HomeChapterตอนที่ 7 : คนในความทรงจำ

ตอนที่ 7 : คนในความทรงจำ

อาการปวดหัวตุบๆ เล่นงานผมอย่างหนักจนแทบประคองตัวไม่ไหว ผมเดินโซซัดโซเซออกจากร้านป้าหมวยราวกับคนไร้สติ เสียงรถไฟวิ่งผ่านไปมากลายเป็นเสียงหวีดหวิวที่บาดลึกเข้าไปในความทรงจำที่ถูกปิดตาย

ภาพเหตุการณ์เมื่อ 6 ปีก่อนเริ่มฉายชัดขึ้นมาในสมองเหมือนม้วนฟิล์มที่ถูกกรอด้วยความเร็วสูง…

เย็นวันนั้น… ผมเลิกงานดึก ยืนรอรถไฟด้วยความอ่อนล้า ร่างกายโอนเอนเพราะพิษไข้… แสงไฟหน้ารถด่วนสาดเข้ามาแยงตา… โลกหมุนคว้าง… ขาผมสะดุด… วินาทีที่ร่างผมร่วงลงสู่ความว่างเปล่าข้างล่าง ผมได้ยินเสียงตะโกน… แรงกระแทกจากมือใครบางคนผลักผมอย่างแรงจนกระเด็นออกไปกระแทกพื้นคอนกรีต… และภาพสุดท้ายก่อนที่สติจะดับวูบ… คือแผ่นหลังกว้างในชุดเครื่องแบบสีกากีที่ยืนบังแสงไฟหน้ารถไฟให้ผม…

น้ำตาผมไหลพรากออกมาโดยไม่รู้ตัว ท่ามกลางผู้คนที่เดินขวักไขว่ในสถานียามเย็น

ไม่ใช่ตกบันได… พ่อแม่กับหมอโกหกผม… หรือไม่พวกเขาก็คงไม่อยากให้ผมต้องจมอยู่กับความรู้สึกผิดที่รอดชีวิตมาได้ ในขณะที่คนช่วยต้องตาย

“ศิลา…”

ผมเรียกชื่อเขาเสียงสั่นเครือ ความรู้สึกเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่อก เขาตายเพื่อผม… เขาแอบชอบผม… และเขากำลังจะมาสารภาพรักกับผมในวันรุ่งขึ้น…

แต่ทุกอย่างจบลงเพราะผมซุ่มซ่ามตกลงไปในรางรถไฟวันนั้น

คืนนั้นผมนอนไม่หลับ นั่งกอดร่มคันเก่าและตั๋วรถไฟทั้ง 3 ใบไว้แนบอก ร้องไห้จนตาบวมเป่ง คำพูดของเขาดังก้องในหัว ‘เก็บรักษาไว้ให้ดีนะครับ… วันเวลามักจะผ่านไปเร็วกว่าที่เราคิด’

เขาไม่ได้หมายถึงเวลาของผม… แต่เขาหมายถึงเวลาของ “เรา” ที่มันจบลงก่อนจะได้เริ่มต้นด้วยซ้ำ

. .

เช้าวันรุ่งขึ้น

ผมก้าวขึ้นรถไฟขบวน 909 ด้วยสภาพที่ดูไม่ได้ ตาบวมแดง จมูกแดง และจิตใจที่แหลกสลาย แต่แววตาผมมุ่งมั่นกว่าทุกครั้ง

ผมจะไม่หนีอีกแล้ว ผมต้องคุยกับเขาให้รู้เรื่อง

ผมนั่งลงที่เดิม รอคอยอย่างจดจ่อ ไม่นาน ศิลาก็เดินเข้ามา… วันนี้สภาพเขาดูย่ำแย่ลงไปอีก ใบหน้าซีดเผือดเหมือนกระดาษ ริมฝีปากแห้งแตก รอยแผลที่ข้อมือมีเลือดซึมออกมาจนเห็นได้ชัดผ่านแขนเสื้อ

ทันทีที่เขาสบตาผม… เขาก็ชะงัก คงเพราะสภาพตาบวมๆ ของผมที่ฟ้องทุกอย่าง

“คุณนาวิน… เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?” เขาถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใยอย่างที่สุด โดยไม่ห่วงสภาพตัวเองเลยสักนิด

คำถามนั้นทำให้น้ำตาผมรื้นขึ้นมาอีกระลอก ผมลุกขึ้นยืนประจันหน้าเขา ท่ามกลางสายตาผู้โดยสารคนอื่นที่มองมาอย่างสงสัย แต่ผมไม่แคร์แล้ว

“ทำไม…” ผมถามเสียงสั่น “ทำไมถึงไม่บอกผม? ว่าคุณคือคนคนนั้น… ว่าคุณตายเพราะช่วยผม?”

ดวงตาของศิลาเบิกกว้าง ความตกใจฉายชัดในแววตา ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเศร้าสร้อย เขาค่อยๆ ลดมือที่ถือคีมเจาะตั๋วลง

“คุณ… จำได้แล้วเหรอครับ” เขาถามเสียงแผ่ว

“ทำไมต้องปิดบัง! ทำไมต้องปล่อยให้ผมลืมคุณ!” ผมเผลอตะคอกใส่เขา น้ำตาไหลพรากอาบแก้ม “คุณรู้ไหมว่าผมรู้สึกยังไง… ที่รู้ว่าตัวเองมีชีวิตอยู่ได้เพราะแลกกับชีวิตของคุณ!”

ศิลาก้าวเข้ามาประชิดตัวผม เขายกมือข้างหนึ่งขึ้นมา… ทำท่าเหมือนอยากจะเช็ดน้ำตาให้ผม แต่ก็ชะงักค้างไว้กลางอากาศ เหมือนกลัวว่าสัมผัสของเขาจะทำให้ผมแปดเปื้อนความตาย

“เพราะแบบนี้ไงครับ…” เขายิ้มเศร้าๆ “ผมถึงไม่อยากให้คุณจำได้… ผมไม่อยากให้คุณต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับความรู้สึกผิด ผมอยากให้คุณมีความสุข… ใช้ชีวิตแทนในส่วนของผม”

“แล้วคุณล่ะ? คุณต้องติดอยู่ที่นี่… วนเวียนอยู่แบบนี้ เจ็บปวดแบบนี้มา 6 ปี… เพื่ออะไร?”

“เพื่อรอคุณครับ”

คำตอบนั้นสั้น… แต่หนักแน่นราวก้อนหิน

“รอเพื่อจะแน่ใจว่าคุณปลอดภัย… รอเพื่อจะได้เห็นหน้าคุณในทุกๆ เช้า แม้คุณจะจำผมไม่ได้ก็ตาม” สายตาเขามองผมด้วยความรักที่ลึกซึ้งจนผมใจหาย “แค่นี้ผมก็มีความสุขแล้วครับ นาวิน”

“ไม่…” ผมส่ายหน้าดิก “ผมไม่ยอม ผมไม่เอาแบบนี้… ผมจะช่วยคุณ ศิลา ผมจะพาคุณออกไปจากลูปบ้าๆ นี่!”

ปู๊นนนนนน!!!!

เสียงหวูดรถไฟดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว พื้นรถไฟสั่นสะเทือนรุนแรงเหมือนจะแยกออกจากกัน ไฟในตู้วูบดับลง บรรยากาศรอบตัวเริ่มบิดเบี้ยว

“เวลาใกล้จะหมดแล้ว…” ศิลาพูดอย่างร้อนรน เขาดูเจ็บปวดเหมือนกำลังถูกบางอย่างฉุดกระชาก “นาวิน… ฟังผมนะ ลูปนี้กำลังจะปิดตัวลง คุณต้องหยุดมัน!”

เขาคว้ามือผม ยัดตั๋วใบใหม่ใส่มือ แล้วบีบแน่น “ไปที่สถานีนั้น… ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์… แก้ไขมัน! แต่อย่าแลกด้วยชีวิตของคุณเด็ดขาด! สัญญากับผม!”

“เดี๋ยว! ศิลา! เดี๋ยว!”

ร่างของศิลาเริ่มโปร่งแสง เหมือนภาพโฮโลแกรมที่สัญญาณขาดหาย เขาถอยหลังห่างออกไปเรื่อยๆ ท่ามกลางความมืด

“ผมรักคุณนะ… นาวิน”

เสียงกระซิบสุดท้ายแผ่วเบามาพร้อมกับลมหายใจเฮือกสุดท้าย ก่อนที่แสงไฟจะกลับมาสว่างจ้า

ว่างเปล่า…

ผมยืนร้องไห้อยู่กลางโบกี้รถไฟเพียงลำพัง ผู้โดยสารคนอื่นนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ เล่นมือถือ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีใครเห็นดราม่าเมื่อครู่ ไม่มีใครเห็นศิลา

ผมกางมือออกดูตั๋วใบที่ 4 ที่ศิลาทิ้งไว้ให้ มือผมสั่นเทาจนแทบประคองตั๋วไว้ไม่อยู่

ตั๋วใบนี้ชุ่มไปด้วยคราบเลือดจางๆ รอยเจาะวันนี้… เจาะเป็นรูป ‘หัวใจ’

แต่มันเป็นหัวใจที่ ‘แตกสลาย’ (รอยเจาะฉีกขาดออกจากกัน) และตำแหน่งที่เจาะ… ทับลงบนตัวเลขวันที่อย่างแม่นยำ

13 ก.พ. 63

วันที่เขาตาย.

และด้านหลังตั๋ว มีข้อความที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ เหมือนรีบเร่งที่สุด

‘ใต้หมอนรถไฟ… ตู้ที่ 3’

ผมเงยหน้ามองหมายเลขตู้ที่ผมยืนอยู่ ตู้ที่ 3

ศิลาทิ้งอะไรบางอย่างไว้ให้ผม… หลักฐานชิ้นสุดท้ายที่จะช่วยไขปริศนาการย้อนเวลาครั้งนี้!

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments