เปลวเทียนในห้องหนังสือเรือนท่านเจ้าคุณสั่นไหวตามแรงลมหายใจที่ตึงเครียดของชายหนุ่มสามคน บนโต๊ะไม้สักทองมีกระดาษแผ่นเล็กที่ได้จากขานกพิราบวางอยู่ พร้อมด้วยตำราถอดรหัสและแผนที่เมืองเก่า
“อ่านออกไหมขอรับคุณหลวง?” พี่กล้า ถามอย่างร้อนรน ยืนกอดอกพิงชั้นหนังสือ สายตาจ้องมองกระดาษแผ่นนั้นราวกับจะเผามันให้เป็นจุณ
หลวงเทพ ขมวดคิ้วจนแทบเป็นปม ปาดเหงื่อที่ซึมไรผม “รหัสนี้มันใช้ ‘อักขระขอมกลับหลัง’ ผสมกับคำราชาศัพท์… ไอ้พระยาไกรสีห์นี่มันเขี้ยวลากดินจริงๆ” เขาจิ้มปากกาขนนกไปทีละตัวอักษร “เท่าที่แกะได้ใจความ… ‘พบเป้าหมาย… สายเลือดพยัคฆ์ยังไม่สิ้น… เตรียมพิธีเบิกเนตรในคืนจันทร์เพ็ญหน้า… เก็บกวาดพยานให้เรียบ’ “
“พิธีเบิกเนตร?” คุณพุ่ม ทวนคำ สีหน้าวิตก “มันคงหมายถึงพิธีชุบชีวิต หรือพิธีปลุกเสกอาคมดำสักอย่าง ที่ต้องใช้หัวใจของพี่กล้าเป็นเครื่องบูชา”
“และคืนจันทร์เพ็ญหน้า…” กล้ากำหมัดแน่น “ก็คืออีกเจ็ดวัน”
“เจ็ดวัน…” หลวงเทพวางปากกาลง “เวลาเหลือไม่มาก มันรู้ตัวแล้วว่าเอ็งอยู่ที่นี่ มันต้องส่งคนมาเก็บเอ็งแน่ ไม่ใช่แค่ไอ้สอน แต่คงมากันเป็นกองทัพ”
“งั้นข้าจะไปฆ่ามันก่อน!” กล้าหันขวับ เตรียมจะพุ่งออกจากห้อง
“หยุดเดี๋ยวนี้!” พุ่มตะโกนห้าม “พี่จะบ้าเลือดไปตายรึ! บ้านพระยาไกรสีห์มีการคุ้มกันแน่นหนายิ่งกว่าวังหลวง ทหารเอกฝีมือดีนับร้อย ไหนจะพวกหมอผีที่มันเลี้ยงไว้อีก พี่เข้าไปก็เหมือนหมูวิ่งชนเขียง!”
“แล้วจะให้ข้านั่งงอมือรอความตายรึ!”
“ใช้สมองสิพี่กล้า!” พุ่มเดินเข้าไปจับไหล่กล้า บีบแน่นเพื่อเรียกสติ “เราต้องเล่นเกมตามกติกาของพวกมัน… เกมการเมือง”
พุ่มหันไปหยิบ ‘บัตรเชิญ’ สีทองหรูหราที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาโชว์ “มะรืนนี้… วันคล้ายวันเกิดท่านเจ้าคุณพ่อ ท่านเชิญขุนนางผู้ใหญ่ทั่วพระนครมาร่วมงานเลี้ยงฉลอง และแน่นอน… พระยาไกรสีห์ ตอบรับคำเชิญแล้ว”
กล้าจ้องมองบัตรเชิญนั้นด้วยสายตาอาฆาต “มันจะมาที่นี่?”
“ใช่… มันจะเดินเข้ามาในถิ่นของเรา ในฐานะแขกผู้มีเกียรติ” พุ่มแสยะยิ้มเย็น “นี่เป็นโอกาสเดียวที่เราจะได้เข้าถึงตัวมันในระยะประชิด โดยที่มันไม่ทันระวังตัว… เราต้องหา ‘หลักฐาน’ การกบฏของมัน หรือหาจุดอ่อนของมันให้เจอในงานนี้”
“แต่ข้าเป็นแค่บ่าว… ข้าจะเข้าไปในงานเลี้ยงได้เยี่ยงไร?”
“ใครว่าเป็นบ่าว?” พุ่มยักคิ้วให้หลวงเทพ หลวงเทพหัวเราะร่า “งานนี้ต้องมีการเล่นละครกันหน่อย… ไอ้เสือ เอ็งเตรียมตัวเป็น ‘ผู้ติดตามคนใหม่’ ของคุณพุ่มได้เลย”
…
สองวันต่อมา : คืนงานเลี้ยง
เรือนท่านเจ้าคุณกรมท่าถูกประดับประดาด้วยโคมไฟนับร้อยดวง สว่างไสวราวกับวิมานบนดิน เสียงดนตรีมโหรีขับกล่อมไพเราะเสนาะหู กลิ่นอาหารเลิศรสลอยฟุ้ง บรรดาขุนนางและคุณหญิงคุณนายในชุดผ้าไหมราคาแพงเดินทักทายกันขวักไข่
ในห้องแต่งตัว พี่กล้า ยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้ากระจก ขณะที่พุ่มกำลังจัดแจงผูกผ้าคาดเอวให้ คราวนี้กล้าไม่ได้ใส่ชุดบ่าวไพร่ แต่สวมเสื้อราชปะแตนสีขาวคอตั้ง นุ่งโจงกระเบนไหมสีน้ำเงินเข้ม และสวมถุงเท้าขาวรองเท้าหนังขัดมันวับ ดูสง่างามราวมหาดเล็กหลวง หรือลูกผู้ดีตกยาก
“อย่าทำหน้าบูดบึ้งสิ” พุ่มตบไหล่กล้าเบาๆ “ยิ้มหน่อย… ยิ้มการค้าแบบที่ข้าสอนน่ะ”
กล้าฝืนยิ้มแยกเขี้ยวที่ดูเหมือนจะไปกัดคอใครมากกว่า “ข้าหายใจไม่ออก… คอเสื้อนี่มันรัดลูกกระเดือกข้า”
“ทนเอาหน่อย” พุ่มจัดปกเสื้อให้ “คืนนี้พี่ต้องประกบติดข้า ห้ามคลาดสายตา ห้ามคำราม ห้ามแยกเขี้ยวใส่ใคร และที่สำคัญ… ห้ามลงมือจนกว่าข้าจะสั่ง เข้าใจไหม?”
“ขอรับ…” กล้าถอนหายใจ “แต่ถ้าไอ้สอนมันมาด้วยล่ะ?”
“ถ้ามันมา… หลวงเทพจะเป็นคนจัดการเอง พี่มีหน้าที่เดียวคือจับตาดูพระยาไกรสีห์”
พุ่มเขย่งเท้าขึ้น จูบที่ปลายคางของกล้าเบาๆ ให้กำลังใจ “หล่อมากนะรู้ไหม… พ่อเสือจำแลงของข้า” กล้าหน้าแดงถึงใบหู ความประหม่าลดลงไปครึ่งหนึ่ง
…
เมื่อทั้งสองเดินลงมาที่โถงงานเลี้ยง สายตาของแขกเหรื่อต่างจับจ้องมาที่คู่หนุ่มงาม “นั่นใครกันรึพ่อพุ่ม? หน้าตาคมคาย ผิวพรรณดีเชียว” คุณหญิงท่านหนึ่งทักทาย
“หลานชายห่างๆ ของทางแม่น่ะขอรับ เพิ่งลงมาจากทางเหนือ มาช่วยงานราชการ” พุ่มตอบฉะฉาน แนะนำกล้าอย่างคล่องแคล่ว กล้ายกมือไหว้ผู้ใหญ่อย่างนอบน้อม (ตามที่ซ้อมมาเป็นร้อยรอบ) แม้ในใจจะอยากกระโดดหนีไปให้พ้นๆ
ทันใดนั้น… บรรยากาศในงานก็เปลี่ยนไป ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ซ่านเข้ามา
ที่หน้าประตูเรือน… ชายสูงวัยร่างท้วมแต่ดูบึกบึน เดินเข้ามาพร้อมไม้เท้าหัวกะโหลกทองคำ เขาแต่งกายด้วยเครื่องยศเต็มอัตราศึก ใบหน้าเหลี่ยมดุดัน ดวงตาเรียวรีดั่งเหยี่ยว และรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา พระยาไกรสีห์
ด้านหลังของเขา มีผู้ติดตามเดินตามมาเป็นพรวน… หนึ่งในนั้นคือชายร่างเล็กที่โพกหัวด้วยผ้าสีดำปกปิดใบหน้าเกือบมิด เห็นเพียงดวงตาเจ้าเล่ห์… ไอ้สอน! มันมาด้วยจริงๆ ในคราบองครักษ์
“กลิ่น…” กล้ากระซิบเสียงลอดไรฟัน มือเกร็งแน่นจนเส้นเลือดปูด “กลิ่นคาวเลือด… แรงมากจากตัวไอ้แก่นั่น”
พระยาไกรสีห์เดินตรงเข้ามาหาท่านเจ้าคุณกรมท่า (พ่อของพุ่ม) “สุขสันต์วันเกิดนะท่านเจ้าคุณ… ขอให้มีอายุมั่นขวัญยืน อยู่ดูความเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองไปนานๆ” คำอวยพรฟังดูดี แต่สายตาของเขากลับกวาดมองไปรอบๆ ราวกับราชสีห์มองฝูงแกะ
“ขอบน้ำใจท่านเจ้าคุณกลาโหม” พ่อของพุ่มรับไหว้
สายตาของพระยาไกรสีห์เลื่อนมาหยุดที่… พุ่ม และ กล้า ดวงตาเหยี่ยวคู่นั้นหรี่ลง จ้องมองที่กล้าเขม็ง กล้ารู้สึกเหมือนถูกถลกหนังด้วยสายตา เขากลั้นหายใจ พยายามสะกดกลั้นสัญชาตญาณสัตว์ร้ายที่อยากจะคำรามสวน
“พ่อหนุ่มคนนี้… หน้าตาคุ้นๆ ชอบกล” พระยาไกรสีห์เอ่ยเสียงเนิบนาบ เดินเข้ามาใกล้ “หน่วยก้านดี… เหมือนนักรบโบราณ”
“หลานชายกระผมเองขอรับ” พุ่มรีบแทรกตัวเข้ามาบัง “ชื่อ… พ่อกล้า”
“กล้า…” พระยาไกรสีห์ทวนคำ แสยะยิ้มที่มุมปาก “ชื่อดี… หวังว่าจะ ‘กล้า’ สมชื่อนะ” เขายื่นมือออกมา “ยินดีที่ได้รู้จัก”
กล้ามองมือนั้น… มือที่สั่งฆ่าล้างโคตรตระกูลเขา มือที่เปื้อนเลือดพ่อแม่เขา พุ่มบีบแขนกล้าแน่น เตือนสติ
กล้าสูดหายใจลึก… ยื่นมือออกไปจับตอบ “เป็นเกียรติอย่างสูงขอรับ… ท่านเจ้าคุณ”
ทันทีที่มือสัมผัสกัน… กระแสไฟฟ้าสถิตแล่นปราด! กล้าสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่วิ่งเข้าสู่กระดูกดำ มันไม่ใช่แค่มือคนแก่… แต่มันมีพลังงานบางอย่างที่มืดมิดและหิวโหยซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังนั้น และที่สำคัญ… พระยาไกรสีห์ก็คงสัมผัสได้ถึง ‘ความร้อน’ จากตัวกล้าเช่นกัน
พระยาไกรสีห์ดึงมือกลับ หัวเราะหึๆ ในลำคอ “มือนุ่มดีนี่… แต่ระวังหน่อยนะ สมัยนี้… เสือ มันชุม บางทีมันก็ชอบปลอมตัวมาเดินเพ่นพ่านในงานเลี้ยง”
ประโยคนั้นทำเอาหัวใจกล้าหยุดเต้น มันรู้! มันรู้แล้ว!
พระยาไกรสีห์เดินผ่านไป พร้อมกับไอ้สอนที่เดินตามหลังมา มันหันมาขยิบตาให้กล้าอย่างยียวน ก่อนจะเดินหายเข้าไปในฝูงชน
“พี่กล้า…” พุ่มกระซิบเสียงสั่น “ใจเย็นๆ”
“มันท้าทายข้า…” กล้ากัดฟัน กรอดเสียงในลำคอ “มันจงใจเดินเข้ามาดมกลิ่นข้า… มันต้องการพิสูจน์”
“แล้วตอนนี้มันก็พิสูจน์ได้แล้ว” หลวงเทพเดินเข้ามากระซิบจากด้านหลัง สีหน้าเคร่งเครียด “คืนนี้คงไม่มีการกินเลี้ยงกันสงบๆ แน่… ข้าเห็นลูกน้องมันวางกำลังล้อมเรือนไว้หมดแล้ว”
“มันจะลงมือคืนนี้เลยรึ?”
“อาจจะ…” หลวงเทพจับด้ามปืนที่ซ่อนในเสื้อสูท “เตรียมตัวไว้… งานเลี้ยงเลิกเมื่อไหร่… นรกแตกแน่”
เสียงดนตรีบรรเลงเพลงมหาฤกษ์ดังกึกก้อง แต่สำหรับกล้า พุ่ม และหลวงเทพ… มันคือเสียงกลองรบที่ส่งสัญญาณเริ่มสงครามครั้งสุดท้าย กลางฟลอร์เต้นรำแห่งอำนาจ


