“เฝือกออกแล้วโว้ยยย!”
เสียงตะโกนของจี้ดังลั่นห้องพยาบาล เมื่อหมอทำการตัดเฝือกอ่อนออกจากแขนขวาของแมง เผยให้เห็นท่อนแขนแกร่งที่ดูซูบลงเล็กน้อยจากการไม่ได้ใช้งานมาหลายสัปดาห์ ผิวหนังบริเวณนั้นขาวซีดกว่าส่วนอื่นนิดหน่อย
แมงขยับข้อมือหมุนไปมา ทดสอบความยืดหยุ่น สีหน้าเรียบเฉยแต่แววตาฉายประกายความโล่งใจ
“ยังห้ามขว้างลูกแรงๆ นะครับ” หมอกำชับ “เน้นกายภาพบำบัด ยืดเหยียด แล้วก็เวทเทรนนิ่งเบาๆ ไปก่อน อีก 2 อาทิตย์ค่อยเริ่มจับลูกจริง”
“ครับหมอ” แมงรับคำ
น้ำเหนือที่ยืนลุ้นอยู่ข้างเตียงยิ้มกว้างจนตาหยี “ดีใจด้วยนะมึง! ในที่สุดปีศาจก็คืนชีพแล้ว!”
“ดีใจทำไม?” แมงหันมาเลิกคิ้ว “แขนกูขยับได้ แปลว่ากูถือไม้ตีได้… และแปลว่า ‘นรก’ ของจริงสำหรับมึง กำลังจะเริ่มต่างหาก”
น้ำเหนือหุบยิ้มฉับ กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่
“ลางร้ายมาเยือนกูแล้ว…”
…
สนามซอฟต์บอล : เย็นวันเดียวกัน
แมงไม่ได้ขู่เล่นๆ เขาพาน้ำเหนือมายืนประจำตำแหน่งในสนาม ซึ่งไม่ใช่ตำแหน่งปีกขวาที่น้ำเหนือเคยไปยืนงงๆ อยู่ แต่เป็นพื้นที่ว่างระหว่าง เบส 2 และ เบส 3
“นี่คือตำแหน่ง ‘Shortstop’ (SS)” แมงใช้ไม้ตี (Fungo Bat) ชี้ลงที่พื้นดิน “หรือที่เรียกกันว่า ‘หัวใจของอินฟิลด์’ (Captain of the Infield)“
“ชื่อเท่จังวะ” น้ำเหนือมองไปรอบๆ “แล้วมันต้องทำไรอะ?”
“Shortstop คือตำแหน่งที่บอลจะมาหาบ่อยที่สุดสำหรับคนตีขวา” แมงอธิบาย “ลูกที่ตีมาทางนี้มักจะเร็วและแรง มึงต้องมีปฏิกิริยาไวเหมือนแมว ต้องรับลูกเลียดพื้น (Ground Ball) ให้ได้ แล้วส่งไปฆ่าคนวิ่งที่เบส 1 ให้ทัน”
แมงเดินถอยหลังไปยืนที่โฮมเพลท มือซ้ายโยนลูกบอลขึ้น แล้วใช้มือขวา (ที่เพิ่งถอดเฝือก) จับไม้ตีหวดลูกเบาๆ ให้กลิ้งมาทางน้ำเหนือ
ปึก!
ลูกบอลกลิ้งขรุขระมาตามพื้นดินแดงด้วยความเร็วพอประมาณ
น้ำเหนือวิ่งเข้าไปหา ก้มตัวลงจะรับ แต่กะจังหวะพลาด ลูกบอลกระดอนข้ามถุงมือไปชนหน้าแข้ง
“โอ๊ย!”
“ขาตาย” แมงวิจารณ์ทันที “มึงยืนทื่อเป็นต้นไม้เลย ย่อเข่าลง! ก้นต้องต่ำกว่าเข่า!”
“ก็กูย่อแล้ว!”
“ย่อนั่นมันท่านั่งขี้! ย่อแบบนักกีฬาโว้ย!”
แมงทิ้งไม้ตี เดินอาดๆ เข้ามาหาน้ำเหนือที่กำลังลูบหน้าแข้งปอยๆ เขามายืนซ้อนหลังน้ำเหนือ แล้วใช้มือทั้งสองข้างจับที่เอวสอบของคนตัวเล็ก
“ขยายขาออก กว้างกว่าไหล่นิดนึง” แมงสั่ง พร้อมกับใช้เท้าตัวเองเขี่ยขาน้ำเหนือให้แยกออก
“อื้อ… ประมาณนี้เหรอ?”
“ย่อลงอีก”
มือแกร่งกดสะโพกน้ำเหนือให้ต่ำลง จนก้นของน้ำเหนือแทบจะชนหน้าขาของแมง น้ำเหนือสัมผัสได้ถึงไอร้อนจากร่างกายของคนที่ยืนซ้อนหลัง กลิ่นเหงื่อผสมกลิ่นสบู่มินต์โชยมาแตะจมูกอีกแล้ว
“หลังตรง อย่าก้มหน้า มองไปข้างหน้า” แมงจัดระเบียบร่างกายให้น้ำเหนือเหมือนจัดตุ๊กตา “ยื่นมือซ้ายออกไปข้างหน้า… ถุงมือต้องติดพื้น เหมือนไม้กวาดที่กวาดฝุ่น”
ตอนนี้หน้าของแมงอยู่ใกล้ใบหูของน้ำเหนือมาก ลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดต้นคอจนขนลุกซู่
“จำท่านี้นะ…” เสียงทุ้มกระซิบพร่า “นี่คือท่า ‘Ready Position’ ถ้ามึงไม่ย่อต่ำ มึงจะมองวิถีบอลไม่ออก และมึงจะขยับตัวช้า”
“ระ… รู้แล้ว… ปล่อยได้ยัง?” น้ำเหนือเสียงสั่น หัวใจเต้นแรงจนกลัวว่าแมงจะได้ยิน (เพราะหลังแนบอกอยู่ขนาดนี้)
“เกร็งทำไม?” แมงถามกวนๆ “กลัวกูปล้ำกลางสนามหรือไง?”
“ไอ้บ้า! ใครจะไปคิด!”
“หึ…” แมงหัวเราะในลำคอ ยอมปล่อยมือแล้วเดินถอยกลับไป “จำความรู้สึกเมื่อกี้ไว้ ย่อให้ต่ำ มองให้ไว… เอ้า! ลูกต่อไป!”
…
1 ชั่วโมงผ่านไป
สภาพของน้ำเหนือตอนนี้ดูไม่ได้เลย เสื้อเลอะฝุ่นดินแดงไปทั้งตัว เหงื่อไหลจนแสบตา ขาที่เพิ่งหายเจ็บเริ่มล้าจนสั่น แต่แววตาของเขากลับดูมุ่งมั่นกว่าทุกครั้ง
“อีก… อีกลูก!” น้ำเหนือตะโกนท้าทาย ทั้งที่หอบแฮก
แมงมองดูด้วยความพอใจลึกๆ เด็กนี่อึดกว่าที่คิด พัฒนาการของน้ำเหนือเร็วมาก อาจจะเพราะเป็นคนตัวเล็กและคล่องแคล่วโดยธรรมชาติ พอจับจุดได้ก็พุ่งรับบอลได้เนียนตาขึ้น
“ลูกสุดท้าย!” แมงตะโกน “ถ้าลูกนี้รับได้ กูเลี้ยงไอติม!”
คำว่า ‘ไอติม’ เหมือนยาวิเศษ น้ำเหนือตาลุกวาว เตรียมท่า Ready Position ทันที ย่อเข่าต่ำ กางแขนออก สายตาจับจ้องที่ไม้ตีของแมง
ปัง!
ครั้งนี้แมงหวดแรงกว่าเดิม! ลูกบอลพุ่งเลียดพื้นมาด้วยความเร็วสูง แถมยังกระดอนโดนก้อนหินเปลี่ยนทิศทางกะทันหันไปทางซ้าย!
“เฮ้ย!” จี้กับโป้งที่นั่งดูอยู่ร้องลั่น
แต่น้ำเหนือไวกว่าความคิด
เขาพุ่งตัว (Dive) ไปทางซ้ายโดยสัญชาตญาณ ร่างกายลอยขนานกับพื้น ถุงมือยื่นออกไปสุดแขน
ตุ้บ!
ลูกบอลเข้าไปอยู่ในถุงมืออย่างสวยงาม! น้ำเหนือม้วนตัวลุกขึ้นมานั่งคุกเข่า ชูลูกบอลขึ้นฟ้าพร้อมรอยยิ้มกว้างที่สุดในโลก
“จับได้แล้วโว้ยยยย! ไอติมจ๋าพี่มาแล้ว!”
เสียงปรบมือดังเกรียวกราวจากเพื่อนร่วมทีม แม้แต่พี่ซันที่เดินผ่านมาเห็นยังต้องหยุดมองด้วยความทึ่ง
แมงลดไม้ตีลง ยืนมองเด็กมอมแมมกลางสนามด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก แววตาฉายประกายความภาคภูมิใจ
“ไม่เลว…” แมงพึมพำ
แมงเดินเข้าไปหาน้ำเหนือ ยื่นมือส่งให้
น้ำเหนือมองมือหนานั้นสลับกับหน้าแมง ก่อนจะยื่นมือที่เลอะฝุ่นไปจับ แล้วดึงตัวลุกขึ้น
“เป็นไง! กูเท่ปะ!” น้ำเหนือยืดอกรอคำชม
“ก็งั้นๆ” แมงฟอร์มจัด “ท่าพุ่งยังไม่สวย ขาชี้โด่เด่เหมือนกบโดนรถทับ”
“โหยยย ชมกูหน่อยเหอะ! ลูกเมื่อกี้ยากนะเว้ย!” น้ำเหนือหน้ามุ่ย
แมงหัวเราะเบาๆ เขาเอื้อมมือไปปัดเศษดินออกจากแก้มของน้ำเหนืออย่างเบามือ การกระทำที่อ่อนโยนขัดกับคำพูดทำให้น้ำเหนือชะงัก
“เออ… เก่ง” แมงพูดเสียงนุ่ม “เก่งมาก… เหมาะจะเป็น Shortstop ของกู”
คำว่า ‘ของกู’ (แม้จะหมายถึงของทีมกู) ทำเอาน้ำเหนือหน้าแดงแปร๊ดแข่งกับสีดินในสนาม
“ข… ของทีมเว้ย! พูดให้มันเคลียร์ๆ!”
“ก็ทีมกู กูเป็นเอซ กูเป็นเจ้าของทีม” แมงยักไหล่ “ไป ล้างเนื้อล้างตัว เดี๋ยวพาไปกินไอติม”
“เย้! รักมึงที่สุดเลยแมง!” น้ำเหนือกระโดดกอดคอแมงด้วยความดีใจจนลืมตัว
แมงเซเล็กน้อยแต่ก็รับน้ำหนักไหว เขาปล่อยให้น้ำเหนือกอดอยู่แบบนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะดันหัวทุยๆ ออกเบาๆ
“ตัวเหม็น ไปอาบน้ำก่อนไป๊”
“ชิ! เหม็นความรักล่ะสิไม่ว่า!”
น้ำเหนือวิ่งหัวเราะร่าไปที่ห้องล็อกเกอร์ ทิ้งให้แมงยืนมองตามหลังพร้อมกับความรู้สึกที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในใจ
ตำแหน่ง Shortstop คือคนที่คอยปกป้องพื้นที่ด้านหลังพิทเชอร์…
แต่น้ำเหนือคงไม่รู้ตัวหรอกว่า… ตัวเองได้เข้ามาปกป้องและยึดพื้นที่ในใจของพิทเชอร์คนนี้ไปหมดแล้ว


