HomeChapterบทที่ 9 : ความลับรสสตรอว์เบอร์รีและแขกไม่ได้รับเชิญ

บทที่ 9 : ความลับรสสตรอว์เบอร์รีและแขกไม่ได้รับเชิญ

ข่าวเรื่องที่ “แมง” ตัวท็อปคณะวิศวะฯ แขนเดี้ยงจากการปกป้อง “น้ำเหนือ” เด็กปี 1 บริหารฯ แพร่สะพัดไปทั่วมหาวิทยาลัยเร็วยิ่งกว่าเชื้อไวรัส แต่สิ่งที่น่าตื่นตะลึงกว่าข่าวลือ คือภาพที่ปรากฏขึ้นที่ใต้ตึกคณะวิศวะกรรมศาสตร์ในเช้าวันนี้

“กระเป๋าหนักชิบหาย! มึงแบกหินมาเรียนเหรอวะ!”

น้ำเหนือเดินบ่นกระปอดกระแปด ไหล่ข้างหนึ่งสะพายเป้ของตัวเอง อีกข้างแบกเป้ใบสีดำใบโตของแมง เดินตามหลังคนเจ็บที่เดินตัวปลิวอย่างสบายอารมณ์

“บ่นมาก เดี๋ยวตัดเงินเดือน” แมงพูดโดยไม่หันมามอง แขนขวายังคงคล้องผ้าสีขาวไว้อย่างน่าสงสาร (หรือน่าหมั่นไส้ในสายตาน้ำเหนือ)

“เงินเดือนบ้าอะไร! บาทเดียวก็ยังไม่เห็น!” น้ำเหนือเร่งฝีเท้าขึ้นมาเดินข้างๆ “นี่กูยอมมาส่งถึงคณะ ดูแลดียิ่งกว่าไข่ในหินแล้วนะ สำนึกบุญคุณด้วย!”

“อืม ขอบใจ” แมงตอบสั้นๆ ก่อนจะหยุดเดินกะทันหันจนน้ำเหนือเกือบชนหลัง

“หยุดทำไมวะ?”

แมงยืนนิ่งอยู่หน้ามินิมาร์ทใต้ตึก หันมามองหน้าน้ำเหนือด้วยสายตาเรียบเฉย

“หิวขนม”

“ห๊ะ?” น้ำเหนือเลิกคิ้ว “เมื่อเช้าก็กินโจ๊กไปสองชามแล้วนะ! กระเพาะครากเหรอ?”

“ใช้สมองเยอะ ก็ต้องเติมน้ำตาล” แมงพยักหน้าไปทางประตูร้าน “ไปซื้อมาให้หน่อย”

“โว๊ะ! สั่งจริง!” น้ำเหนือวางกระเป๋าลงบนม้าหินอ่อนอย่างกระแทกกระทั้น “จะกินอะไร? เลย์? สาหร่าย? หรือถั่ว?”

“ไม่กิน ของพวกนั้นกินแล้วมือเลอะผง สกปรก” แมงทำหน้าขยะแขยงเล็กน้อย “เอาป๊อกกี้”

“ป๊อกกี้?” น้ำเหนือทวนคำ “รสช็อกโกแลต?”

“ไม่” แมงส่ายหน้า ผมยาวสลวยสะบัดเบาๆ “รสสตรอว์เบอร์รี

น้ำเหนือยืนนิ่งไปสามวินาที เหมือนสมองกำลังประมวลผลใหม่

“เดี๋ยวนะ… มึงเนี่ยนะ? ไอ้แมง หนุ่มเซอร์มาดดุ กินป๊อกกี้รสสตรอว์เบอร์รีสีชมพูแหววเนี่ยนะ!?”

“ทำไม? มันมีกฎกระทรวงห้ามผู้ชายกินสีชมพูเหรอ?” แมงถามหน้าตาย “มันมีด้ามจับ มือไม่เลอะ รสสตรอว์เบอร์รีหอมดี กูชอบ จบนะ? รีบไปซื้อ เร็วๆ”

น้ำเหนือส่ายหัวด้วยความเหลือเชื่อ ก่อนจะเดินเข้าไปในร้านแล้วกลับออกมาพร้อมกล่องขนมสีชมพูหวานแหววในมือ เขาแกะกล่องแล้วยื่นให้แมง

“อ่ะ เอาไป พ่อหนุ่มคิตตี้”

แมงใช้มือซ้ายหยิบซองฟอยล์ข้างในออกมา พยายามจะฉีกซองด้วยมือเดียวและใช้ฟันกัด แต่มันดูทุลักทุเลจนซองแทบจะระเบิด

“มานี่! เดี๋ยวหกหมดมดขึ้นพอดี!” น้ำเหนือทนดูไม่ไหว แย่งซองไปฉีกให้จนเปิดออก กลิ่นหอมหวานของสตรอว์เบอร์รีลอยออกมาแตะจมูก

น้ำเหนือยื่นซองให้ “อ่ะ แดกซะ”

แมงมองซองขนม แล้วมองมือน้ำเหนือที่ถืออยู่

“ขี้เกียจหยิบ” แมงพูดหน้าตาเฉย “ป้อนหน่อย”

“ไอ้แมง!” น้ำเหนือร้องเสียงหลง “มึงเป็นง่อยแค่แขนขวา มือซ้ายมึงก็หยิบได้!”

“มือซ้ายถือโทรศัพท์ จะตอบไลน์แม่” แมงชูโทรศัพท์ให้ดู “เร็วๆ เมื่อยปาก อยากเคี้ยว”

น้ำเหนือมองซ้ายมองขวา นักศึกษาแถวนั้นเริ่มหันมามองแล้ว ขืนยืนเถียงกันต่อไปมีหวังเป็นเป้าสายตาหนักกว่าเดิม

“เออๆ! ป้อนก็ป้อน! เรื่องมากชิบหาย!”

น้ำเหนือหยิบแท่งป๊อกกี้สีชมพูออกมาแท่งหนึ่ง ยื่นไปจ่อที่ปากของแมง

แมงก้มลงมาเล็กน้อย ผมยาวๆ ของเขาตกลงมาปรกแก้ม อ้าปากงับแท่งขนมจากมือน้ำเหนือ ริมฝีปากอุ่นๆ เฉียดโดนปลายนิ้วของน้ำเหนือไปนิดเดียว ทำเอาคนป้อนสะดุ้งเฮือก

กรุบ

แมงเคี้ยวตุ้ยๆ ด้วยสีหน้าพึงพอใจ ขัดกับลุคดุดันอย่างสิ้นเชิง

“อร่อย” แมงชม “อีกแท่ง”

“กินเองบ้างดิ!” น้ำเหนือบ่นแต่ก็หยิบยื่นให้อีก

ภาพที่ปรากฏต่อสายตาประชาชี คือหนุ่มหล่อผมยาวมาดเท่ ยืนให้หนุ่มน้อยหน้าตาน่ารักป้อนขนมสีชมพูให้กินทีละแท่งๆ ท่ามกลางบรรยากาศสีชมพู (ที่น้ำเหนือคิดไปเองว่าเป็นสีเลือด) ฟุ้งกระจายไปทั่วใต้ตึกคณะวิศวะ

“โอ๊ยยย กูไม่ไหวแล้วว่ะมึง!” เสียงจี้ดังแว่วมาแต่ไกล จี้กับโป้งเดินเข้ามาพร้อมทำหน้าเหม็นเบื่อโลก

“อะไรของพวกมึง?” น้ำเหนือหันไปถาม ในมือยังถือกล่องป๊อกกี้ค้างอยู่

“เหม็นความรักโว้ย!” จี้เบะปาก “นี่มึงมาเป็นพยาบาลหรือมาเป็นคนเลี้ยงสัตว์เลี้ยงวะ ป้อนกันอยู่นั่นแหละ!”

“สัตว์เลี้ยงพ่อง!” แมงสวนกลับทันทีทั้งที่ป๊อกกี้ยังคาปาก “ปากดีระวังโดนลูกบอลยัดปาก”

“ดูมัน! ขนาดเจ็บยังปากหมา!” จี้ฟ้องโป้ง

“เอาน่าๆ” โป้งหัวเราะ “ว่าแต่เย็นนี้จะเอายังไง? เหนือ มึงจะกลับไปนอนห้องมันอีกปะ?”

น้ำเหนือชะงัก หน้าแดงระเรื่อขึ้นมาเมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อคืน “ก็… หมอบอกให้ดูอาการ 2-3 วัน… วันนี้คงต้องไปดูอีกคืน…”

“หึ…” แมงยิ้มมุมปาก หยิบป๊อกกี้จากมือน้ำเหนือไปคาบไว้เอง “ได้ยินแล้วนะ เย็นนี้เจอกันที่รถ อย่าหนีเที่ยวล่ะ”

แมงใช้มือซ้ายตบหัวน้ำเหนือสองทีแปะๆ แล้วเดินผิวปากเข้าตึกเรียนไป ทิ้งให้ทาสจำเป็นยืนถือกล่องขนมเปล่าด้วยหัวใจที่เต้นโครมคราม

ช่วงเย็น : คอนโดของแมง

หลังจากบังคับขู่เข็ญให้น้ำเหนือทำข้าวผัดให้กิน (และน้ำเหนือก็ทำจนครัวเกือบไหม้ แต่แมงก็กินจนหมดเกลี้ยง) ทั้งคู่ก็นั่งดูทีวีอยู่ที่โซฟา

แมงนั่งเหยียดขายาวพาดโต๊ะกลางอย่างผ่อนคลาย มือซ้ายหยิบป๊อกกี้กล่องที่สอง (ที่น้ำเหนือต้องแวะซื้อตุนมาให้) เข้าปากเคี้ยวเพลินๆ

“ถามจริง…” น้ำเหนืออดถามไม่ได้ “ทำไมต้องรสนี้วะ? รสอื่นก็มีด้ามจับเหมือนกัน”

“รสช็อกโกแลตมันหวานเลี่ยน” แมงตอบโดยตายังจ้องจอทีวี “รสนี้มันเปรี้ยวนิดๆ กินแล้วตื่นดี… เหมือนเวลากูมองมึงมั้ง”

“ห๊ะ?” น้ำเหนือหันขวับ “เกี่ยวไรกับกู?”

“ก็มึงชอบทำตัวเปรี้ยวตีน แต่บางทีก็หวาน… งงๆ ดี” แมงพูดหน้าตาย แต่หูแดงขึ้นเล็กน้อย

น้ำเหนืออ้าปากค้าง กำลังจะด่ากลับแก้เขิน แต่เสียงออดหน้าประตูห้องดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน

กริ๊งงง…

“ใครมาวะ?” แมงขมวดคิ้ว “มึงสั่งของเหรอ?”

“เปล่า” น้ำเหนือส่ายหน้า

แมงลุกขึ้นเดินไปส่องตาแมว สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากเรียบเฉยเป็นบึ้งตึงทันที คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนเป็นปม

“ใครอะ?” น้ำเหนือถาม เดินตามมาข้างหลัง

แมงไม่ตอบ แต่เปิดประตูห้องออกกว้าง

ผู้มาเยือนยืนยิ้มแป้นอยู่ที่หน้าประตู ในมือถือตะกร้าผลไม้ใบใหญ่ แต่งตัวเนี๊ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า กลิ่นน้ำหอมคุ้นจมูกลอยฟุ้งเข้ามา

“สวัสดีครับแมง พี่ได้ข่าวว่าเราเจ็บ เลยแวะมาเยี่ยม”

พี่ซัน!

น้ำเหนือตาโตเท่าไข่ห่าน “พี่ซัน! มาได้ไงครับเนี่ย!”

รอยยิ้มของพี่ซันชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นน้ำเหนือยืนอยู่ในห้องของแมง… ในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้น (ซึ่งเป็นเสื้อของแมงที่น้ำเหนือยืมใส่)

“อ้าว… น้องเหนือ?” พี่ซันมองน้ำเหนือสลับกับแมง สายตาเริ่มมีความสงสัยและ… ความไม่พอใจบางอย่างซ่อนอยู่ลึกๆ “ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะครับ? ดึกป่านนี้แล้ว”

“มันมาเป็นคนใช้” แมงตอบสวนทันควัน เดินเอาตัวมาบังน้ำเหนือไว้ “พี่มีธุระแค่นี้ใช่มั้ยครับ? ขอบคุณสำหรับผลไม้”

แมงทำท่าจะรับของแล้วปิดประตูไล่ แต่พี่ซันกลับเบียดตัวแทรกเข้ามาในห้องหน้าตาเฉย

“แหม ใจร้ายจังนะแมง พี่อุตส่าห์ขับรถมาตั้งไกล ขอเข้าไปนั่งดื่มน้ำสักแก้วไม่ได้เหรอ?” พี่ซันหันมายิ้มหวานให้น้ำเหนือ “ใช่มั้ยครับน้องเหนือ? พี่ขอกินน้ำหน่อยได้มั้ย?”

“ด…ได้ครับ! เชิญครับพี่ซัน!” น้ำเหนือผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่รีบกุลีกุจอไปหาน้ำมารับรองแขก

แมงยืนกำลูกบิดประตูแน่นจนข้อนิ้วขาว มองตามหลังรุ่นพี่ประธานชมรมที่เดินผิวปากเข้าไปนั่งไขว่ห้างบนโซฟาของเขาอย่างถือวิสาสะ

‘ไอ้พี่เวร… เข้ามาทำไมตอนนี้วะ!’

แมงปิดประตูปัง! แล้วเดินตามเข้าไปด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งจนห้องเริ่มเย็นยะเยือก

ศึกปะทะระหว่าง “หนุ่มผมยาวปากร้าย” กับ “รุ่นพี่แสนดีจอมปลอม” (ในสายตาแมง) กำลังจะระเบิดขึ้น โดยมีคนกลางเป็น “ไอ้เด็กบ้าขนมหวาน” ที่ไม่รู้อะไรเลย!

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments