โลกใบนี้เปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อห้าสิบปีก่อน วันที่อุกกาบาตสีรุ้งตกลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิก มันไม่ได้นำมาซึ่งวันสิ้นโลก แต่เป็นละอองดาวที่เปลี่ยนแปลงพันธุกรรมของมนุษย์ ก่อให้เกิดประชากรรุ่นใหม่ที่มีความสามารถพิเศษ… หรือที่เรียกกันว่า “กิฟต์” (Gifted)
และผม ‘นาวี’ ก็คือหนึ่งในผู้โชคดี… มั้งครับ?
“เฮ้ย! หลบไปไอ้เด็กเส้น!”
เสียงตะโกนดังขึ้นพร้อมกับร่างของผมที่ถูกกระแทกจนเซถลาไปชนกับตู้กดน้ำอัตโนมัติบริเวณโถงทางเดินของ ‘สถาบันฮอไรซอน’ โรงเรียนฝึกสอนผู้มีพลังจิตอันดับหนึ่งของประเทศ
“ขอ… ขอโทษครับ” ผมรีบยกมือไหว้ปลกๆ ให้กับรุ่นพี่หน้าโหดที่มีไฟลุกท่วมหัว (ไฟจริงๆ ไม่ใช่คำเปรียบเปรย)
“เดินไม่ดูตาม้าตาเรือ พลังกระจอกแล้วยังเกะกะอีก” รุ่นพี่คนนั้นพ่นลมหายใจร้อนๆ ใส่ก่อนจะเดินจากไป
ผมถอนหายใจ พลางขยับแว่นสายตาที่เอียงกระเท่เร่ ก้มลงมองมือตัวเอง วันนี้เป็นวันเปิดภาคเรียนวันแรก และผมก็เกือบจะมีเรื่องตั้งแต่นาทีแรกที่เหยียบเข้าตึก
ถามว่าทำไมผมถึงโดนเรียกว่าเด็กเส้น? ก็เพราะพลังของผมน่ะ มันระบุประเภทไม่ได้น่ะสิ
ในใบสมัครช่องความสามารถพิเศษ ผมเขียนไปว่า ‘การเชื่อมต่อ (Linking)’ ฟังดูเท่ใช่ไหมครับ? เหมือนพวกแฮกเกอร์ในหนังไซไฟ หรือพวกที่สื่อสารทางจิตได้
แต่ความเป็นจริงน่ะเหรอ…
ผมหันไปมองตู้กดน้ำที่ผมเพิ่งเอาหลังไปกระแทกเมื่อกี้ ด้วยความหงุดหงิดที่กระเป๋าตังค์แฟบ ผมเลยเผลอวางมือทาบลงไปบนตู้แล้วบ่นพึมพำ
“อยากกินน้ำองุ่นโซดาจัง… แต่เหรียญไม่พอ แย่ชะมัด”
วิ้ง…
แสงสีฟ้าจางๆ วาบขึ้นที่ปลายนิ้วของผม มันวิ่งผ่านผิวโลหะของตู้กดน้ำ ไหลย้อนไปตามสายไฟที่เสียบอยู่กับผนัง และพุ่งตรงเข้าสู่ระบบเซิร์ฟเวอร์หลักของโรงเรียนโดยที่ผมไม่รู้ตัว
ทันใดนั้น เสียงประกาศตามสายของโรงเรียนที่ปกติจะเปิดเพลงมาร์ชปลุกใจ ก็เงียบกริบลง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยเสียงดนตรีสังเคราะห์ทำนองประหลาด
ติ๊ง ต่อง…
“กระป๋องละสิบห้าบาท… สดชื่นซาบซ่า… องุ่นโซดาตราฮอไรซอน…”
เสียงโฆษณาขายน้ำอัดลมดังลั่นไปทั่วทั้งสถาบัน! ไม่ใช่แค่นั้น หน้าจอโปรเจกเตอร์ขนาดยักษ์ในหอประชุมที่กำลังฉายภาพท่านผู้อำนวยการกล่าวต้อนรับ ก็ตัดภาพฉับ กลายเป็นภาพขวดน้ำองุ่นโซดาหมุนติ้วๆ อยู่กลางจอ
“เฮ้ย! เกิดอะไรขึ้นวะ!” นักเรียนนับพันในหอประชุมแตกตื่น
ผมยืนหน้าซีดเผือดอยู่หน้าตู้กดน้ำ มือยังแปะคาอยู่ที่เดิม…
“ซวย… ซวยแล้วไอ้วี” ผมพยายามดึงมือออก แต่มัน ติดหนึบ
พลังบ้าบอนี่อีกแล้ว! เวลาผมตื่นเต้นหรือตกใจ พลังของผมจะทำงานผิดพลาด แทนที่จะแค่เชื่อมต่อเฉยๆ มันดันเชื่อม ‘สถานะ’ ของผมเข้ากับวัตถุด้วย ตอนนี้ผมกลายเป็นส่วนหนึ่งของตู้กดน้ำไปแล้ว!
“ทำอะไรของนายน่ะ?”
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้ขนแขนผมลุกชัน
ผมค่อยๆ หันคอแข็งๆ ไปมอง
ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ในชุดเครื่องแบบนักเรียนที่ถูกระเบียบทุกกระเบียดนิ้ว แต่กลับปลดกระดุมคอเสื้อเม็ดบนออกเผยให้เห็นลำคอขาวจัด ใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปสลักน้ำแข็ง ดวงตาสีเทาเข้มจ้องมองผมด้วยความสงสัย… และรำคาญ
‘ไต้ฝุ่น’ ประธานนักเรียนระดับ S-Class ผู้ควบคุมเวกเตอร์… และเป็นคนที่น่ากลัวที่สุดในโรงเรียน
“คะ… คือผม… มือผม…” ผมละล่ำละลัก “ผมติดครับ!”
ไต้ฝุ่นขมวดคิ้ว “ติด?”
“ครับ! พลังผมมัน… เอ่อ… เชื่อมผมเข้ากับตู้ แล้วเสียงโฆษณานั่นก็…”
“ฝีมือนายสินะ ที่ทำลายพิธีปฐมนิเทศ” เขาพูดเสียงเรียบ แต่บรรยากาศรอบตัวเริ่มบิดเบี้ยว เศษฝุ่นรอบๆ เท้าเขาลอยขึ้นต้านแรงโน้มถ่วง
“ผมไม่ได้ตั้งใจ! ผมแค่หิวน้ำ!” ผมหลับตาปี๋ เตรียมรับชะตากรรม จะโดนอัดก๊อปปี้ติดกำแพง หรือโดนเหวี่ยงออกนอกโลกก็เอาเลย!
แต่ทว่า…
สัมผัสอุ่นวาบแตะลงที่ข้อมือของผม
ไต้ฝุ่นไม่ได้ใช้พลังซัดผม แต่เขาเอื้อมมือมาจับข้อมือผมไว้
วินาทีที่ผิวเนื้อของเราสัมผัสกัน ผมรู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าแล่นปราดไปทั่วร่าง ไม่ใช่ไฟฟ้าสถิต แต่มันคือความรู้สึกเหมือน… ชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ที่หายไปถูกเติมเต็ม
ความปั่นป่วนในอกของผมสงบลงทันที แสงสีฟ้าที่ตู้กดน้ำดับวูบ มือของผมหลุดออกจากตู้ได้อย่างง่ายดาย
เสียงโฆษณาน้ำองุ่นในโรงเรียนดับลง กลับมาเป็นเสียงท่าน ผอ. ที่กำลังกระแอมไอแก้เขิน
ผมลืมตาขึ้น มองคนตรงหน้าอย่างงุนงง
ไต้ฝุ่นเองก็ดูชะงักไป ดวงตาสีเทาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เขามองมือตัวเองที่จับข้อมือผมอยู่ แล้วมองหน้าผมสลับกัน
บรรยากาศกดดันรอบตัวเขา… แรงกดดันมหาศาลที่มักจะทำให้คนรอบข้างอึดอัด… มันหายไป
รอบตัวเขาตอนนี้เงียบสงบ เหมือนพายุที่พัดผ่านไปแล้ว
“นาย…” ไต้ฝุ่นพึมพำเสียงเบา ราวกับไม่เชื่อสายตาตัวเอง “นายทำอะไรกับพลังของฉัน?”
“ผม… ผมเปล่านะครับ!” ผมรีบชักมือกลับมากอดอก “ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลย!”
ไต้ฝุ่นมองผมด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความรำคาญอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือความสนใจที่ลึกล้ำจนผมทำตัวไม่ถูก
“ชื่ออะไร?” เขาถามห้วนๆ
“นะ… นาวีครับ อยู่คลาส F”
“นาวี…” เขาทวนชื่อผมช้าๆ ก่อนจะมุมปากจะกระตุกยิ้มนิดเดียว นิดเดียวจริงๆ จนแทบมองไม่เห็น “น่าสนใจ”
เคร้ง!
เสียงกระป๋องน้ำองุ่นโซดาหล่นลงมาจากช่องรับสินค้า ทั้งที่ผมไม่ได้หยอดเหรียญ
“ถือซะว่าเป็นค่าเสียเวลา” ไต้ฝุ่นพูดทิ้งท้าย ก่อนจะหันหลังเดินล้วงกระเป๋าจากไป ทิ้งให้ผมยืนงงเป็นไก่ตาแตกอยู่กับกระป๋องน้ำอัดลมฟรีหนึ่งกระป๋อง
และหัวใจที่เต้นแรงผิดจังหวะ…
นี่ผมเพิ่งรอดตายจากบอสใหญ่ของโรงเรียน… หรือเพิ่งไปปลุกยักษ์ให้ตื่นกันแน่นะ?



