HomeChapterบทที่ 2: ยินดีต้อนรับสู่ห้อง F และรูมเมต(ไม่)ได้รับเชิญ

บทที่ 2: ยินดีต้อนรับสู่ห้อง F และรูมเมต(ไม่)ได้รับเชิญ

หลังจากเหตุการณ์ระทึกขวัญหน้าตู้กดน้ำ ผมลากสังขารและจิตใจที่บอบช้ำเดินไปตามแผนที่ในมือถือ เพื่อตามหาห้องเรียนของตัวเอง

Class F หรือที่คนทั้งโรงเรียนเรียกกันลับหลังว่า “ห้องเก็บของชำรุด”

ตึกเรียนของพวกเราแยกออกมาจากตึกหลักอย่างชัดเจน มันเป็นอาคารเก่าๆ ชั้นเดียวที่ดูเหมือนโกดังเก็บอุปกรณ์พละมากกว่าสถานศึกษา ผนังมีรอยร้าว เถาวัลย์ขึ้นรกครึ้ม และป้ายหน้าห้องที่เขียนด้วยลายมือไก่เขี่ยว่า ‘F’

ทันทีที่ผมเลื่อนประตูเข้าไป

ฟึ่บ!

ซองขนมปังรสสังขยาที่ผมเพิ่งล้วงออกมาจากกระเป๋าเป้ ถูกมือดีคว้าหมับไปต่อหน้าต่อตา

“ขอบใจนะนาวี กำลังหิวอยู่พอดีเลย!”

เจ้าของเสียงใสแจ๋วคือเด็กผู้หญิงผมสั้นหน้าตาทะเล้นที่นั่งอยู่บนโต๊ะเรียน เธอฉีกซองขนมปังเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ โดยที่ผมยังไม่ทันอ้าปากทักทาย

“เดี๋ยวสิ! เธอรู้ได้ไงว่าฉันจะหยิบขนมปังออกมา?” ผมโวยวายเบาๆ

“ก็ฉันเห็นน่ะสิ… เมื่อ 5 วินาทีก่อนหน้านี้” เธอขยิบตา

นี่คือ ‘มีนา’ เพื่อนสมัยเด็กของผม และเป็นหนึ่งในสมาชิกห้อง F พลังของเธอคือ ‘5-Second Future’ หรือการมองเห็นอนาคตล่วงหน้าได้แค่ 5 วินาที ฟังดูเหมือนจะดีนะครับ แต่ส่วนใหญ่เธอใช้มันเพื่อแย่งของกินเพื่อน หรือหลบลูกหลงเวลาเพื่อนในห้องตีกันเท่านั้นแหละ

“ไอ้วี! มาดูนี่เร็ว!”

เสียงตะโกนเรียกจากหลังห้องดึงความสนใจผมไป ชายหนุ่มใส่แว่นหนาเตอะกำลังนั่งคุกเข่าคุยกับ… เครื่องปิ้งขนมปัง?

“ไอ้คิว… นายทำอะไรน่ะ?” ผมเดินเข้าไปถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ

‘คิว’ แฮกเกอร์ประจำกลุ่ม พลังของเขาคือ ‘Technopathy’ เขาสื่อสารกับเครื่องจักรได้ แต่ปัญหาคือเขาชอบทะเลาะกับพวกมัน

“ไอ้เครื่องปิ้งบ้านี่มันกวนตีนฉัน!” คิวชี้หน้าด่าเครื่องใช้ไฟฟ้า “ฉันแค่ถามรหัสผ่าน Wi-Fi ห้องพักครู มันดันบอกว่าถ้าอยากรู้ให้เอาขนมปังมาแลกสองแผ่น! มันคิดว่ามันเป็นใคร!?”

“มันก็เป็นเครื่องปิ้งขนมปังไงเพื่อน ใจเย็นก่อน” ‘แทงค์’ ชายหนุ่มร่างยักษ์สูงสองเมตร กล้ามเป็นมัดๆ แต่ใส่ผ้ากันเปื้อนสีชมพูลายคิตตี้เดินเข้ามาห้ามทัพ พลังของแทงค์คือ ‘Hyper Density’ ผิวหนังแข็งแกร่งดุจเหล็กไหล แต่ใจบางยิ่งกว่าทิชชูเปียก

“ยินดีต้อนรับสู่ห้อง F นะเว้ยนาวี” แทงค์ตบไหล่ผมเบาๆ (แต่ทำเอาผมเข่าทรุด) “ได้ข่าวว่าเมื่อเช้าเปิดตัวแรงเลยนี่หว่า แฮกทั้งโรงเรียนขายน้ำองุ่นโซดา ดังใหญ่แล้วนะมึง”

“อย่าแซวสิแทงค์ ฉันเกือบโดนไต้ฝุ่นฆ่าหมกตู้กดน้ำแล้วนะ” ผมตอบเสียงอ่อย พลางทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะเรียนเก่าๆ

“ไต้ฝุ่น?” มีนาหยุดเคี้ยวขนม หูผึ่งทันที “ประธานนักเรียนสุดหล่อ S-Class คนนั้นน่ะเหรอ? เขาว่ากันว่าพลังของเขาอันตรายมากนะ แค่เขาดีดนิ้ว ตึกนี้ก็กลายเป็นฝุ่นได้เลย เขาไม่ได้ทำอะไรนายใช่มั้ย?”

ผมส่ายหน้า นึกย้อนไปถึงสัมผัสอุ่นวาบที่ข้อมือ และดวงตาสีเทาที่ดูสงบนิ่งลงเมื่อสัมผัสตัวผม

“ไม่นะ… เขาแค่บอกว่า ‘น่าสนใจ’ แล้วก็เดินไป”

“ฮั่นแน่~” คิวแซวโดยที่ตายังจ้องเครื่องปิ้งขนมปัง “ระวังตัวไว้เถอะ พวกระดับ S น่ะคาดเดายาก วันดีคืนดีอาจจะจับนายไปทดลองก็ได้”

ผมขนลุกซู่ หวังว่าชีวิตในรั้วฮอไรซอนของผมคงไม่ซวยขนาดนั้นหรอกน่า… มั้งนะ?


ตกเย็น วันแห่งความวุ่นวายยังไม่จบสิ้น

นักเรียนห้อง F ยืนมุงกันอยู่ที่บอร์ดประกาศหน้าหอพักเก่า เพื่อดูรายชื่อรูมเมตและห้องพัก หอพักของพวกเราชื่อ ‘หอภูผา’ สภาพก็ตามชื่อครับ แข็งแกร่ง บึกบึน และไม่มีแอร์

“เยส! ได้อยู่ห้องเดียวกับแทงค์!” คิวร้องดีใจ “สบายล่ะกู มีคนแบกของให้แล้ว”

“ฉันได้อยู่กับน้องปีหนึ่งห้อง C แฮะ” มีนาบ่นอุบ “หวังว่าจะไม่กรนนะ”

ผมไล่นิ้วดูรายชื่อบนบอร์ด… นาวี… นาวี… นาวี…

หาไม่เจอ

ผมไล่ดูตั้งแต่ชั้น 1 ยันชั้น 5 ก็ไม่มีชื่อผม

“เฮ้ย ชื่อฉันหายไปไหนอะ” ผมเริ่มหน้าเสีย “หรือโรงเรียนไล่ฉันออกแล้วจริงๆ จากคดีน้ำองุ่นเมื่อเช้า!?”

“ใจเย็นๆ ลองไปถามระบบดูสิ” คิวชี้ไปที่จอมอนิเตอร์อัจฉริยะข้างบอร์ด

ผมเดินไปทาบบัตรนักเรียนลงบนแท่นอ่านข้อมูล

ติ๊ด!

หน้าจอสีแดงเด้งข้อความตัวเบ้อเริ่ม

[ นักเรียน: นาวี รหัส F-099 ] [ สถานะ: ย้ายหอพักกรณีพิเศษ ] [ หอพัก: The Zenith (อาคารยอดเมฆา) ชั้น: Top Floor ]

ความเงียบเข้าปกคลุมกลุ่มเด็กห้อง F ชนิดที่ได้ยินเสียงจิ้งหรีดร้อง

“เชี่ย…” คิวอ้าปากค้าง แว่นไหลมากองที่จมูก “เดอะ ซีนิธ? นั่นมันหอพักระดับ S-Class ไม่ใช่เหรอวะ!?”

“แถมชั้น Top Floor…” มีนาตาโต “นั่นมันเพนท์เฮาส์ส่วนตัวของสภานักเรียนนะยะ!”

ผมยืนตัวแข็งทื่อ ระบบรวนแน่ๆ พลังผมต้องไปเชื่อมมั่วซั่วจนระบบจัดห้องพักพังพินาศแน่ๆ!

“ไปเลยเพื่อน!” แทงค์ดันหลังผม “ไปทวงสิทธิ์ความเป็นลูกรักพระเจ้าซะ อย่ากลับมาที่หอรูหนูนี่อีกเลย!”


และแล้วผมก็มายืนอยู่หน้าประตูไม้สักบานใหญ่ที่สลักลวดลายวิจิตร บนชั้นสูงสุดของอาคาร The Zenith

ที่นี่แตกต่างจากหอภูผาราวฟ้ากับเหว พื้นปูพรมกำมะหยี่ แชนเดอเลียร์ระยิบระยับ และมีหุ่นยนต์พ่อบ้านเดินทำความสะอาดไปมา ผมในชุดพละมอซอของห้อง F ดูเป็นสิ่งแปลกปลอมที่สุดในตึกนี้

“เอาวะ… เป็นไงเป็นกัน”

ผมสูดหายใจลึก ทาบคีย์การ์ดที่เพิ่งไปรับมาจากสำนักงานหอพัก ประตูปลดล็อกเสียงดัง คลิก เบาๆ

ภายในห้องกว้างขวางจนเตะบอลได้ มีโซนห้องนั่งเล่น ครัวบาร์ และระเบียงที่มองเห็นวิวโรงเรียนได้ทั้งเมือง เครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำจนหนาว

“โห…” ผมอ้าปากค้าง ลากกระเป๋าเดินทางใบเก่าเข้ามา “นี่มันโรงแรมห้าดาวชัดๆ ระบบต้องพังแน่ๆ พรุ่งนี้ฉันต้องโดนไล่ออกชัวร์”

ซ่า…

เสียงน้ำไหลจากห้องน้ำหยุดลง ประตูห้องน้ำเปิดออก พร้อมกับกลุ่มไอน้ำสีขาวที่ลอยฟุ้งออกมา

ผมหันไปมอง… และโลกทั้งใบก็เหมือนจะหยุดหมุน

ร่างสูงโปร่งเดินออกมาโดยมีเพียงผ้าขนหนูสีขาวพันหมิ่นเหม่รอบเอวสอบ หยดน้ำเกาะพราวตามแผงอกกว้างและกล้ามหน้าท้องที่เรียงตัวสวยงามแบบนักกีฬา ผิวขาวจัดตัดกับผมสีดำเปียกชื้นที่ลู่ลงมาปรกใบหน้า

ไต้ฝุ่น…

เขายกมือข้างหนึ่งขึ้นเสยผม เปยให้เห็นดวงตาสีเทาคมกริบที่จ้องมองมาที่ผม… ผู้บุกรุก

“อะ… เอ้อ…” ผมยืนแข็งทื่อเป็นก้อนหิน พูดไม่ออก บอกไม่ถูก หน้าเริ่มร้อนผ่าว “คือ… ผม… ระบบมัน…”

ไต้ฝุ่นดูไม่ตกใจสักนิด เขาเดินตรงเข้ามาหาผม กลิ่นสบู่หอมเย็นๆ ลอยมาแตะจมูก

“มาช้า” เขาพูดสั้นๆ

“คะ… ครับ?”

“ฉันรอตั้งนาน” เขาเดินผ่านผมไปหยิบขวดน้ำแร่ในตู้เย็นมาดื่ม หน้าตาเฉยเมยเหมือนเห็นแมวหลงทางเดินเข้าห้อง “ไปอาบน้ำซะ เสื้อผ้าเตรียมไว้ให้ในตู้แล้ว”

“เดี๋ยวนะครับ!” ผมรีบหันกลับไปหาเขา “นี่มันเรื่องอะไรกันครับ? ทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่? ระบบรวนเหรอครับ?”

ไต้ฝุ่นวางขวดน้ำลง แล้วหันมามองผมเต็มตา บรรยากาศรอบตัวเขาเริ่มหนาหนักขึ้นอีกครั้ง เหมือนแรงโน้มถ่วงในห้องเพิ่มขึ้นเฉียบพลัน

“ระบบไม่ได้รวน” เขาพูดเสียงเรียบ “ฉันเป็นคนสั่งย้ายชื่อนายมาเอง”

“สั่งย้าย? ทำไมครับ? หรือจะลงโทษเรื่องเมื่อเช้า?” ผมเริ่มถอยหลังกรูด “ให้ผมไปขัดห้องน้ำโรงเรียนแทนก็ได้นะครับ!”

ไต้ฝุ่นถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะดีดนิ้วหนึ่งที

วูบ!

ร่างของผมลอยหวือขึ้นจากพื้นโดยไม่ทันตั้งตัว! พลังควบคุมเวกเตอร์ของเขายกตัวผมลอยข้ามโซฟามาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา

“ฟังนะ เจ้าเด็กห้อง F” ไต้ฝุ่นยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจรดปลายจมูกผม “ฉันมีปัญหาเรื่องพลัง… มันมากเกินไปจนฉันนอนไม่หลับ และควบคุมมันได้ยากขึ้นทุกวัน”

เขาจับข้อมือผมอีกครั้ง ความรู้สึกอุ่นวาบและกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านเราทั้งคู่ บรรยากาศกดดันในห้องหายวับไปทันที ร่างของผมค่อยๆ ถูกวางลงบนพื้นอย่างนิ่มนวล

“แต่นาย…” ไต้ฝุ่นมองมือที่จับกันอยู่ “นายเป็นเหมือนสวิตช์ปิดระบบ นายทำให้พลังฉันสงบลง”

“ดังนั้น…” เขาปล่อยมือผม แล้วชี้ไปที่เตียงนอนคิงไซส์กลางห้อง

“ตั้งแต่นี้ไป นายคือ ‘ยาแก้ปวดหัว’ ส่วนตัวของฉัน”

“หะ… หา?” ผมตาโต “หมายความว่าไงครับ?”

“หมายความว่า นายต้องนอนที่นี่ กินที่นี่ และอยู่ใกล้ๆ ฉันในระยะ 5 เมตรตลอดเวลาที่ฉันอยู่ที่หอ”

เขายิ้ม… รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำให้หัวใจผมเต้นรัวจนแทบระเบิด

“ยินดีต้อนรับสู่กรงทองนะ… นาวี”

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments