HomeChapterบทที่ ๑๓ : สุสานคชสาร

บทที่ ๑๓ : สุสานคชสาร

เสียงไม้ไผ่ครูดกับพื้นโคลนดัง ครืด… ครืด… ฟังดูฝืดเคืองและน่ารำคาญใจ ยิ่งพยายามถ่อไปข้างหน้ามากเท่าไร แพไม้ไผ่ก็ยิ่งเคลื่อนตัวได้ช้าลงเท่านั้น จนในที่สุดมันก็หยุดนิ่งสนิท จมลึกลงไปในเลนตมครึ่งลำ

“ทางตันรึ?” หลวงเทพ ถามเสียงเครียด ปาดเหงื่อที่ไหลเข้าตา พยายามเพ่งมองฝ่าหมอกหนาทึบที่ปกคลุมไปทั่วสารทิศ

“น้ำแห้ง…” พี่กล้า ตอบเสียงเบาหวิว เขาพิงตัวอยู่กับเสาไม้ไผ่ที่ปักคาไว้กลางแพ มือข้างหนึ่งกุมแผลที่เอวซึ่งเลือดเริ่มซึมออกมาจนชุ่มผ้าคาดเอว “เราเข้าเขตดอนดินแล้ว… ต่อไปต้องเดิน”

“เดิน?” ไอ้จ้อย ร้องเสียงหลง “เดินในโคลนเนี่ยนะขอรับ! แค่ขาจุ่มลงไปปลิงคงรุมดูดเลือดหมดตัวแน่!”

“ไม่มีปลิงดอก…” กล้าส่ายหน้าช้าๆ “ในดงนี้… สิ่งมีชีวิตอยู่ไม่ได้ แม้แต่ปลิงก็ไม่มี”

คำพูดนั้นชวนให้ขนลุกยิ่งกว่าเดิม คุณพุ่ม สังเกตเห็นว่ากล้าหน้าซีดเผือด ริมฝีปากแห้งแตก ร่างกายที่เคยร้อนดั่งไฟตอนนี้กลับเย็นชืดลง “พี่กล้า… พี่ไหวแน่รึ?” พุ่มเข้าไปประคอง

“ข้า… ไม่เป็นไร” กล้าฝืนยิ้ม แต่นัยน์ตาสีอำพันที่เคยสว่างวาบกลับดูหม่นแสงลง “แต่จมูกข้า… มันใช้ไม่ได้แล้ว กลิ่นโคลนที่นี่เหม็นเน่าเกินไป มันกลบกลิ่นทิศทางหมด”

กลิ่นเหม็นเน่าที่ว่าเริ่มโชยมาเตะจมูกทุกคนอย่างรุนแรง มันไม่ใช่กลิ่นซากศพสดๆ แต่เป็นกลิ่นของซากดึกดำบรรพ์ที่ทับถมกันมานับร้อยปี กลิ่นกำมะถันและแก๊สไข่เน่าที่ปุดขึ้นมาจากฟองอากาศในโคลน

“ลงเดินเถิด” พุ่มตัดสินใจ “หลวงเทพ เอ็งแบกเสบียงกับปืน พี่กล้า… มาพิงข้า”

“คุณพุ่มตัวเล็กนิดเดียว จะพยุงไหวรึ?” หลวงเทพแย้ง

“ไหวสิ ข้าไม่ใช่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบนะ” พุ่มเสียงแข็ง สอดแขนเข้าใต้รักแร้กล้า ให้ชายหนุ่มทิ้งน้ำหนักลงมา

คณะเดินทางทั้งห้าค่อยๆ ก้าวลงจากแพ สัมผัสแรกที่เท้าแตะพื้นโคลนคือความ หนืด และ ดูด โคลนสีดำสนิทดูดกลืนขาของพวกเขาลงไปเกือบถึงเข่า ทุกย่างก้าวต้องใช้แรงมหาศาลในการดึงขาขึ้นมา

บรื้นนนนน…

เสียงคำรามต่ำๆ ดังก้องมาจากในหมอก ไม่ใช่เสียงเสือ ไม่ใช่เสียงฟ้าร้อง แต่เหมือนเสียงเป่าแตรสังข์ที่ทุ้มลึกและยาวนาน

“เสียงช้าง?” แม่หญิงจัน เกาะแขนหลวงเทพแน่น “ช้างป่ารึเจ้าคะ?”

“ช้างผี…” กล้ากระซิบ แววตาตื่นตระหนก “อย่ามองพวกมัน… ก้มหน้าไว้ เดินตามรอยเท้าข้า”

ทันใดนั้น เงาทะมึนขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นในม่านหมอกเบื้องหน้า มันสูงใหญ่ราวกับภูเขาลูกย่อมๆ รูปร่างคล้ายช้างสาร แต่บิดเบี้ยวและเลือนลาง ร่างกายของมันประกอบขึ้นจากไอหมอกและโคลนตม ดวงตาสีแดงก่ำลอยเด่นอยู่กลางอากาศ

มันไม่ได้มีแค่ตัวเดียว… แต่อยู่กันเป็นโขลง เงาช้างนับสิบตัวยืนนิ่งงันขวางทางอยู่ บ้างก็ชูงวงขึ้นฟ้า บ้างก็ยืนก้มหน้าเหมือนกำลังหลับ

“อย่าหยุดเดิน…” พุ่มกระซิบสั่งเพื่อนๆ เสียงสั่น “ทำเหมือนพวกมันไม่มีตัวตน”

พวกเขาพยายามก้าวเดินผ่านฝูงช้างผีไปอย่างเงียบเชียบที่สุด แต่แล้ว… ไอ้จ้อยที่เดินรั้งท้ายเกิดก้าวพลาด ขาข้างหนึ่งจมลงไปในหลุมโคลนลึก “อุ๊บ!” จ้อยรีบตะครุบปากตัวเองไม่ให้ร้อง แต่เสียงตัวจมโคลนดัง จ๊วม! ก็ดังพอที่จะเรียกความสนใจ

เงาช้างตัวที่ใกล้ที่สุดค่อยๆ หันส่วนหัวมหึมามาทางพวกเขา แปร๋นนนนนนนน!!!! เสียงร้องหวีดแหลมแสบแก้วหูดังสนั่น แรงสั่นสะเทือนทำให้ทุกคนล้มกลิ้งไปกับพื้นโคลน

“มันเห็นเราแล้ว!” หลวงเทพตะโกน ยกปืนขึ้นเล็ง

“อย่ายิง!” กล้าร้องห้าม “ปืนทำอะไรมันไม่ได้! มันจะยิ่งโกรธ!”

งวงช้างขนาดใหญ่ที่เกิดจากโคลนตมฟาดลงมาตูมใหญ่ ตรงจุดที่ไอ้จ้อยเพิ่งดึงขาขึ้นมาได้ทันหวุดหวิด โคลนกระจายว่อน “วิ่ง! วิ่งไปทางขวา!” กล้าชี้นิ้วสั่ง

ทุกคนตะเกียกตะกายวิ่งหนีตายในทะเลโคลน ความเหนื่อยล้าทวีคูณ แต่ความกลัวตายผลักดันให้ก้าวขาออกไป แต่ยิ่งวิ่ง… ก็ยิ่งหลง หมอกหนาขึ้นเรื่อยๆ จนมองไม่เห็นแม้แต่คนข้างหน้า ทิศทางมั่วซั่วไปหมด

“หยุดก่อน!” พุ่มตะโกนหอบ “หยุด! ขืนวิ่งแบบนี้เราจะจมโคลนตายก่อน!”

“แล้วจะให้ทำเยี่ยงไร! มันตามมาแล้ว!” หลวงเทพชี้ไปข้างหลัง เงาช้างโขลงใหญ่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ เสียงย่ำเท้าดัง ตึง! ตึง! พื้นดินสั่นไหว

กล้าทรุดตัวลงนั่งหอบ ตัวสั่นเทิ้ม “ข้า… ข้าไม่รู้ทิศ… จมูกข้า…” เขาหมดสภาพแล้ว พิษบาดแผลและความกดดันทำให้สมิงหนุ่มไม่อาจนำทางได้อีกต่อไป

พุ่มมองไปรอบๆ ด้วยความสิ้นหวัง… ท้องฟ้ามืดสนิท ไม่มีดาว ไม่มีลม มีแต่หมอกและโคลน “คิดสิพุ่ม… คิดสิ… พ่อสอนเสมอ ดูดาว ดูลม ดูไม้…”

สายตาของพุ่มเหลือบไปเห็นกอหญ้าเล็กๆ ที่ขึ้นอยู่บนเนินดินไกลๆ… ยอดหญ้าลู่ไปทางทิศหนึ่งเล็กน้อย ทั้งที่ไม่มีลมพัด และที่สำคัญ… โคลนตรงแถบนั้นดู “แห้ง” และ “แข็ง” กว่าจุดอื่น เป็นทางยาวทอดออกไป

“ทางด่านช้าง…” พุ่มพึมพำ นึกถึงตำราภูมิศาสตร์ที่เคยอ่าน ช้างเป็นสัตว์ฉลาด… มันจะไม่เดินในที่ที่เสี่ยงจมโคลน มันจะเดินย่ำในเส้นทางเดิมซ้ำๆ จนดินแน่นแข็ง เป็นถนนตามธรรมชาติที่เรียกว่า ‘ด่านช้าง’

และโขลงช้างผีพวกนี้… แม้จะตายไปแล้ว แต่วิญญาณของมันก็ยังคงเดินวนเวียนอยู่ใน ‘เส้นทางเดิม’ ที่พวกมันคุ้นเคย!

“ทุกคน! อย่าหนีพวกมัน!” พุ่มตะโกนก้อง “เดินเข้าหาพวกมัน!”

“เอ็งบ้าไปแล้วเรอะไอ้พุ่ม!” หลวงเทพหน้าตื่น

“เชื่อข้า!” พุ่มดึงแขนกล้าให้ลุกขึ้น “ดูที่เท้าพวกมัน! ตรงที่พวกมันเดิน ดินจะแข็ง! เราต้องเดินซ้อนรอยเท้าพวกมัน แล้วเราจะรอด!”

พุ่มไม่รอช้า ลากกล้าเดินย้อนกลับไปหาเงาช้างยักษ์ที่กำลังเดินเข้ามา ร่างมหึมาของช้างผีเดินผ่านหน้าพวกเขาไป ห่างเพียงไม่กี่ก้าว งวงยาวๆ แกว่งเฉียดหัวพุ่มไปนิดเดียว

“ตรงนี้!” พุ่มชี้ไปที่รอยเท้าขนาดใหญ่ที่ช้างผีเพิ่งย่ำผ่าน “เหยียบลงไป! ตามข้ามา!”

พุ่มกระโดดลงไปในรอยเท้าช้าง… พื้นตรงนั้นแข็งโป๊ก ไม่จม! หลวงเทพ แม่หญิงจัน และไอ้จ้อย เห็นดังนั้นจึงรีบกระโดดตามลงมา เหยียบย่ำไปตามรอยเท้าของมัจจุราช

น่าประหลาด… เมื่อพวกเขาเดินตามรอยเท้าช้าง พวกช้างผีกลับไม่สนใจพวกเขาอีกต่อไป ราวกับมองเห็นพวกเขาเป็นเพียงลูกช้างตัวน้อยที่เดินตามจ่าฝูง ฝูงช้างผีเดินนำหน้าพวกเขาแหวกทะเลโคลนและม่านหมอกออกไปเรื่อยๆ

“ฉลาดนัก… คุณพุ่ม” กล้ากระซิบข้างหูพุ่ม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความทึ่งและชื่นชม “คุณใช้นักล่า… นำทาง”

“ข้าเรียนรู้จากพี่นั่นแหละ” พุ่มหันมายิ้มซีดๆ ทั้งที่เหงื่อท่วมตัว

พวกเขาเดินตามโขลงช้างผีไปราวครึ่งชั่วยาม จนกระทั่งฝูงช้างหยุดเดินและค่อยๆ เลือนหายไปในอากาศธาตุเมื่อหมอกเริ่มจางลง

เบื้องหน้าของพวกเขา… พื้นโคลนสิ้นสุดลง กลายเป็นเนินดินแห้งที่มีต้นไม้ใหญ่ยืนต้นตายซากรูปร่างบิดเบี้ยว และที่ใจกลางเนินดินนั้น… มีศาลไม้เก่าคร่ำครึตั้งอยู่ใต้ต้นตะเคียนยักษ์ที่ใบร่วงโกร๋นแต่กิ่งก้านสาขากลับดูเหมือนมือคนนับร้อยที่ชูขึ้นฟ้า

“ถึงแล้ว…” กล้าเอ่ยขึ้น สายตาจับจ้องไปที่ศาลนั้นด้วยความรู้สึกหวาดหวั่นระคนอาฆาต “ศาลเพียงตา… ที่ซ่อนหัวใจของมัน”

แต่ก่อนที่ใครจะทันได้ขยับตัว เงาดำสายหนึ่งก็พุ่งวูบลงมาจากกิ่งตะเคียน พร้อมกับเสียงหัวเราะเย็นเยียบที่ดังก้องไปทั่วป่า

“มากันจนได้นะ… อาหารมื้อดึกของข้า”

ร่างของชายแก่หลังค่อม ผิวหนังเหี่ยวย่นราวกับเปลือกไม้ นั่งห้อยขาอยู่บนหลังคาศาล… ดวงตาของแกบอดสนิททั้งสองข้าง แต่กลับจ้องมองมาที่พวกเขาอย่างแม่นยำ

กล้ารีบดันพุ่มไปไว้ข้างหลัง กางกรงเล็บออกเตรียมสู้ แม้ร่างกายจะโงนเงนเต็มที “ระวัง… นั่นไม่ใช่คน” กล้าคำราม “นั่นคือ ‘หมอผี’ ที่ตายไปแล้ว… เจ้าของเรือนแพตัวจริง!”

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments