HomeChapterบทที่ 16 : คู่หูแบตเตอรี่... ที่ไม่ได้มีไว้แค่จ่ายไฟ

บทที่ 16 : คู่หูแบตเตอรี่… ที่ไม่ได้มีไว้แค่จ่ายไฟ

“ส่ายหัวทำไมวะ! เชื่อใจกูหน่อยดิวะ!”

เสียงตะโกนของ ‘พี่บอม’ แคชเชอร์ปี 2 ร่างท้วมดังลั่นมาจากหลังโฮมเพลท เมื่อพิทเชอร์มือสองที่ลงมาซ้อมแทนแมงส่ายหน้าปฏิเสธสัญญาณมือที่พี่บอมส่งให้เป็นรอบที่สาม

บรรยากาศในสนามเริ่มตึงเครียด จังหวะการเล่นสะดุดกึกกัก จนโค้ชต้องเป่านกหวีดสั่งพักเบรก

“ไม่ได้เรื่อง…”

แมงที่นั่งกอดอกอยู่ข้างสนามพึมพำเสียงต่ำ คิ้วเข้มขมวดจนแทบจะผูกโบว์

“พี่บอมเขาดุเหรอ?” น้ำเหนือถามพลางดูดน้ำแดง “เห็นตะโกนโหวกเหวกเชียว”

“ไม่ได้ดุ แต่กำลังหงุดหงิด” แมงอธิบายโดยสายตายังจ้องไปที่คู่กรณีในสนาม “พิทเชอร์กับแคชเชอร์ทำงานไม่เข้าขากัน… หายนะชัดๆ”

แมงหันมามองน้ำเหนือ แล้วเริ่มเปิดคลาสเลคเชอร์วิชาซอฟต์บอล 102

“มึงรู้ไหมว่าทำไมเขาเรียกพิทเชอร์กับแคชเชอร์ว่า ‘คู่หูแบตเตอรี่’ (The Battery)?”

“เพราะต้องช่วยกันชาร์จไฟให้ทีม?” น้ำเหนือเดามั่ว

“ผิด” แมงดีดหน้าผากน้ำเหนือเบาๆ “คำว่า Battery ในที่นี้มาจากศัพท์ทหาร หมายถึง ‘หน่วยปืนใหญ่’… พิทเชอร์คือปืนใหญ่ที่ยิงกระสุน ส่วนแคชเชอร์คือคนชี้เป้าและบัญชาการ ทั้งสองคนต้องทำงานประสานกันเป็นหนึ่งเดียว ขาดคนใดคนหนึ่งไปไม่ได้”

แมงชี้ไปที่พี่บอมที่กำลังถอดหน้ากากเหล็กออกเดินไปคุยกับพิทเชอร์

“คนดูส่วนใหญ่จะมองแต่พิทเชอร์ เพราะเป็นคนขว้างลูกเท่ๆ…” แมงพูดเสียงเรียบ “…แต่ความจริงแล้ว แคชเชอร์คือสมองของทีม

“สมอง?”

“ใช่ แคชเชอร์เป็นคนเดียวในสนามที่หันหน้าเข้าหาทุกคน เห็นทุกอย่าง ทั้งตำแหน่งคนตี ตำแหน่งคนวิ่ง และช่องโหว่ของทีมรับ…” แมงทำท่าประกอบ “แคชเชอร์จะวิเคราะห์จุดอ่อนของคู่ต่อสู้ แล้วส่ง ‘สัญญาณลับ’ (Signs) ให้พิทเชอร์รู้ว่าควรขว้างลูกแบบไหน… ลูกโค้ง ลูกเร็ว หรือลูกตก”

น้ำเหนือพยักหน้าหงึกหงัก “อ๋อ… เหมือนที่พี่บอมทำนิ้วยุกยิกๆ ตรงหว่างขาเมื่อกี้ใช่ปะ?”

“เออ นั่นแหละ” แมงยิ้มมุมปาก “พิทเชอร์มีหน้าที่แค่ทำให้ได้ตามสั่ง… แต่ถ้าพิทเชอร์ไม่เชื่อใจแคชเชอร์ ส่ายหน้าไม่เอาลูกที่สั่ง จังหวะก็จะเสีย ความมั่นใจก็จะหาย สุดท้ายก็เละเหมือนเมื่อกี้”

น้ำเหนือนั่งฟังแล้วมองไปที่พี่บอมกับพิทเชอร์รุ่นน้องที่กำลังปรับความเข้าใจกัน เขาเริ่มรู้สึกแปลกๆ ในใจ… ความรู้สึกที่เรียกว่า ‘อิจฉา’

“งั้นแสดงว่า… มึงกับพี่บอมก็ต้องรู้ใจกันมากเลยดิ?” น้ำเหนือถามเสียงอ่อย “ต้องมีสัญญาณลับกันสองคน… ต้องเชื่อใจกัน…”

“ก็ทำนองนั้น” แมงตอบตามตรง “กูเล่นกับพี่บอมมาเป็นปี มองตาก็รู้แล้วว่าพี่แกคิดอะไร บางทีไม่ต้องดูสัญญาณนิ้วกูก็รู้ว่าแกอยากได้ลูกไหน”

คำตอบของแมงทำเอาน้ำเหนือหน้ามุ่ยลงทันตา

‘มองตาก็รู้ใจ… ฮึ! น่าหมั่นไส้!’

“แล้ว… กูเป็นแคชเชอร์ให้มึงได้ปะ?” น้ำเหนือโพล่งออกไปแบบไม่ทันคิด

แมงหันขวับมามองน้ำเหนือทันที เขากวาดสายตามองรูปร่างบอบบางของคนข้างๆ แล้วหลุดขำพรืดออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่

“อุ๊บ… ฮ่าๆๆๆ!”

“ขำอะไรวะ!” น้ำเหนือหน้าแดง “กูจริงจังนะ!”

“มึงเนี่ยนะ?” แมงพยายามกลั้นขำจนไหล่สั่น “เหนือ… แคชเชอร์ต้องนั่งยองๆ ตลอดเกม ต้องใส่เกราะหนักอึ้ง ต้องบล็อกลูกบอลที่ตกพื้นด้วยตัว… ขาเล็กๆ ของมึงรับน้ำหนักไม่ไหวหรอก 5 นาทีก็เป็นตะคริวแล้วมั้ง”

“ดูถูก!” น้ำเหนือกอดอกเชิดหน้า “กูฝึกได้เว้ย!”

แมงหยุดขำ รอยยิ้มขบขันค่อยๆ เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเอ็นดู เขาขยับตัวเข้ามาใกล้น้ำเหนือ ใช้มือซ้ายที่ว่างอยู่เอื้อมไปจับท้ายทอยของคนตัวเล็กแล้วบีบเบาๆ

“ไม่ต้องเป็นหรอกแคชเชอร์… มันเหนื่อย เจ็บตัวด้วย”

“ก็กูอยากรู้ใจมึงบ้างนี่หว่า…” น้ำเหนือบ่นอุบอิบ “อยากรู้ว่ามึงจะขว้างลูกไหน อยากเป็นคนที่มึงเชื่อใจ…”

แมงชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินเหตุผลซื่อๆ นั้น แววตาของเขาไหววูบด้วยความรู้สึกบางอย่าง

“โง่เอ๊ย…” แมงโยกหัวน้ำเหนือแรงๆ “ในสนามกูมีพี่บอมเป็นคู่หูแบตเตอรี่ก็จริง… แต่นั่นมันเรื่องงาน”

แมงก้มหน้าลงมาจนระดับสายตาเสมอกัน เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาเพื่อให้ได้ยินกันแค่สองคน

“นอกสนาม… กูไม่ต้องการแคชเชอร์มารับลูกบอลหรอก”

“…”

“กูต้องการคนมาช่วย ‘รับอารมณ์’ กูมากกว่า… ซึ่งตำแหน่งนี้ กูว่าพี่บอมทำไม่ได้… และคงไม่มีใครทำได้ดีเท่ามึงแล้ว”

น้ำเหนือหน้าร้อนวูบวาบ หัวใจเต้นรัวเหมือนกลองชุด

“รับอารมณ์บ้าอะไร… พูดซะน่าเกลียด” น้ำเหนือหลบตา

“ก็อารมณ์ดี… อารมณ์หิว… อารมณ์ขี้แกล้ง…” แมงไล่นิ้วโป้งไปตามแก้มใสของน้ำเหนือ “…และก็ ‘อารมณ์รัก’ ด้วย… มึงรับไหวปะล่ะ?”

ตูม!

เหมือนโดนลูก Fastball ความเร็ว 120 กม./ชม. อัดเข้ากลางหน้า น้ำเหนือสตั๊นไป 3 วินาที ก่อนจะผลักแมงออกสุดแรง

“ไอ้แมงบ้า! มึงนี่มัน… ฮึ่ย!”

น้ำเหนือคว้าสมุดจดขึ้นมาปิดหน้าตัวเองเพื่อซ่อนความเขิน แต่ใบหูที่แดงเถือกนั้นปิดยังไงก็ไม่มิด

แมงหัวเราะในลำคออย่างผู้ชนะ เขาเอนหลังพิงม้านั่ง มองดูการซ้อมในสนามต่อด้วยอารมณ์เบิกบานผิดหูผิดตา

“จำไว้นะนักเรียน…” แมงพูดลอยๆ “ในสนาม แคชเชอร์คือคนส่งสัญญาณ… แต่ในชีวิตจริง มึงคือคนเดียวที่ส่งสัญญาณแล้วกูยอมทำตาม… เข้าใจตรงกันนะ?”

น้ำเหนือที่อยู่หลังสมุดจด ได้แต่กัดริมฝีปากกลั้นยิ้มจนแก้มปวด

ไอ้บ้าแมง… บทเรียนวันนี้เนื้อหายากเกินไปแล้ว! หัวใจจะวาย!


[จบบทที่ 16]


💡 เกร็ดความรู้ซอฟต์บอล (Softball Fact) ที่แฝงในบทนี้:

  1. The Battery: ศัพท์เรียกคู่หู Pitcher + Catcher มาจากคำว่า Artillery Battery (กองร้อยปืนใหญ่) เพราะทั้งคู่คืออาวุธหลักในการทำลายล้างเกมรุกคู่แข่ง
  2. Catcher’s Role: ไม่ใช่แค่รับลูก แต่คือ “ผู้บัญชาการสนาม” (Field Commander) ต้องวิเคราะห์เกมและส่งสัญญาณ (Signs) กำหนดทิศทางลูก
  3. Trust: ความเชื่อใจคือหัวใจสำคัญ ถ้า Pitcher ไม่เชื่อ Catcher (เรียกว่า Shake off) บ่อยๆ จะทำให้เกมเสียจังหวะ
0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments