HomeChapterตอนที่ 22: รอยร้าวบนพื้นกระจก และแขกไม่ได้รับเชิญ

ตอนที่ 22: รอยร้าวบนพื้นกระจก และแขกไม่ได้รับเชิญ

๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๓

มหาวิทยาลัยคือสถานที่ที่สอนให้เราโตขึ้น แต่มันไม่ได้สอนวิธีรับมือกับความทรงจำที่วิ่งตามมาหลอกหลอนเราในวันที่เรายังไม่พร้อม วันนี้สตูดิโอคณะศิลปกรรมฯ ดูจะวุ่นวายกว่าปกติ เพราะเป็นวันที่รุ่นพี่และรุ่นน้องต้องช่วยกันติดตั้งงานนิทรรศการใหญ่

✍️ บันทึกหน้าที่ ๓๔: ภาพบาดตาในที่ที่ควรจะปลอดภัย

ผมอยู่ในชุดเสื้อช็อปเปื้อนสี หน้าผากมีเหงื่อซึมจากการแบกเฟรมภาพขนาดใหญ่ “พีท มานี่หน่อย เดี๋ยวพี่ช่วยดูแสงตรงนี้ให้” เสียงพี่แทนเรียกผม เขาเดินเข้ามาใกล้ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อที่ข้างแก้มให้ผมอย่างเป็นธรรมชาติ

“ขอบคุณครับพี่แทน ผมเกรงใจจัง” ผมยิ้มตอบด้วยความเหนื่อยล้า

“เกรงใจอะไรล่ะ เราเป็นคู่หูกันนะ” พี่แทนยิ้มละมุนพลางเอื้อมมือมาขยี้หัวผมเบาๆ เป็นจังหวะเดียวกับที่เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนหยุดลงที่หน้าประตูสตูดิโอ

ผมหันไปมอง… แล้วหัวใจก็เหมือนจะหยุดเต้น ร่างสูงโปร่งในชุดนักเรียนมัธยมที่หลุดลุ่ยเล็กน้อยยืนอยู่ตรงนั้น ในมือกำถุงน้ำส้มคั้นเจ้าประจำไว้แน่นจนมันเบี้ยวเสียรูป ใบหน้าของจิณณ์ซีดเผือด สายตาที่เขามองผมกับพี่แทนมันเต็มไปด้วยความสับสน ผิดหวัง และความโกรธที่พยายามสะกดกลั้นไว้

“จิณณ์! มาได้ไง ไม่เห็นบอกพี่เลย” ผมรีบผละออกจากพี่แทนแล้วเดินเข้าไปหา

จิณณ์ไม่ตอบ เขาแค่มองมือของพี่แทนที่ยังค้างอยู่ในอากาศเมื่อครู่ ก่อนจะเลื่อนสายตามามองหน้าผม “ผมตั้งใจจะมาเซอร์ไพรส์พี่… แต่ดูเหมือนผมจะมา ‘ขัดจังหวะ’ มากกว่านะ”


[พายุกลางลานคณะ]

ผมลากจิณณ์ออกมาคุยที่ลานหน้าคณะ ลมฤดูร้อนหอบเอาฝุ่นและความอึดอัดมาปะทะเราทั้งคู่ จิณณ์ยัดถุงน้ำส้มใส่มือผม แรงจนน้ำส้มเกือบกระฉอก

“นั่นใครพี่? รุ่นพี่ที่พี่บอกว่าใจดีนักหนาคนนั้นเหรอ?” จิณณ์ถามเสียงสั่น

“เออ พี่แทนเขาเป็นรุ่นพี่ที่ช่วยงานพี่จิณณ์ อย่าไร้สาระดิ เขาแค่เช็ดหน้าให้พี่เฉยๆ” ผมเริ่มหงุดหงิดเพราะความเหนื่อยสะสม

“ไร้สาระเหรอ?” จิณณ์หัวเราะขมขื่น “สำหรับพี่ที่นี่มันกว้าง มีคนใหม่ๆ มีสังคมใหม่ๆ พี่คงลืมไปแล้วว่าคนที่อยู่ข้างหลังอย่างผมมันรู้สึกยังไง วันๆ ผมต้องนั่งรอไลน์พี่ ต้องคอยดูสตอรี่พี่ว่าวันนี้พี่ไปไหนกับใคร… แล้วภาพที่ผมเห็นวันนี้ มันคือสิ่งที่พี่บอกว่าเหนื่อยจนไม่มีเวลาคุยกับผมเหรอ?”

“จิณณ์! นายยังเด็ก นายไม่เข้าใจหรอกว่าโลกมหา’ลัยมันกดดันแค่ไหน พี่ต้องทำตัวให้เข้ากับทุกคน พี่ต้องมีคอนเนกชัน!”

“เออ! ผมมันเด็ก! ผมมันยังอยู่ในกรงโรงเรียนเดิมๆ!” จิณณ์ตะโกนกลับ น้ำตาคลอเบ้า “แต่เด็กคนนี้แหละที่คอยพี่อยู่ที่สนามบาสทุกเย็น ทั้งที่พี่ไม่เคยโผล่มาเลย!”

จิณณ์หันหลังวิ่งหนีไปทันที ทิ้งให้ผมยืนถือถุงน้ำส้มคั้นที่ตอนนี้มันไม่อุ่นและไม่เย็นอีกต่อไปแล้ว มีเพียงรสชาติขมปร่าที่ติดอยู่ที่ปลายลิ้น


[ความเงียบที่เสียงดังที่สุด]

คืนนั้นผมกลับมาที่หอพัก นั่งมองขวดน้ำส้มที่จิณณ์อุตส่าห์ซื้อข้ามจังหวัดมาให้ ผมหยิบไดอารี่ออกมา เขียนลงไปด้วยมือที่สั่นเทา

✍️ บันทึกหน้าที่ ๓๕: แต้มเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้น

วันนี้ผมทำคนที่รักผมที่สุดร้องไห้… อีกแล้ว ระยะห่างมันไม่ใช่แค่เรื่องกิโลเมตรจริงๆ ครับ แต่มันคือการที่ผมเริ่มมอง ‘ความหวังดี’ ของจิณณ์เป็น ‘ความน่ารำคาญ’ เพราะผมเอาความเครียดของตัวเองไปลงที่เขา

จิณณ์ครับ… พี่ขอโทษ พี่ไม่ได้ลืมจิณณ์นะ แต่พี่แค่กำลังหลงทางในโลกใบใหม่นี้ พี่ควรจะทำยังไงดี? ถอยกลับไปที่เดิม หรือลากจิณณ์มาเผชิญความเจ็บปวดในโลกของพี่ด้วยกัน?

ปล. น้ำส้มขวดนี้… พี่จะเก็บมันไว้เตือนใจ ว่าต่อให้พี่จะดูดีแค่ไหนในสายตาคนอื่น แต่ถ้าพี่รักษาใจจิณณ์ไม่ได้ พี่ก็ยังเป็น ‘คนห่วยๆ’ คนเดิมอยู่ดี 💔🍊

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments