หลังจากผ่านพ้นเหตุการณ์ยืมไขควงในตำนานมาได้สามชั่วโมง กราฟก็นั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่รันโค้ดค้างไว้ แต่ในหัวกลับไม่ได้มีเรื่องฟังก์ชันหรือโครงสร้างข้อมูลเลยแม้แต่น้อย เขาลองคำนวณความน่าจะเป็นที่ดาราชื่อดังระดับประเทศจะมาย้ายมาอยู่หอพักเกรดบีแถวมหาลัยแบบนี้
“0.0001%… เป็นไปไม่ได้ หรือเขาจะมาซ่อนตัวจากข่าวกะฉ่อน?” กราฟวิเคราะห์พึมพำกับตัวเอง
เสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้กราฟไม่ได้ลนลานเหมือนรอบแรก เขาพยายามดึงมาดนิ่งแบบวิศวกรผู้เย็นชามาสวมทับ เขาเดินไปส่องช่องตาแมว และนั่นก็ทำให้เขาสติหลุดอีกรอบ
ไทเกอร์ยืนอยู่ตรงนั้น ในชุดที่ดาเมจรุนแรงกว่าเดิม เสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมบนสามเม็ดเผยให้เห็นแผ่นอกวับๆ แวมๆ ในมือถือถุงกระดาษที่มีกลิ่นหอมของอาหารลอยออกมา
“คุณกราฟครับ ไขควงมาคืนครับ… พร้อมของตอบแทน”
กราฟเปิดประตูออกช้าๆ พยายามทำตัวให้ปกติที่สุด “อ๋อ ครับ… จริงๆ ไม่ต้องมีของตอบแทนก็ได้ครับ แค่ไขควงอันเดียว”
“ไม่ได้หรอกครับ ผมเป็นพวกชอบ ‘แลกเปลี่ยน’ อย่างเท่าเทียม” ไทเกอร์เดินถือวิสาสะเข้ามาในห้องทันทีที่กราฟเปิดทางให้ กวาดสายตามองไปรอบห้องที่เต็มไปด้วยบอร์ดวงจรและกองหนังสือหนาเตอะ “ว้าว ห้องคุณนี่… ดูมีความเป็นระเบียบในแบบที่ผมไม่เข้าใจเลยนะ”
“มันคือ Entropy น่ะครับ ความเป็นระเบียบในระบบที่ดูเหมือนวุ่นวาย” กราฟพยายามใช้ศัพท์เทคนิคเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า
“ผมไม่ค่อยเก่งเรื่องทฤษฎีเสียด้วยสิ… ผมถนัดแต่การลงมือปฏิบัติ” ไทเกอร์หันมายิ้มพราวเสน่ห์ พร้อมกับวางถุงอาหารลงบนโต๊ะทำงานที่ว่างอยู่เพียงจุดเดียว “ผมซื้อพาสต้ามาฝาก เห็นคุณดูเหนื่อยๆ น่าจะต้องการคาร์โบไฮเดรตไปเลี้ยงสมองบ้าง”
กราฟเดินตามไปอย่างเก้ๆ กังๆ “ขอบคุณครับ”
ในจังหวะนั้นเอง ไทเกอร์เหลือบไปเห็นกระป๋องเบียร์ที่วางอยู่ข้างหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังเปิดหน้าโปรแกรมตัดต่อวิดีโอ (ที่กราฟแอบใช้โหลดคลิปไทเกอร์มาเก็บไว้) เขาขยับเข้าไปใกล้หน้าจอเพื่อดูชัดๆ
“นั่นคุณทำอะไรอยู่เหรอ? ตัดต่อวิดีโอด้วยเหรอครับ?”
“อ๊ะ! เปล่าครับ! แค่… แค่ฟิลเตอร์ประกอบโปรเจกต์!” กราฟรีบกระโจนไปตะปบปุ่มปิดหน้าจอจนเสียงดัง ‘ปึก’
แรงเหวี่ยงจากการรีบตะปบปิดหน้าจอทำให้ตัวกราฟเสียหลักพุ่งเข้าหาไทเกอร์ที่ยืนอยู่ข้างๆ นายแบบหนุ่มปฏิกิริยาไวพอที่จะคว้าเอวหนาของเด็กเนิร์ดไว้ได้ทัน ท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงพัดลมคอมพิวเตอร์ดังหึ่งๆ กราฟพบว่าตัวเองกำลังซุกหน้าอยู่กับแผงอกอุ่นๆ ที่เขาเคยเห็นแต่ในหน้าจอ
กลิ่นหอมประจำตัวของไทเกอร์รุนแรงกว่าในฝันหลายเท่า มันเป็นกลิ่นสะอาดยวนใจที่ทำให้ระบบประสาทของกราฟรวนไปหมด มัดกล้ามเนื้อที่เขาสัมผัสได้ผ่านเนื้อผ้ามันช่างแข็งแกร่งและมีอยู่จริง
“ใจเย็นๆ สิครับคุณกราฟ ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้… ผมยังไม่หนีไปไหนหรอก” ไทเกอร์ก้มลงกระซิบชิดใบหู จนกราฟรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ
“ผะ… ผมขอโทษครับ” กราฟรีบผละตัวออก หน้าแดงลามไปถึงลำคอ
“ไม่เป็นไรครับ… แต่เมื่อกี้ผมแวบๆ เห็นว่าในหน้าจอมีรูปคนที่หน้าตาเหมือนผมเลยนะ” ไทเกอร์หรี่ตามองอย่างจับผิด “หรือว่าคุณเป็นแฟนคลับผม?”
“ไม่ใช่! ผมหมายถึง… ก็แค่บังเอิญหน้าคล้ายน่ะครับ ในโลกนี้มีคนหน้าเหมือนกันตั้งเยอะตามหลักสถิติ!” กราฟเถียงข้างๆ คูๆ จนลิ้นแทบพันกัน
ไทเกอร์หัวเราะร่วน ดูท่าเขาจะเจอ ‘ของเล่น’ ชิ้นใหม่ที่น่าสนใจกว่างานถ่ายแบบพรีเมียมเสียแล้ว “โอเคครับ บังเอิญก็บังเอิญ… งั้นกินพาสต้าให้อร่อยนะครับ ถ้าต้องการไขควงหรือ ‘ต้องการอย่างอื่น’ ก็เคาะห้องผมได้ตลอด 24 ชั่วโมง”
นายแบบหนุ่มขยิบตาให้หนึ่งทีก่อนจะเดินนวยนาดออกจากห้องไป ทิ้งให้กราฟยืนขาอ่อนแรงพิงโต๊ะทำงาน
“เกือบไปแล้วไอ้กราฟ… เกือบได้ไปเกิดใหม่ในฮาร์ดดิสก์ตัวเองแล้วไหมล่ะ”
เขามองพาสต้าที่วางอยู่ แล้วมองที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ปิดสนิท คืนนี้ความดันในระบบร่างกายของเขาสูงเกินขีดจำกัด และเขารู้ดีว่า ‘ฟังก์ชัน’ ระหว่างเขากับเพื่อนบ้านคนนี้ มันไม่มีทางเป็นความสัมพันธ์เชิงเส้นตรงธรรมดาๆ แน่นอน


