HomeChapterบทที่ 4: ข่าวลือสีชมพูและเงามืดสีดำ

บทที่ 4: ข่าวลือสีชมพูและเงามืดสีดำ

[ ข่าวด่วน! ประจำสัปดาห์ฮอไรซอน ] “ปรากฏการณ์รักถล่มยิม! ประธานไต้ฝุ่นเปิดตัว ‘คู่ขา’ กลางสนามสอบ? หรือนี่จะเป็นเทคนิคผสานพลังรูปแบบใหม่ที่ต้องแลกมาด้วยการ… กอด?”

ผมยืนอ่านพาดหัวข่าวตัวไม้บนบอร์ดดิจิทัลหน้าโรงอาหารด้วยความรู้สึกอยากจะมุดดินหนีไปให้พ้นโลก รูปประกอบข่าวคือช็อตเด็ดที่ผมเกาะเอวพี่ไต้ฝุ่นแน่นเหมือนลูกลิง ส่วนเขาก็กางแขนระเบิดพลังทำลายล้างฉากหลังจนราบคาบ ดูยังไงก็เหมือนฉากในหนังรักวันสิ้นโลกชัดๆ!

“ไงจ๊ะ ‘คู่ขา’ ท่านประธาน~”

เสียงแซวคุ้นหูมาพร้อมกับข้อศอกที่กระทุ้งสีข้างผม มีนายืนยิ้มร่าอยู่ข้างๆ ในมือถือแก้วชานมไข่มุก

“คู่หูโว้ย! คู่หู!” ผมแก้ข่าวหน้าแดงก่ำ “มันเป็นอุบัติเหตุ! ฉันแค่จะเข้าไปห้ามเขา!”

“อุบัติเหตุแบบไหนถึงกอดกันกลมดิ๊กขนาดนั้นวะ?” คิวเดินเข้ามาสมทบ พลางขยับแว่นทำหน้าตานักสืบ “แถมหลังจากนั้น หุ่นยนต์ราคาห้าสิบล้านก็หายไปในกลีบเมฆ… นายรู้มั้ยว่าตอนนี้หุ้นของบริษัทผลิตหุ่นร่วงกราวเลยนะ”

“แล้วนายรู้มั้ย…” แทงค์ก้มลงกระซิบเสียงเครียด “ว่าตอนนี้มีแฟนคลับพี่ไต้ฝุ่นตั้งค่าหัวนายแล้วนะ ‘ชมรมคนรักท่านประธาน’ ประกาศว่าจะจับนายไปถ่วงน้ำข้อหาแต๊ะอั๋งสมบัติของโรงเรียน”

ผมหน้าซีดเผือด “จะบ้าเหรอ! ฉันเนี่ยนะแต๊ะอั๋งเขา? เขาต่างหากที่ลากฉันไปเป็น…”

หมอนข้าง… คำนี้จุกอยู่ที่คอ ขืนพูดออกไปชีวิตผมจบสิ้นแน่

“เป็นอะไร?” มีนาหรี่ตา “นายมีความลับกับพวกเราใช่มั้ยนาวี? ตั้งแต่ย้ายไปอยู่หอ The Zenith นายก็ดู… มีน้ำมีนวลขึ้นนะ”

“เปล่าสักหน่อย!” ผมรีบปฏิเสธ “ไปเรียนเถอะ เดี๋ยวสาย!”

ผมรีบเดินหนีเพื่อนๆ โดยมีความรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ที่หลังคอ ไม่ใช่เพราะกลัวแฟนคลับพี่ไต้ฝุ่น แต่เพราะผมรู้สึกเหมือน… มีใครบางคนกำลังจ้องมองผมอยู่

ไม่ใช่สายตาชื่นชม หรือสายตาอิจฉา แต่มันเป็นสายตาที่เย็นเยียบและไร้ความรู้สึก เหมือนงูที่จ้องมองเหยื่อ

ผมหันขวับไปมองทางเดินด้านหลัง ฝูงชนนักเรียนเดินขวักไขว่ ไม่มีใครดูผิดปกติ

“คิดไปเองมั้ง…” ผมพยายามปลอบใจตัวเอง


ณ ห้องมืดแห่งหนึ่ง ไม่ระบุพิกัด

บนหน้าจอโฮโลแกรมขนาดใหญ่ ฉายภาพเหตุการณ์ในสนามฝึกซ้อมซ้ำไปซ้ำมา วินาทีที่นาวีกระโดดกอดไต้ฝุ่น และวินาทีที่กราฟพลังงานพุ่งทะลุขีดจำกัด

ชายชุดสูทสีเทานั่งไขว่ห้างอยู่ในเงามืด เขาหมุนแหวนเงินเกลี้ยงเกลาที่นิ้วนางข้างซ้ายเล่น

“น่าสนใจ…” เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้น “ปกติแล้ว มนุษย์ธรรมดาที่สัมผัสพลังเวกเตอร์ระดับ S ของไต้ฝุ่นในขณะคลุ้มคลั่ง ร่างกายควรจะฉีกขาดเป็นชิ้นๆ ไม่ก็ระเบิดเป็นจุณ”

“แต่เด็กคนนี้…” ชายคนนั้นซูมภาพไปที่ใบหน้าของนาวีที่กำลังหลับตาปี๋ “…ไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่รอยขีดข่วน แถมยังทำหน้าที่เป็น ‘ตัวกลาง’ (Buffer) ถ่ายโอนและขยายพลังงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ”

เขาดีดนิ้ว ภาพหน้าจอเปลี่ยนเป็นข้อมูลประวัติของนาวี [ นาวี – Class F – พลัง: Linking (ระดับต่ำ) ]

“ระดับต่ำงั้นเหรอ? หึ…” ชายชุดสูทหัวเราะในลำคอ “พวกฮอไรซอนมันตาถั่วจริงๆ… นี่มันไม่ใช่พลังเชื่อมต่อกระจอกๆ แต่มันคือ ‘Nexus’ (จุดศูนย์กลาง) ที่พวกเราตามหามาตลอด”

“ท่านครับ” เสียงลูกน้องดังผ่านอินเตอร์คอม “จะให้ดำเนินการจับกุมเลยไหมครับ?”

“อย่าเพิ่งวู่วาม… ไต้ฝุ่นอยู่กับเด็กนั่นตลอดเวลา การปะทะกับระดับ S โดยตรงไม่ใช่เรื่องฉลาด” ชายชุดสูทแสยะยิ้ม “เราต้องแยกพวกเขาออกจากกันก่อน… เริ่มจาก ‘เหยื่อล่อ’ ในโรงเรียนนั่นแหละ”


หอพัก The Zenith – เวลา 21.00 น.

บรรยากาศในเพนท์เฮาส์เงียบสงบจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน ไต้ฝุ่นนั่งทำงานเอกสารกองโตอยู่ที่โต๊ะกลางห้องสวมแว่นสายตากรอบบางที่ทำให้ดูหล่อแบบปัญญาชน (ซึ่งทำลายล้างหัวใจผมมาก)

ผมนั่งทำการบ้านอยู่ที่เคาน์เตอร์ครัว พลางเหลือบมองเขาเป็นระยะ

“จะจ้องอีกนานมั้ย?” ไต้ฝุ่นพูดขึ้นโดยไม่เงยหน้าจากกองกระดาษ

“อุ้ย!” ผมสะดุ้ง “เปล่าครับ! ผมแค่… แค่สงสัยว่าพี่หิวมั้ย? ผมอบคุกกี้มา…”

ผมชูจานคุกกี้หน้าตาประหลาดๆ (มันควรจะเป็นรูปดาว แต่ดูเหมือนอุกกาบาตมากกว่า) ที่ผมแอบไปขอใช้เตาอบในครัวส่วนกลางมา

ไต้ฝุ่นวางปากกา ถอดแว่นวางลง แล้วกวักมือเรียก

ผมเดินถือจานเข้าไปหาอย่างกล้าๆ กลัวๆ

เขาหยิบคุกกี้ชิ้นหนึ่งขึ้นมาพิจารณา “นี่กินได้ หรือเอาไว้ปาหัวหมาแตก?”

“กินได้สิครับ! ผมชิมแล้ว… แค่ไหม้นิดหน่อยเอง”

ไต้ฝุ่นกัดคุกกี้คำเล็กๆ เคี้ยวช้าๆ สีหน้าอ่านยากสุดๆ

“เป็นไงครับ?” ผมลุ้นตัวโก่ง

“หวาน…” เขาพึมพำ

“หวานไปเหรอครับ?”

“เปล่า… ก็ดี” เขาหยิบชิ้นที่สองเข้าปาก “ปกตินายกินหวานขนาดนี้เลยเหรอ?”

“ก็… เวลาใช้พลังแล้วมันหิวนี่นา” ผมเกาแก้มแก้เขิน “ว่าแต่พี่ไต้ฝุ่นครับ… เรื่องเมื่อวาน”

“หือ?”

“ทำไม… ทำไมผมถึงไม่เป็นอะไรเลยล่ะครับ? เพื่อนบอกว่าพลังพี่ตอนนั้นฉีกเหล็กได้เลยนะ แต่ผมกลับรู้สึกแค่อุ่นๆ”

ไต้ฝุ่นหยุดเคี้ยว เขาเงยหน้ามองผมด้วยแววตาจริงจัง

“ฉันก็สงสัยเหมือนกัน” เขายื่นมือมา “ขอมือหน่อย”

ผมวางมือลงบนฝ่ามือใหญ่ของเขา

วูบ…

ความรู้สึกเหมือนกระแสไฟฟ้าไหลเชื่อมกันเกิดขึ้นอีกครั้ง แต่มันนุ่มนวลกว่าตอนเกิดเรื่อง ไต้ฝุ่นหลับตาลง ซึมซับความรู้สึกนั้น

“พลังของนาย…” เขาพูดเสียงเบา “มันไม่ได้ ‘ต้าน’ พลังของฉัน แต่มัน ‘โอบรับ’ และ ‘กลืนกิน’ ความบ้าคลั่งของฉันไป… เหมือนฟองน้ำที่ซับน้ำที่หกเลอะเทอะให้กลับมาอยู่ในแก้ว”

เขาลืมตาขึ้นมองผม จ้องลึกจนผมหน้าร้อนผ่าว

“นายอาจจะพิเศษกว่าที่นายคิดนะ นาวี”

“พะ… พิเศษใส่ไข่เหรอครับ” ผมเล่นมุกแก้เขิน

ไต้ฝุ่นยิ้มมุมปากอีกแล้ว “ตลกตายล่ะ… ไปอาบน้ำซะ คืนนี้ฉันต้องชาร์จพลัง นายห้ามหนีไปนอนโซฟาเด็ดขาด”

“ครับๆ รู้แล้วครับคุณแบตเตอรี่เสื่อม”


เวลาเที่ยงคืนกว่า

ผมสะดุ้งตื่นเพราะเสียงท้องร้อง มื้อเย็นกินแค่สลัด (เพราะโดนคุกกี้ตัดกำลัง) ทำให้ตอนนี้กระเพาะประท้วง ผมค่อยๆ แงะแขนของไต้ฝุ่นที่พาดเอวผมอยู่ออกอย่างระมัดระวัง

เขายังหลับสนิท ลมหายใจสม่ำเสมอ… รอดตัวไป

ผมย่องออกจากห้อง ตั้งใจจะลงไปกดตู้เซเว่นที่ชั้นล่างของหอพัก

ทางเดินในหอ The Zenith เงียบสงัด ไฟทางเดินเปิดสลัวๆ ผมกดลิฟต์ลงมาที่ชั้น 1

ติ๊ง!

ประตูลิฟต์เปิดออก ผมก้าวออกมา… แต่กลับต้องชะงัก

ที่หน้าตู้กดขนม มีนักเรียนชายคนหนึ่งยืนหันหลังอยู่ เขาสวมชุดนอนลายทางและยืนนิ่งไม่ไหวติง

“เอ่อ… โทษนะครับ ขอกดขนมหน่อยได้มั้ย?” ผมทัก

เด็กคนนั้นไม่ตอบ แต่ค่อยๆ หันกลับมา… ช้าๆ

วินาทีที่ผมเห็นหน้าเขา ผมแทบช็อก

ดวงตาของเขา… ‘ไม่มีตาดำ’ มันเป็นสีขาวโพลนทั้งหมด! และที่มุมปากมีน้ำลายฟูมออกมา

“เฮ้ย! นายเป็นอะไรมั้ย!?” ผมกำลังจะก้าวเข้าไปดู

“หา… เจอ… แล้ว…” เสียงแหบพร่าดังออกมาจากปากเด็กคนนั้น ไม่ใช่เสียงเด็กหนุ่ม แต่เป็นเสียงซ้อนกันของผู้ชายวัยกลางคน!

“Nexus…”

ทันใดนั้น เด็กคนนั้นก็พุ่งเข้ามาหาผมด้วยความเร็วผิดมนุษย์! มือที่เล็บยาวผิดปกติง้างขึ้นหมายจะตะปบหน้าผม

“ว้าก!!”

ผมยกมือขึ้นกันตามสัญชาตญาณ พลัง ‘Linking’ ของผมทำงานอัตโนมัติ!

วิ้ง!

แสงสีฟ้าพุ่งออกจากมือผมไปเชื่อมกับหลอดไฟบนเพดาน แล้วส่งกระแสไฟฟ้าช็อตลงมาที่พื้นตรงหน้า!

เปรี้ยง!

เด็กคนนั้นกระเด็นถอยหลังไปชนตู้กดน้ำ ไฟทั้งหอดับพรึ่บ!

ผมยืนหอบหายใจในความมืด หัวใจเต้นรัวเร็ว เมื่อกี้มันอะไรกัน? ซอมบี้? ผีสิง?

“ใครอยู่ตรงนั้น!”

เสียงตะโกนของ รปภ. ดังมาจากด้านนอก พร้อมแสงไฟฉาย

ผมรีบหันไปมองจุดที่เด็กคนนั้นล้มลง… แต่กลับพบแต่ความว่างเปล่า

เขารีบหนีไปแล้ว… หรือว่าระเหยกลายเป็นไอ?

แต่สิ่งหนึ่งที่ผมรู้แน่ๆ คือ… คำว่า “Nexus” ที่มันพูด…

มันหมายถึง ‘ผม’ แน่นอน

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments