HomeChapterบทที่ 17 : สงครามประสาทและปีศาจไร้เงา

บทที่ 17 : สงครามประสาทและปีศาจไร้เงา

“ซอฟต์บอลไม่ใช่แค่เรื่องของร่างกาย… แต่มันคือ ‘โป๊กเกอร์’ ที่เล่นด้วยไม้ตีและลูกบอล”

แมงเอ่ยขึ้นขณะมองดูรุ่นน้องซ้อม การสอนภาคทฤษฎียังคงดำเนินต่อไป แต่วันนี้หัวข้อดูจะลึกลับซับซ้อนกว่าทุกที

“โป๊กเกอร์? การพนันอะนะ?” น้ำเหนือทำหน้างง

“ใช่… มันคือเกมของการหลอกลวง” แมงแสยะยิ้มมุมปาก “พิทเชอร์ต้องหน้าตาย (Poker Face) ห้ามแสดงอารมณ์ ห้ามให้คนตีรู้ว่าเรากลัว หรือเรากำลังจะขว้างลูกอะไร… ในขณะเดียวกัน เราต้องอ่านใจคนตีให้ออก”

“อ่านยังไงวะ? มึงมีญาณทิพย์เหรอ?”

“ดูภาษากาย” แมงชี้ไปที่สนาม “ถ้าคนตีเกร็งไหล่ แปลว่าเขากำลังรอหวดลูกเร็ว… ถ้าเขาขยับเท้าถี่ๆ แปลว่าเขากำลังตื่นเต้นและเสียสมาธิ… หน้าที่ของพิทเชอร์คือ ‘ทำลายจังหวะ’ (Disrupt Timing) ของเขา”

ยังไม่ทันที่น้ำเหนือจะถามต่อ เสียงเอะอะโวยวายก็ดังขึ้นจากทางเข้าสนาม

กลุ่มนักศึกษาชายร่างยักษ์ในชุดช็อปวิศวะเดินอาดๆ เข้ามา นำทีมโดยชายหนุ่มผิวเข้ม หน้าตาหาเรื่อง ที่น้ำเหนือจำได้แม่น… ไอ้คนตีลูกอัดแมงวันนั้น!

“เฮ้ยๆๆ ดูซิใครนั่งอยู่…” ชายหนุ่มคนนั้นตะโกนเสียงกวนประสาท “ไอ้เสือลำบากนี่หว่า! ไงวะแมง แขนเดี้ยงไปแล้วยังซ่ามาสนามอีกเหรอ?”

“ไอ้ต้น…” น้ำเหนือกัดฟันกรอด ลุกพรวดขึ้นทันที “มึงมาทำไม!”

“ใจเย็นๆ น้องเหนือคนสวย พี่แค่มาทักทาย” ต้นยิ้มเยาะ “ได้ข่าวว่าพิทเชอร์มือหนึ่งแขนหักเพราะมัวแต่ทำตัวเป็นพระเอกรับลูกแทนเมีย… โคตรน้ำเน่าเลยว่ะ”

“ปากหมา!” น้ำเหนือจะพุ่งเข้าไปเอาเรื่อง แต่แมงใช้มือซ้ายดึงข้อมือรั้งไว้ให้นั่งลง

แมงไม่ได้โกรธ… หรืออย่างน้อยก็ไม่แสดงออก เขานั่งไขว่ห้างพิงพนักเก้าอี้สบายๆ มองกลุ่มผู้มาเยือนด้วยสายตาว่างเปล่าเหมือนมองอากาศธาตุ

“สนามนี้ของชมรมซอฟต์บอล” แมงพูดเสียงเรียบ “คนนอกห้ามเข้า… อ่านหนังสือไม่ออกเหรอ? หรือสมองมีแต่ขี้เลื่อย?”

“ปากดีเหมือนเดิมนะมึง!” ต้นของขึ้น เดินปรี่เข้ามา “กูแค่จะมาบอกว่า ปีนี้วิศวะแชมป์แน่ เพราะมึงมันหมดสภาพแล้ว! พิทเชอร์แขนเดียวจะทำอะไรได้!”

