๑ พฤษภาคม ๒๕๖๔
เช้าวันนี้อากาศร้อนระอุเหมือนใจของผมที่แทบจะระเบิดออกมานอกอก วันประกาศผลสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย (TCAS) มาถึงแล้วครับ ผมนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ในสตูดิโอ มือหนึ่งกำมือถือแน่นรอคอยสายจากจิณณ์ สายที่ผมรอมาเกือบครึ่งปี
✍️ บันทึกหน้าที่ ๓๘: เมื่อ ‘ความสมหวัง’ เดินสวนทางกับ ‘ความเป็นจริง’
ตืด… ตืด… หน้าจอโชว์ชื่อ ‘Jinn #14’ ผมรีบกดรับทันที “จิณณ์! เป็นไงบ้าง ติดไหม?”
ปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะมีเสียงสะอื้นเบา ๆ ลอดมา “พี่พีท… ผมติดแล้วนะ ผมติดคณะสถาปัตย์ฯ ที่เดียวกับพี่เลย”
ผมตะโกนลั่นห้องด้วยความดีใจ “เยส! พี่บอกแล้วว่าจิณณ์ทำได้! เดี๋ยวเย็นนี้พี่ไปรับที่โรงเรียนนะ เราไปฉลองกัน…”
“แต่พี่พีท…” เสียงจิณณ์สั่นเครือ “พ่อไม่ให้ผมเรียนที่นั่น… พ่อแอบไปสมัครทุนนักกีฬาที่อเมริกาให้ผมไว้ แล้วทางนั้นเพิ่งตอบรับมาวันนี้ พ่อบอกว่าถ้าผมไม่ไป เขาจะตัดขาดกับผม และจะจัดการเรื่องของพี่กับผมขั้นเด็ดขาด”
โลกทั้งใบของผมเหมือนโดนสตัฟฟ์ไว้กลางอากาศ ความดีใจเมื่อครู่กลายเป็นก้อนน้ำแข็งจุกอยู่ที่คอ “อเมริกาเหรอจิณณ์? มันคนละซีกโลกเลยนะ”
“ผมไม่อยากไปพี่… ผมอยากไปหาพี่ ผมอยากไปอยู่ใกล้ๆ พี่” จิณณ์ร้องไห้โฮออกมา “แต่พ่อบอกว่านี่คือโอกาสเดียวที่ผมจะได้เป็นนักกีฬาอาชีพจริงๆ และมันเป็นทางเดียวที่พ่อจะยอมรับว่าความรักของเราไม่ได้ทำให้ผมจมปลักอยู่กับที่”
[บทสนทนาใต้ต้นหางนกยูงครั้งสุดท้าย]
เย็นนั้นผมขับรถกลับไปที่โรงเรียนเก่า เรานั่งอยู่ที่เดิม… ม้านั่งหินอ่อนข้างสนามบาส จิณณ์ในชุดพละดูโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก แต่ดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยความสับสน
“จิณณ์ฟังพี่นะ…” ผมจับมือเขาไว้ มือที่เคยสั่นของผมในวันนี้กลับมั่นคงกว่าครั้งไหนๆ “จิณณ์ฝันอยากเป็นนักบาสอาชีพไม่ใช่เหรอ? อเมริกาคือความฝันของนักบาสทุกคนนะ”
“แต่มันไม่มีพี่อยู่ที่นั่น!”
“พี่อยู่นี่… พี่อยู่ในใจจิณณ์เสมอ” ผมยิ้มทั้งน้ำตา “สามปีที่ผ่านมา จิณณ์คือแรงบันดาลใจให้พี่เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ วันนี้… พี่ขอเป็นแรงบันดาลใจให้จิณณ์ไปคว้าฝันของตัวเองได้ไหม? อย่าทิ้งอนาคตเพื่อมาอยู่กับพี่เลยจิณณ์ เพราะถ้าจิณณ์ทำแบบนั้น วันหนึ่งจิณณ์จะเสียใจ และพี่ก็คงยกโทษให้ตัวเองไม่ได้”
จิณณ์ซบหน้าลงบนไหล่ผม เรานั่งกอดกันอยู่ตรงนั้นนานแสนนาน เสียงนกหวีดในสนามบาสดังแว่วมาเหมือนเป็นเสียงเตือนว่าเวลาของเราในรั้วโรงเรียนนี้จบลงแล้วจริงๆ
[การตัดสินใจที่ยิ่งใหญ่กว่าความรัก]
คืนนั้นผมเขียนไดอารี่ด้วยหยดน้ำตาที่หยดลงบนหน้ากระดาษจนยับย่น
✍️ บันทึกหน้าที่ ๓๙: แต้มที่ต้องปล่อยมือ
วันนี้ผมบอกให้คนที่ผมรักที่สุดเดินจากผมไป… ไปยังที่ที่ไกลแสนไกล ผมรู้ว่ามันเสี่ยง ผมรู้ว่าระยะห่าง ๑๒ ชั่วโมงและระยะทางหมื่นกิโลเมตรมันอาจจะทำให้เรากลายเป็นคนแปลกหน้า แต่ถ้าผมรั้งเขาไว้ ผมจะกลายเป็นคนที่เห็นแก่ตัวที่สุด
“ไปเถอะจิณณ์… ไปเป็นดาวที่เจิดจรัสที่สุดบนฟ้านั้น ส่วนพี่จะรอเป็นพระจันทร์ที่มองดูจิณณ์จากที่นี่เอง”
ปล. พ่อจิณณ์โทรมาหาผมเมื่อครู่ ท่านพูดสั้น ๆ ว่า “ขอบใจนะที่เห็นแก่อนาคตมัน” …นี่คงเป็นคำชมแรกและคำชมเดียวที่ผมได้รับจากท่านสินะ 💔🇺🇸🏀


