เวลาหนึ่งสัปดาห์ในโลกของคนทั่วไปอาจจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่สำหรับกราฟ มันยาวนานเหมือนการรันโปรแกรมที่มีลูปอนันต์ (Infinite Loop) ที่หาทางออกไม่ได้ ร่างกายของหนุ่มวิศวะทำงานไปตามตารางเวลาที่ถูกตั้งไว้ ตื่นนอน ไปเรียน กินข้าว (ที่แทบไม่รู้รสชาติ) และกลับมาเขียนโค้ด แต่ระบบภายในกลับพังทลายอย่างสิ้นเชิง แว่นสายตาหนาเตอะไม่สามารถปิดบังรอยคล้ำใต้ตาที่ดำคล้ำยิ่งกว่าแพนด้าอดนอนได้เลย
กราฟพยายามหลบหน้าไทเกอร์ทุกวิถีทาง ซึ่งเอาเข้าจริงก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร เพราะดูเหมือนว่าฝ่ายนั้นก็จงใจหลบหน้าเขาเช่นกัน ประตูห้อง 402 ปิดสนิทไร้ความเคลื่อนไหว ไม่มีเสียงเคาะประตูขอยืมของ ไม่มีข้อความกวนประสาท มีเพียงความเงียบที่ดังกึกก้องอยู่ในใจของเด็กเนิร์ดคนหนึ่ง
คืนวันศุกร์ที่ฝนตกหนักราวกับฟ้ารั่ว กราฟนั่งทนหิวอยู่หน้าคอมพิวเตอร์จนถึงเที่ยงคืน ท้องที่ร้องประท้วงทำให้เขาจำใจต้องละสายตาจากหน้าจอที่ว่างเปล่า คว้ากระเป๋าสตางค์และร่มคันเก่าเดินลงไปที่มินิมาร์ทใต้ตึกเพื่อหาซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาประทังชีวิต
บรรยากาศในร้านเงียบเหงา มีเพียงพนักงานกะดึกที่นั่งสัปหงกอยู่ที่เคาน์เตอร์ กราฟเดินลากเท้าไปที่โซนอาหารแห้งมุมในสุดของร้าน สายตาเหม่อลอยมองถ้วยบะหมี่บนชั้นวางราวกับมันเป็นสมการที่แก้ไม่ออก
แต่แล้ว เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงถกเถียงที่ถูกกดให้ต่ำลงก็ดังมาจากล็อกเครื่องดื่มที่อยู่ถัดไปเพียงตู้แช่กั้น กราฟชะงักมือที่กำลังจะหยิบถ้วยบะหมี่ ร่างกายแข็งทื่อเมื่อระบบประมวลผลจดจำน้ำเสียงนั้นได้แม่นยำยิ่งกว่าฐานข้อมูลใดๆ
“ไทเกอร์! แกสติแตกไปแล้วเหรอ! ควักเงินเก็บส่วนตัวตั้งเจ็ดหลักไปซื้อรูปพวกนั้นคืนจากสำนักข่าวเนี่ยนะ! ปล่อยให้มันหลุดไปก็ได้ แกเป็นผู้ชายนะ ข่าวซุบซิบแค่นี้เดี๋ยวเดียวคนก็ลืม!” เสียงแหลมปรี๊ดของเจ๊เจ๊าะแจ๊ะ ผู้จัดการส่วนตัวดังทะลุชั้นวางของเข้ามา
กราฟเบิกตาโพลง รูป? ข่าวหลุด? เจ็ดหลัก?
“ผมไม่ยอมให้มันหลุดไปเด็ดขาดพี่!” เสียงของไทเกอร์สวนกลับทันควัน เป็นน้ำเสียงที่แข็งกร้าว ดุดัน และเจือไปด้วยความเจ็บปวดอย่างที่กราฟไม่เคยได้ยินมาก่อน “พี่ก็เห็นรูปพวกนั้นแล้วนี่ วันที่ล็อบบี้… ไอ้ช่างภาพเวรนั่นมันซูมจนเห็นหน้ากราฟชัดแค่ไหน ถ้าข่าวผมแอบกินกับเด็กมหาลัยหลุดออกไป พี่คิดว่าแฟนคลับคลั่งๆ ของผมจะทำยังไง? พวกนั้นต้องตามไปขุดประวัติ ตามไปด่า ไปคุกคามชีวิตเขาที่คณะแน่ๆ พี่ก็รู้ว่าโลกโซเชียลมันโหดร้ายแค่ไหน!”
ข้อมูลใหม่ไหลทะลักเข้าสู่สมองของกราฟราวกับสายน้ำที่เจาะทะลุกำแพงไฟวอลล์ แสงแฟลชวูบหนึ่งที่เขาเห็นแวบๆ ในวันนั้น… ไม่ใช่ตาฝาด แต่มันคือปาปารัสซี่!
“แล้วแกต้องทำตัวเย็นชาใส่เด็กนั่นจนเขาหน้าหงอยแบบนั้นเนี่ยนะ? ฉันเห็นแววตาเด็กนั่นตอนแกเดินเมินใส่แล้วฉันยังสงสารเลย แกชอบเขาไม่ใช่หรือไง! ทำไมไม่บอกเขาไปตรงๆ!”
“เพราะชอบไงพี่! เพราะรักเลยต้องถอยออกมาตั้งหลักก่อน!” ไทเกอร์สบถอย่างหัวเสีย เสียงกำปั้นทุบลงบนตู้แช่เครื่องดื่มดังปังจนกราฟสะดุ้ง “ช่วงนี้มีนักข่าวตามผมเป็นเงาตามตัว ผมถึงต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้จักเขา ทำเหมือนเขาเป็นแค่คนแปลกหน้า เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจให้พวกนักข่าวเลิกตามรอยเขา… พี่รู้ไหมว่าตอนที่ผมเดินสวนเขาที่ล็อบบี้แล้วเห็นหน้าตาผิดหวังของเขา ผมแทบอยากจะลากเขาเข้ามากอดให้จมอก แต่ผมทำไม่ได้!”
เสียงของนายแบบหนุ่มผู้เย่อหยิ่งสั่นเครือและอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด “ผมยอมให้คนทั้งโลกเกลียดผม ยอมให้เขามองว่าผมเป็นไอ้ดาราเฮงซวยที่ฟันแล้วทิ้ง ดีกว่ายอมให้ชีวิตที่สงบสุขของเขาต้องพังเพราะผม ผมทนเห็นเขาร้องไห้ไม่ได้หรอกนะพี่”
เคร้ง!
ร่มคันเก่าในมือของกราฟร่วงหลุดลงกระแทกพื้นกระเบื้องเสียงดังลั่นร้าน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสองสามถ้วยหล่นกระจายตามลงมา
ไทเกอร์และผู้จัดการหันขวับมามองที่ต้นเสียงทันที ดาราหนุ่มหน้าซีดเผือดลงยิ่งกว่ากระดาษเมื่อเห็นร่างคุ้นตากำลังยืนตัวสั่นอยู่ที่ปลายล็อกสินค้า กราฟยืนอยู่ตรงนั้น ขอบตาแดงก่ำ น้ำตาที่พยายามกลั้นและหลอกตัวเองว่าเข้มแข็งมาตลอดสัปดาห์ไหลอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่
“กราฟ…” ไทเกอร์ครางชื่ออีกฝ่ายเสียงแผ่ว เขาไม่สนใจคำทัดทานของผู้จัดการ ก้าวพรวดเดียวเข้ามาประชิดตัวหนุ่มเนิร์ด มือหนาคว้าข้อมือของกราฟไว้แน่นราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะสลายหายไป “คือผม… ผมอธิบายได้นะ”
ดาราหนุ่มผู้เก่งกาจในการท่องบทละครยาวเหยียด กลับยืนตะกุกตะกักพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียวเมื่ออยู่ต่อหน้าหยดน้ำตาของคนตรงหน้า
“พี่มันโง่…” กราฟสะอื้น เอากำปั้นทุบเข้าที่อกแกร่งของไทเกอร์อย่างแรงหนึ่งที “ทำไมไม่บอกผม! ทิ้งให้ผมคิดว่าตัวเองเป็นแค่ของเล่นแก้ขัดอยู่ตั้งนาน ไอ้บ้า! ไอ้ดาราปัญญาอ่อน!”
“พี่ขอโทษ… พี่แค่อยากปกป้องกราฟ พี่กลัวกราฟจะเดือดร้อน” ไทเกอร์รวบข้อมือทั้งสองข้างของกราฟไว้ แล้วดึงร่างที่สั่นเทานั้นเข้ามากอดแน่น กอดแน่นจนแทบจะหลอมรวมเป็นร่างเดียว ไม่แคร์สายตาพนักงานร้านหรือผู้จัดการที่ยืนอ้าปากค้างอยู่ด้านหลัง
“การแก้ปัญหาแบบวิศวกรคือการมาช่วยกันหาบั๊กในระบบโว้ย! ไม่ใช่การตัดเน็ตเวิร์กหนีแบบนี้!” กราฟด่าทอด้วยศัพท์เทคนิคปนเสียงสะอื้น ซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้าง ปล่อยน้ำตาให้ซึมผ่านเสื้อเชิ้ตราคาแพงของไทเกอร์ “พี่รู้ไหมว่าผมเจ็บแค่ไหนตอนที่กดลบไฟล์พี่ออกจากเครื่อง… พี่รู้ไหมว่าผมทรมานแค่ไหนตอนเห็นพี่ทำหน้าเย็นชาใส่!”
“พี่รู้แล้ว… พี่ผิดเอง พี่มันโง่จริงๆ” ไทเกอร์ซุกหน้าลงกับกลุ่มผมยุ่งๆ ของกราฟ พรมจูบซับความผิดหวังอย่างไม่รู้จักพอ “พี่จะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว พี่จะไม่ปล่อยมือกราฟอีก ต่อให้ต้องแลกด้วยชื่อเสียงหรืออะไรพี่ก็ไม่สนแล้ว”
“ถ้าพี่เมินผมอีกครั้งเดียว ผมจะฟอร์แมตพี่ออกจากสมองถาวรจริงๆ ด้วยคอยดู” กราฟขู่เสียงอู้อี้ กอดตอบแผ่นหลังกว้างนั้นแน่นราวกับจะดึงรั้งแบนด์วิดท์ความรู้สึกทั้งหมดที่ขาดหายไปกลับคืนมา
“ไม่มีวันนั้นอีกแล้วครับ” ไทเกอร์กระซิบชิดใบหูด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรักและความปรารถนาอันแรงกล้า “กลับห้องกันเถอะ… พิกัดห้อง 402 เปิดรับการเชื่อมต่อจากคุณวิศวกรตลอด 24 ชั่วโมงแล้ว แถมพี่มี ‘ดอกเบี้ย’ ที่ค้างชำระมาเจ็ดวันเต็มๆ ต้องทบต้นทบดอกคืนให้กราฟจนถึงเช้าเลยล่ะ”
คืนนั้น นอกหน้าต่างพายุฝนยังคงโหมกระหน่ำและอากาศเย็นเฉียบ แต่ภายในห้อง 402 กลับร้อนระอุจนอุณหภูมิพุ่งทะลุขีดจำกัด การปรับความเข้าใจของพวกเขาไม่ต้องใช้คำพูดอธิบายอะไรให้มากความ มีเพียงภาษากายและแรงเสียดทานที่หนักหน่วง ร้อนแรง และเต็มไปด้วยความโหยหาที่ได้รับการปลดปล่อยอย่างถึงที่สุด เป็นการยืนยันว่าโค้ดรักที่เคยถูกซ่อนไว้ ตอนนี้ได้ถูกถอดรหัสและผสานเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว



