admin

spot_img

ตอนที่ 4: พายุคลั่งกับดวงตาที่พร่าเลือน

บรรยากาศในสนามกีฬาจังหวัดเต็มไปด้วยเสียงเชียร์ดังกึกก้อง แต่น่าแปลกที่ในหูของธันวากลับมีเพียงเสียงวี๊ดแหลมที่น่ารำคาญใจ สายตาของเขาจดจ้องไปที่ ‘ชิน’ เซตเตอร์ฝั่งตรงข้ามที่กำลังแสยะยิ้มส่งมาให้ 🖤 “เป็นอะไรไปธันวา? เนตรพายุของนายมันเริ่มสั่นแล้วนะ มองไม่เห็นวิถีบอลของฉันล่ะสิ?” ชินพูดพลางเดาะบอลในมือเล่น ย้อนกลับไปเมื่อสองปีก่อน ชินคือเพื่อนร่วมทีมที่ธันวาไว้ใจที่สุด แต่ในการแข่งนัดสำคัญ ชินกลับแอบใช้สารกระตุ้นและป้ายความผิดมาที่ธันวา จนธันวาต้องโดนพักการแข่งและกลายเป็นคนขี้แพ้ในสายตาพ่อตั้งแต่นั้นมา 🦁 “ธันวา! มีสติหน่อย!” เสียงของคิรินตะโกนเรียกจากหน้าเน็ต แต่ดวงตาของธันวาตอนนี้มันพร่ามัวไปหมด พลัง Eye of the Storm ที่เคยเป็นจุดแข็ง กลับย้อนกลับมาทำร้ายเขา...

ตอนที่ 3: รูมเมทจำเป็น กับภารกิจ ‘หอแตก’

หลังจากโชว์ลูกตบ "พายุทะลวงสวรรค์" สุดเท่ไปเมื่อวาน วันนี้ความซวยก็มาเยือนธันวาอย่างเป็นทางการ เมื่อท่อน้ำในคอนโดหรูของเขาดันแตกละเอียดจนน้ำท่วมห้องกลายเป็นสระว่ายน้ำขนาดย่อม 🦊 “พี่ภู! ผมไม่มีที่นอน ห้องผมกลายเป็นอควาเรียมไปแล้ว!” ธันวาโวยวายกลางห้องชมรม พลางทำหน้าเหมือนแมวเปียกน้ำที่น่าสงสารที่สุดในโลก 🛡️ “ก็นายรวยไม่ใช่เหรอ? ไปนอนโรงแรมห้าดาวนู่นไป๊” ภูผาตอบโดยไม่ละสายตาจากตารางฝึก 🦊 “โหยพี่... พ่อระงับบัตรเครดิตผมหมดแล้วเนี่ย เพราะผมแอบมาเข้าชมรมวอลเลย์บอลไง ตอนนี้ผมเหลือแค่ตัวกับหัวใจ และวิญญาณเซตเตอร์เท่านั้นแหละ!” ภูผาถอนหายใจยาว ก่อนจะหันไปหาเหยื่อ... เอ๊ย! สมาชิกที่บ้านอยู่ใกล้หอพักมหาวิทยาลัยที่สุด 🛡️ “คิริน... ห้องพักนักกีฬาของนายยังมีเตียงว่างเหลืออยู่นี่นา ให้ธันวาไปแชร์ห้องสักอาทิตย์นึงสิ” 🦁...

ตอนที่ 2: รอยร้าวใต้แสงไฟ และความลับของ ‘เบอร์ 1’

บรรยากาศในยิมเนเซียมหลังลูกตบสนั่นโลกของคิรินยังคงทิ้งกระแสความตื่นเต้นเอาไว้ รุ่นน้องปีหนึ่งต่างซุบซิบกันถึง "เซตเตอร์ปริศนา" ที่จู่ๆ ก็โผล่มาจัดระเบียบเอสจอมโหดของทีมได้ในพริบตา แต่สำหรับ ภูผา กัปตันทีมร่างยักษ์ เขากลับมองเห็นอะไรที่มากกว่านั้น เขามองเห็นสายตาของธันวาที่แม้จะดูขี้เล่น แต่กลับซ่อนความเหนื่อยล้าไว้ลึกๆ และมองเห็นแผ่นหลังของคิรินที่ตั้งชันจนดูเหมือนจะหักได้ทุกเมื่อ 🏐 “เอาล่ะทุกคน! วันนี้พอแค่นี้ แยกย้ายไปพักผ่อนได้!” ภูผาตะโกนสั่ง เสียงทุ้มกังวานของเขาทำให้ทุกคนได้สติ “ส่วนนาย... ธันวา ตามฉันมานี่หน่อย” ที่ห้องเก็บอุปกรณ์หลังยิม แสงไฟสลัวสีเหลืองนวลสะท้อนกับลูกวอลเลย์บอลที่วางเรียงราย ภูผายืนกอดอกพิงชั้นวางของ มองสำรวจชายหนุ่มหน้ากวนที่กำลังใช้ผ้าขนหนูซับหน้าอย่างไม่ทุกข์ร้อน 🛡️ “นายหายไปไหนมาเกือบสองปี ธันวา?...

ตอนที่ 1: เซตเตอร์ที่หายไป กับสัญญาในความมืด

แสงอาทิตย์ยามเย็นย้อมท้องฟ้าเป็นสีส้มอิฐ ลอดผ่านหน้าต่างยิมเนเซียมเก่าของมหาวิทยาลัย T เข้ามาเป็นลำแสงสว่างจ้า ท่ามกลางเสียงลูกวอลเลย์บอลกระทบพื้นสนามดัง ปัง! ปัง! อย่างต่อเนื่อง คิริน ยืนอยู่กลางสนามเหงื่อไหลซึมตามไรผม นัยน์ตาคมกริบจดจ้องไปที่ลูกบอลที่ถูกโยนขึ้นมาอย่างสะเปะสะปะโดยรุ่นน้องในทีม เขาถีบตัวขึ้นสูงจนเสื้อกีฬาเลิกขึ้นเห็นกล้ามท้องเรียบตึง แขนขวาเหวี่ยงออกไปสุดแรงราวกับจะระบายโทสะทั้งหมดลงไปที่ลูกกลมๆ นั่น 🌪️ Tornado Impact! กระแสลมหมุนสีเทาหม่นก่อตัวขึ้นรอบกำปั้น ลูกบอลพุ่งแหวกอากาศจนเห็นเป็นเกลียวคลื่นพายุ แต่มันกลับพุ่งออกนอกสนามไปชนเข้ากับรถเข็นเก็บลูกจนล้มระเนระนาด 🦁 “บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้โยนมาที่จุดตกกระทบ 45 องศา! โยนแบบนี้จะให้ตบยังไง!” คิรินตวาดลั่นจนรุ่นน้องตัวสั่น 🦁 “ขอโทษครับพี่คิริน! ผม......

Prologue

หลังเลิกซ้อม ยิมเนเซียมเหลือเพียงความเงียบและแสงสลัวจากไฟทางเดิน คิรินนั่งอยู่บนม้านั่งไม้ยาว มือที่เคยตบลูกสลาตันอย่างทรงพลังกลับกำลังสั่นเทาขณะถือโทรศัพท์ที่โชว์ข้อความจากแม่... 'อย่าทำให้พ่อผิดหวังเหมือนคราวก่อนนะคิริน' “ถ้าแบกมันไว้ไม่ไหว ก็วางลงบ้างเถอะ” เสียงนุ่มของธันวาดังขึ้น เขาเดินเข้ามานั่งลงข้าง ๆ โดยไม่รอคำอนุญาต “นายไม่เข้าใจหรอกธันวา... ฉันไม่ได้ลงสนามเพื่อตัวเอง แต่ฉันลงสนามเพื่อให้เขารู้ว่า นามสกุลเรายังมีคนชนะอยู่” คิรินก้มหน้าซ่อนนัยน์ตาที่สั่นไหว ธันวาไม่ได้ตอบเป็นคำพูด แต่เขากลับเอื้อมมือไปกุมมือที่สั่นนั้นไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเซตเตอร์คนกวนซึมผ่านเข้ามาถึงหัวใจ “สนามวอลเลย์บอลไม่ใช่ที่สำหรับแบกความคาดหวังของใคร... แต่มันคือที่ที่นายจะโบยบินได้อิสระที่สุด นายไม่ได้มีแค่พี่ชายข้างหลัง แต่นายมีฉันอยู่ข้าง ๆ ลืมเรื่องที่บ้านไปให้หมด แล้วมองแค่ปลายนิ้วของฉันก็พอ” คิรินเงยหน้าขึ้นสบตาคู่ที่มักจะมองเห็นทุกอย่างในสนาม และตอนนี้ดวงตาคู่นั้นก็กำลังมองเห็น ‘ความเจ็บปวด’...

บทที่ ๕ : ความลับหลังม่านน้ำ

เสียงสายน้ำตกกระทบผิวน้ำเบื้องล่างดังอื้ออึง แต่เมื่อก้าวผ่านม่านน้ำตกเข้ามาสู่ภายในถ้ำ เสียงเหล่านั้นกลับเบาบางลงจนเหลือเพียงเสียงสะท้อนแผ่วเบาที่ชวนให้รู้สึกสงบ ภายในถ้ำกินนรพลัดถิ่นมิได้มืดมิดและอับชื้นอย่างที่พวกมนุษย์จินตนาการ ผนังถ้ำประดับประดาไปด้วยผลึกหินสีนวลที่เรืองแสงจางๆ ราวกับดวงดาวนับพันดวงถูกจับมาขังไว้ เพดานถ้ำสูงโปร่งมีรากไม้ห้อยย้อยลงมาคล้ายม่านธรรมชาติ พื้นถ้ำปูลาดด้วยมอสหนานุ่มสีเขียวมรกตที่ให้ความรู้สึกเย็นสบายยามสัมผัส กลิ่นหอมของดอกไม้ป่าที่ไม่คุ้นจมูกลอยอวลอยู่ทั่วบริเวณ มันเป็นกลิ่นหอมหวานแต่สดชื่น ช่วยให้จิตใจที่ตึงเครียดของคณะเดินทางผ่อนคลายลงอย่างน่าประหลาด "พวกเจ้าพักตรงนี้เถิด ตรงนี้ปลอดภัยที่สุด" นลินผายมือไปยังลานกว้างกลางถ้ำที่มีโขดหินเรียบเนียนเหมาะแก่การนั่งพัก จ้อยและลูกทีมต่างทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาด้วยความอ่อนล้า ลุงมั่นรีบกุลีกุจอจัดเตรียมสมุนไพรเพื่อรักษาบาดแผลให้ทุกคน พรานเข้มนั่งลงพิงผนังถ้ำอย่างระมัดระวัง เฝือกไม้ไผ่ที่แขนซ้ายทำให้เขาขยับตัวลำบาก แต่สายตาคมกริบยังคงจับจ้องไปที่เจ้าของบ้าน กินนรหนุ่มกำลังเดินไปที่มุมหนึ่งของถ้ำ ซึ่งมีตาน้ำเล็กๆ ผุดขึ้นมาจากซอกหิน นลินวักน้ำล้างคราบเลือดออกจากแขนและขา ท่วงท่าระมัดระวังยามแตะต้องปีกข้างขวานั้นไม่อาจเล็ดลอดสายตาพรานหนุ่มไปได้ เข้มฝืนความเจ็บปวด ลุกขึ้นเดินเข้าไปหานลินอย่างเงียบเชียบ "ให้ข้าช่วยดูให้ไหม" เสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นจากด้านหลังทำให้นลินสะดุ้งเล็กน้อย กินนรหนุ่มหันขวับมามอง ก่อนจะรีบหุบปีกแนบลำตัวราวกับต้องการซ่อนเร้นบางสิ่ง "ไม่ต้อง" นลินปฏิเสธเสียงแข็ง "แผลแค่นี้ข้าจัดการเองได้...

บทที่ ๔ : คมเขี้ยวและพันธมิตรจำเป็น

ตูม! มวลน้ำมหาศาลแตกกระจายพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกับน้ำพุปีศาจ แรงกระแทกส่งผลให้ร่างโปร่งของกินนรหนุ่มกระเด็นถอยหลังไปชนกับโขดหิน กรงเล็บเท้าจิกเกร็งแน่นด้วยความเจ็บปวดจากปีกที่กระแทกซ้ำแผลเดิม จากฟองคลื่นสีขาวโพลน ปรากฏศีรษะมหึมาที่ปกคลุมด้วยเกล็ดหนาสีเขียวตะไคร่ มันมีรูปหน้าคล้ายจระเข้แต่เรียวยาวดั่งงู นัยน์ตาสีแดงฉานไร้แววปรานี แผงคอเป็นพังผืดหนาที่มีหนามแหลมคมกางออกข่มขวัญ 'เหรา' (เห-รา) สัตว์อสูรครึ่งนาคครึ่งจระเข้ ผู้ครองวังน้ำวนแห่งนี้ มันอ้าปากกว้างเผยให้เห็นฟันแหลมคมนับร้อยซี่ที่เรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ พร้อมส่งเสียงขู่ฟ่อดังก้องราวกับหม้อต้มน้ำเดือด "ระวัง!" พรานเข้มตะโกนก้อง ไวเท่าความคิด ร่างสูงใหญ่ของพรานหนุ่มกระโจนเข้าแทรกกลางระหว่างกินนรกับสัตว์ร้าย เข้มปักหลักยืนมั่น สองมือกระชับด้ามมีดหมอแน่น ปากขมุบขมิบวาดคาถา 'คงกระพันชาตรี' หุ้มกายา เหราพุ่งฉกวูบเข้าใส่ด้วยความเร็วผิดกับขนาดตัว ปากกว้างงับเข้าที่ท่อนแขนซ้ายของเข้มที่ยกขึ้นรับ กึก! เสียงเขี้ยวปะทะผิวหนังดังสนั่นราวกับเหล็กกระทบเหล็ก ด้วยอานุภาพแห่งรอยสักและวิชาอาคม ผิวหนังของเข้มเหนียวดั่งทองแดงรมดำ เขี้ยวอสูรไม่สามารถเจาะทะลุเข้าเนื้อได้ แต่แรงบดขยี้มหาศาลนั้นทำเอากระดูกแขนของเขาลั่นกรอบ "อึก!" เข้มกัดฟันกรอด...

Subscribe

- Never miss a story with notifications

- Gain full access to our premium content

- Browse free from up to 5 devices at once

Must read

spot_img