ต้นหันไปหยิบไม้ตีของรุ่นน้องที่วางอยู่แถวนั้นขึ้นมาควงเล่น แล้วเดินไปที่ แบตเตอร์บ็อกซ์ (ช่องตี)

“ไหนๆ ก็มาแล้ว ขอยืมสนามซ้อมหวดสักหน่อยละกัน น้องๆ ช่วยขว้างให้พี่หน่อยดิ๊ อยากรู้ว่าทีมนี้มันมีน้ำยาแค่ไหน”

รุ่นน้องในทีมหน้าเสีย ทำตัวไม่ถูก เพราะต้นเป็นรุ่นพี่ปี 3 แถมดูนักเลง

“ไม่ต้อง”

เสียงทุ้มต่ำของแมงดังขัดจังหวะ แมงค่อยๆ ลุกขึ้นยืน เดินถือแก้วน้ำแดง (ที่กินเหลือ) เดินเข้าไปหาต้นที่ยืนเก๊กอยู่กลางสนาม

“มึงจะทำไรไอ้แมง? จะขว้างเหรอ? แขนมึงเน่านะเว้ย ฮ่าๆๆ” ต้นหัวเราะร่า

แมงเดินไปหยุดอยู่ข้างๆ เนินพิทเชอร์ ไม่ได้ขึ้นไปเหยียบ เขายืนนิ่งๆ จ้องหน้าต้นด้วยสายตาที่เย็นยะเยือก… เย็นจนคนทั้งสนามรู้สึกหนาว

“กูไม่ต้องขว้างหรอก…” แมงพูดเบาๆ แต่ก้องกังวาน “แค่กูยืนอยู่ตรงนี้ มึงก็ตีไม่โดนแล้ว”

“มั่นหน้า!” ต้นถ่มน้ำลายลงพื้น “น้อง! ขว้างมา! กูจะหวดให้หน้าหงายเลย!”

รุ่นน้องพิทเชอร์ปี 1 จำใจต้องขว้างลูกด้วยมือสั่นๆ

ทันทีที่พิทเชอร์ง้างมือ… แมงก็เริ่ม ‘สงครามประสาท’

“ไหล่มึงตก…” แมงพูดพึมพำพอให้ต้นได้ยิน “ศอกกาง… เอวแข็ง… มึงกำลังกลัวลูกเร็วสินะ?”

ต้นชะงักสมาธิหลุดไปวูบหนึ่ง

“ลูกมาแล้ว…” แมงนับจังหวะในลำคอ “หนึ่ง… สอง… วืด!

ฟึ่บ!

ต้นเหวี่ยงไม้สุดแรง แต่จังหวะมันช้าไปเสี้ยววินาที เพราะเสียงของแมงที่รบกวนสมอง! ลูกบอลพุ่งเข้าถุงมือแคชเชอร์อย่างสวยงาม

“สไตรค์วัน!”

ต้นหน้าเสีย หันมามองหน้าแมงตาขวาง “มึงเงียบปากไปเลยไอ้แมง!”

“กูแค่พูดลอยๆ” แมงยักไหล่ “หรือมึงไม่มีสมาธิเอง? ไหนคุยว่าเก่ง?”

ลูกที่สอง…

พิทเชอร์เตรียมขว้าง แมงจ้องเขม็งไปที่ดวงตาของต้น สายตาคู่นั้นเหมือนงูจ้องเหยื่อ กดดันจนต้นเหงื่อแตกพลั่ก

“มึงกำลังคิดว่าลูกต่อไปเป็นลูกโค้ง…” แมงแสยะยิ้ม “…ผิด”

ต้นลังเล จังหวะการตัดสินใจรวนไปหมด

ฟึ่บ!

ลูกที่สองเป็นลูกตรงธรรมดา แต่ต้นไม่กล้าตี เพราะระแวงคำพูดแมง!

“สไตรค์ทู!”

“เชี่ยเอ้ย!” ต้นหัวเสียสุดขีด “มึงเล่นสกปรกนี่หว่า!”

“กูยืนเฉยๆ มือไขว้หลังด้วยซ้ำ” แมงตอบหน้าตาย “คนสกปรกคือจิตใจมึงต่างหาก… ไม่นิ่งพอ ก็อย่าสะเออะมาเหยียบสนามกู”

แมงเดินเข้าไปใกล้ต้นอีกนิด จนระยะห่างเหลือแค่คืบ แววตาที่เคยเรียบเฉยเปลี่ยนเป็นดุดันราวกับสัตว์ร้าย

“จำไว้นะต้น… ต่อให้กูเหลือแขนข้างเดียว หรือต่อให้กูยืนเฉยๆ… กูจก็ยังอยู่สูงกว่ามึงเสมอ… ไสหัวกลับไปซะ ก่อนที่กูจะหมดความอดทน”

รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวแมงรุนแรงจนต้นหน้าซีดเผือด ขนลุกซู่ไปทั้งตัว เพื่อนๆ วิศวะเห็นท่าไม่ดีรีบเข้ามาดึงตัวต้นออกไป

“ฝากไว้ก่อนเถอะมึง!” ต้นชี้หน้าด่าแก้เก้อ ก่อนจะรีบเดินหนีหางจุกตูดไปพร้อมพรรคพวก

เสียงเฮดังลั่นจากสมาชิกชมรมซอฟต์บอล

“พี่แมงโคตรเท่!” “ไม่ต้องออกแรงสักนิด ไล่กระเจิงเลย!”

น้ำเหนือที่ยืนดูเหตุการณ์ทั้งหมดอ้าปากค้าง หัวใจเต้นโครมครามด้วยความตื่นเต้น… และความหลงใหล

‘แม่งเอ้ย… เท่ชิบหาย… เท่จนอยากจะกรี๊ด!’

แมงเดินกลับมาที่ม้านั่ง สีหน้ากลับมาเรียบเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาหยิบแก้วน้ำแดงขึ้นมาดูดต่อหน้าตาเฉย

“เป็นไง…” แมงหันมาถามน้ำเหนือ “เข้าใจคำว่า Mind Game หรือยัง?”

น้ำเหนือกลืนน้ำลาย “ข…เข้าใจแล้ว… มึงน่ากลัวชิบหาย แค่จ้องตาเขาก็แพ้แล้วอะ”

“งั้นเหรอ?”

แมงวางแก้วลง แล้วจู่ๆ ก็ขยับตัวเข้ามาประชิดน้ำเหนือ ล็อกตัวคนตัวเล็กไว้กับพนักเก้าอี้ด้วยแขนข้างเดียว

“ไหนลองซิ…”

ใบหน้าหล่อเหลาเลื่อนเข้ามาใกล้จนจมูกแทบชนกัน นัยน์ตาสีดำสนิทจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของน้ำเหนือ… สายตาแบบเดียวกับที่ใช้สยบคู่แข่งเมื่อกี้ แต่แฝงความร้อนแรงที่ต่างออกไป

“ถ้ากูจ้องมึงแบบนี้… มึงจะแพ้ไหม?”

น้ำเหนือตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุด หน้าแดงซ่านลามไปถึงหู เขาอยากจะหลบตาหนี แต่เหมือนถูกตรึงไว้ด้วยมนต์สะกดของปีศาจตรงหน้า

“มะ… ไม่แพ้เว้ย!” น้ำเหนือตอบเสียงสั่น “กู… กูสู้คนนะ!”

“หึ… ปากเก่ง”

แมงยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำลายล้างรุนแรงกว่านิวเคลียร์

“แต่ม่านตามึงขยาย… ชีพจรมึงเต้นแรง… และหน้ามึงแดง…” แมงกระซิบข้างหู “ภาษากายมันบอกว่า… มึงแพ้กูราบคาบแล้ว น้ำเหนือ

พูดจบแมงก็ผละออก ปล่อยให้น้ำเหนือนั่งระทวยเป็นผักต้มอยู่บนเก้าอี้

โอเค… ยอมรับก็ได้

สงครามประสาทครั้งนี้… น้ำเหนือแพ้ยับเยิน! แพ้ทั้งใจ แพ้ทั้งตัว แพ้ให้ไอ้ปีศาจแมงหมดหน้าตักแล้วโว้ย!

💡 เกร็ดความรู้ซอฟต์บอล (Softball Fact) ที่แฝงในบทนี้:

  1. Poker Face: พิทเชอร์ต้องเก็บอาการเก่งมาก เพราะภาษากายเพียงนิดเดียว (เช่น การกำลูกบอล การขยับไหล่) สามารถบอกชนิดลูกที่จะขว้างได้
  2. Disrupt Timing: หน้าที่ของพิทเชอร์ไม่ใช่แค่ขว้างเร็ว แต่คือการ “ทำลายจังหวะ” ของคนตี ทำให้เขาลังเล หรือตีผิดจังหวะ (Off-balance)
  3. Mental Toughness: กีฬานี้วัดกันที่สมาธิ ใครหลุดก่อน แพ้ทันที

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments