3 ปีต่อมา…
บรรยากาศในมหาวิทยาลัยวันนี้คึกคักเป็นพิเศษ ดอกไม้หลากสีสันและตุ๊กตาหมีถูกวางขายเรียงรายเต็มสองข้างทาง บัณฑิตใหม่ในชุดครุยเดินกันขวักไขว่ ถ่ายรูปคู่กับครอบครัวและเพื่อนฝูงด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“ไอ้เหนือ! ทางนี้โว้ย!”
เสียงตะโกนของจี้ดังแหวกอากาศมา น้ำเหนือในชุดครุยคณะบริหารธุรกิจฯ (ที่ดูตัวเล็กกว่าชุดนิดหน่อย) หันไปตามเสียง ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างเมื่อเห็นเพื่อนรักทั้งสอง
“มาช้าจังวะพวกมึง! แดดร้อนจนกูจะเป็นลมแล้วเนี่ย!” น้ำเหนือโวยวาย แต่ก็อ้าแขนรับกอดจากจี้และโป้ง
“รถติดชิบหาย! เอ้านี่ ดอกไม้จากพวกกู” โป้งยื่นช่อดอกทานตะวันให้ “ความหมายคือ… ร่าเริงสดใสเหมือนพระอาทิตย์ เหมือนมึงไง”
“ขอบใจเว้ยเพื่อนรัก!”
“แล้ว… ‘เจ้าของ’ มึงยังไม่มาอีกเหรอ?” จี้แซว พลางมองซ้ายมองขวา
“มาแล้ว… นู่นไง เดินหน้าตึงมาแต่ไกล” น้ำเหนือพยักพเยิดหน้าไปทางตึกคณะวิทย์ฯ
ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขน กางเกงสแล็คสีดำดูภูมิฐาน เดินแหวกฝูงชนเข้ามา ใบหน้าหล่อเหลาที่ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นยังคงเรียบเฉยเหมือนเดิม แต่ในมือถือ ‘ช่อดอกกุหลาบสีขาวช่อมหึมา’ ที่ใหญ่จนแทบจะบังหน้ามิด
แมง (ที่ตอนนี้เรียนจบไปแล้ว 1 ปี และกำลังทำงานเป็นนักวิจัย) เดินมาหยุดตรงหน้าน้ำเหนือ
“รอนานมั้ย?” แมงถามเสียงนุ่ม ผิดกับหน้าดุๆ
“นานมากกกก! นึกว่าจะทิ้งกูไว้กลางดงบัณฑิตซะแล้ว” น้ำเหนือแกล้งงอน
“ใครจะกล้าทิ้ง” แมงยื่นช่อดอกไม้ให้ “ยินดีด้วยนะ… บัณฑิตเกียรตินิยม (อันดับรั้งท้าย)”
“ไอ้บ้า! อันดับสองเว้ย!” น้ำเหนือรับดอกไม้มาดม “หอมจัง… ขอบคุณนะแมง”
“อะแฮ่ม! คนโสดเหม็นความรักค่ะ!”
เสียงแหลมปรี๊ดดังขัดจังหวะ ‘มุก’ แฝดสาวคนสวยเดินนวยนาดเข้ามาในชุดเดรสสุดปัง พร้อมกับ ‘พี่ซัน’ ที่ตอนนี้สภาพเหมือน ‘ราวตากผ้าเคลื่อนที่’ เพราะต้องถือทั้งกระเป๋า ร่ม พัดลมพกพา และตุ๊กตาหมีอีกสามตัวให้แฟนสาว
“ยินดีด้วยนะยะน้องสะใภ้!” มุกเดินเข้ามากอดน้ำเหนือ “เก่งมาก! จบสักทีนะ จะได้รีบๆ แต่งเข้าบ้านฉัน แม่บ่นอยากอุ้มหลาน… เอ้ย อยากมีลูกสะใภ้ใจจะขาด”
“มุก! พูดบ้าไรเนี่ย!” น้ำเหนือหน้าแดงแปร๊ด
“แล้วนี่…” แมงหันไปมองพี่ซันด้วยสายตาสมเพช “พี่เลิกเป็นทาสน้องผมสักวันไม่ได้เหรอครับ? วันรับปริญญาน้องรหัสทั้งที”
“โธ่… น้องเขยครับ” พี่ซันทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ “นี่คือความสุขของพี่ครับ… การได้รับใช้คุณมุกดาคือเกียรติยศสูงสุดของชีวิต”
“ตอแหล” แมงและมุกพูดพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ทำเอาทุกคนระเบิดหัวเราะออกมา
…
ช่วงเย็น : สนามซอฟต์บอล
เมื่อแสงแดดเริ่มอ่อนลง และผู้คนเริ่มทยอยกลับ น้ำเหนือชวนแมงเดินแยกตัวออกมาที่สถานที่แห่งความทรงจำ… สนามซอฟต์บอล ที่เงียบสงบ
น้ำเหนือวางช่อดอกไม้และตุ๊กตาไว้ที่ม้านั่งข้างสนาม แล้วเดินลงไปเหยียบพื้นดินสีแดงที่คุ้นเคย
“คิดถึงเนอะ…” น้ำเหนือหมุนตัวมองรอบๆ “ตอนปี 1 กูยังจำได้เลยว่าโดนลูกบอลอัดหัวจนสลบตรงนี้”
“แล้วก็ตื่นมาโวยวายหาเรื่องกู” แมงเดินล้วงกระเป๋าตามมา “ใครจะไปคิดว่าเด็กบ้าบอวันนั้น จะกลายมาเป็นแฟนกูในวันนี้”
“พรหมลิขิตมั้ง” น้ำเหนือยิ้มเขินๆ
แมงเดินไปหยิบลูกซอฟต์บอลเก่าๆ ที่วางทิ้งไว้แถวนั้นมาเดาะเล่น เขาเดินขึ้นไปบนเนินพิทเชอร์ ส่วนน้ำเหนือเดินไปยืนที่ แบตเตอร์บ็อกซ์ โดยสัญชาตญาณ
“อยากลองอีกสักตานมั้ย?” แมงท้า “คราวนี้กูไม่ใช่มือเดียวแล้วนะ… ขว้างเต็มแรง รับไหวปะ?”
“มาดิ!” น้ำเหนือถอดครุยออก พาดไว้ที่ไหล่ ตั้งท่าเตรียมพร้อม (แม้จะไม่มีไม้ตี) “กูรับได้ทุกลูกแหละ ถ้ามึงเป็นคนขว้าง”
แมงยิ้ม… รอยยิ้มที่อบอุ่นที่สุดเท่าที่เคยมีมา
เขาไม่ได้ขว้างลูกบอลแรงๆ เหมือนในสนามแข่ง แต่เขาค่อยๆ โยนลูกบอลลอยโด่งๆ เป็นวิถีโค้งสวยงาม (Slow Pitch) ตรงเข้าไปหาน้ำเหนือ
น้ำเหนือทิ้งครุยลงพื้น วิ่งเข้าไปรับลูกบอลด้วยสองมือเปล่าๆ แล้วกอดมันไว้แนบอก
หมับ!
“รับได้แล้ว!” น้ำเหนือชูลูกบอลขึ้นฟ้า “Out! พิทเชอร์แพ้!”
“เออ… แพ้ราบคาบ”
แมงเดินลงจากเนิน เข้ามาหาน้ำเหนือ แล้วรวบตัวคนตัวเล็กเข้ามากอดแน่น
“แพ้มึงมาตั้งนานแล้ว… และคงแพ้ตลอดไป”
น้ำเหนือกอดตอบ ซุกหน้าลงกับไหล่กว้างที่เขาพึ่งพามาตลอด 3-4 ปี
“แมง…”
“หือ?”
“ขอบคุณนะที่ดูแลกูมาตลอด… ขอบคุณที่เป็นโค้ช เป็นเพื่อน เป็นพี่ และเป็นคนรักที่ดีที่สุด”
“กูก็ขอบคุณมึง…” แมงกดจูบลงบนขมับชื้นเหงื่อ “ขอบคุณที่เป็น Shortstop ที่ดีที่สุดในชีวิตกู… คอยรับทุกอย่างที่กูขว้างไป และไม่เคยทิ้งกูไปไหน”
แมงผละออกเล็กน้อย ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อเชิ้ต หยิบกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มออกมา… คราวนี้ไม่ใช่กล่องป๊อกกี้แล้ว
น้ำเหนือตาโต หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ
“เรียนจบแล้วนี่…” แมงเปิดกล่องออก เผยให้เห็นแหวนทองคำขาวเกลี้ยงเกลาสองวงคู่กัน “ตามสัญญา… เปลี่ยนนามสกุลมาใช้ของกูได้หรือยัง?”
น้ำเหนือน้ำตาไหลพราก พยักหน้าจนคอแทบเคล็ด
“เปลี่ยน! เปลี่ยนเดี๋ยวนี้เลย! ไปอำเภอเลยมั้ย!”
“ใจเย็นๆ เดี๋ยวพาไปจดทะเบียน… แต่ตอนนี้…”
แมงหยิบแหวนวงเล็กออกมา สวมเข้าที่นิ้วนางข้างซ้ายของน้ำเหนือ แทนที่แหวนรุ่นวงเก่าที่เริ่มหมอง
“จองถาวร… ห้ามคืนสินค้า ห้ามเปลี่ยนใจ และห้ามหนีไปไหน”
“ไม่หนีหรอกน่า…” น้ำเหนือสวมแหวนอีกวงให้แมงบ้าง “จะเกาะติดเป็นตุ๊กแกเลย คอยดู!”
ท่ามกลางแสงอาทิตย์อัสดงที่ฉาบทาพื้นสนามซอฟต์บอลเป็นสีทอง แมงและน้ำเหนือยืนจูบกันอย่างดูดดื่ม เป็นจูบที่ยืนยันว่า เกมการแข่งขันในสนามอาจจะมีวันจบ…
แต่ “เกมรัก” ของพวกเขาสองคน… จะไม่มีวันหมดเวลา (Time’s up) ตราบเท่าที่พวกเขายังจับมือกันแน่นแบบนี้
…
[จบบริบูรณ์]



