ่งบาน ฝ้ากระจกดูพร่ามัวเหมือนมีใครบางคนกำลังหายใจอยู่ข้างใน ทั้งที่ความจริงแล้วไม่มีใครอยู่ กวินเดินตามมาหยุดยืนข้าง ๆ เขาไม่รุกล้ำระยะห่างส่วนตัว ราวกับเรียนรู้แล้วว่าเรนต้องการพื้นที่ว่าง พอ ๆ กับที่ต้องการความจริง “คุณมั่นใจแค่ไหนว่ากลิ่นบนตัวลิลลี่เกี่ยวกับคดี” กวินเอ่ยถามเสียงเบา แต่ทุกพยางค์กลับอัดแน่นไปด้วยความหวาดหวั่น เรนยังไม่หันไปตอบ สายตาจับจ้องไปที่ต้นไม้เบื้องหน้า...

Subscribe

- Never miss a story with notifications

- Gain full access to our premium content

- Browse free from up to 5 devices at once

Must read

spot_img