ตะวันเริ่มคล้อยต่ำ แสงสีส้มทองฉาบไล้ผิวน้ำในคลองท้ายวัดจนเป็นประกายระยิบระยับ บรรยากาศโรแมนติกเหมือนฉากในหนัง “แผลเก่า” เวอร์ชั่น 2025 ถ้าไม่ติดว่า… มีกะเทยแต่งหน้าจัดและชายหนุ่มกล้ามโตที่ตัวเปื้อนโคลนเดินดุ่มๆ มาที่ท่าน้ำ
“พี่เข้ม! รอด้วย! เดินเร็วปานควายหาย!” เจนนี่บ่นกระปอดกระแปด เดินกระย่องกระแย่งตามหลังมา มือหอบผ้าถุงลายดอกและขันน้ำ
“มาเร็วๆ น้ำกำลังน่าเล่น” เข้มหันมากวักมือเรียก ยืนยิ้มแฉ่งอยู่ปลายสะพานไม้ไผ่
ทันทีที่ถึงท่าน้ำ พี่เข้มก็จัดการปลดผ้าขาวม้าที่คาดเอวออก (เหลืออีกผืนที่นุ่งอยู่) เผยให้เห็นมัดกล้ามสีแทนที่เปรอะโคลน แล้วกระโดดตูมลงไปในน้ำดังสนั่น
ตูม!!!
น้ำกระจายขึ้นมาเปียกเจนนี่ที่ยืนอยู่บนฝั่ง
“ว้าย! พี่เข้ม! เปียกหมดแล้วเนี่ย!” เจนนี่วีน แต่สายตากลับจ้องมองร่างหนาที่ผุดขึ้นมาจากน้ำ ผมเปียกลู่แนบหน้า สะบัดน้ำออกจากผมเท่ๆ เหมือนนายแบบโฆษณาแชมพู
“ลงมาเลยเจนนี่ เย็นสบายดีอีหลี! โคลนออกหมดเลย!” เข้มตะโกนชวน
เจนนี่ลังเล มองดูน้ำคลองที่ไหลเอื่อยๆ “มันจะมีปลิงไหมอะพี่? หรือตัวเงินตัวทอง? หนูไม่สู้สัตว์เลื้อยคลานนะบอกก่อน”
“บ่มีดอก! มีแต่พี่นี่แหละ ลงมา!”
เจนนี่ถอนหายใจ ตัดสินใจผลัดผ้า เปลี่ยนเป็นผ้าถุงกระโจมอกลายดอกชบาสีแดงสด (เซฟสุดฤทธิ์ด้วยเข็มกลัดสองตัว) แล้วค่อยๆ หย่อนขาเรียวลงไปสัมผัสความเย็นของน้ำ
“อุ๊ย… เย็น…”
เธอค่อยๆ ไถลตัวลงไปในน้ำจนถึงระดับอก น้ำคลองเย็นฉ่ำช่วยชะล้างความเหนียวเหนอะหนะของโคลนและความเครียดจากการรบราฆ่าฟันเมื่อบ่ายออกไปจนหมดสิ้น
พี่เข้มว่ายน้ำเข้ามาใกล้ “มา… พี่ช่วยขัดหลังให้”
เจนนี่สะดุ้ง “บ้า! ไม่ต้อง! หนูขัดเองได้!”
แต่พี่เข้มไม่ฟัง มือหนาๆ แต่สัมผัสนุ่มนวล เอื้อมมาแตะที่ไหล่เนียนของเธอ แล้วค่อยๆ ลูบไล้คราบโคลนออกให้อย่างเบามือ
เจนนี่ตัวแข็งทื่อ ยืนนิ่งให้เขาปรนนิบัติ หัวใจเต้นแรงแข่งกับเสียงจิ้งหรีดที่เริ่มกรีดปีกร้องเพลง
“เจนนี่…” เข้มเรียกเสียงเบา
“คะ… จ๊ะ?”
“ขอบใจนะ… ที่กลับมาทำให้บ้านเฮามีสีสัน” เข้มพูดพลางวักน้ำล้างแขนให้เธอ “ตอนแรกพี่นึกว่าเจนนี่สิอยู่ได้บ่กี่มื้อ… แต่ตอนนี้ พี่ไม่อยากให้เจนนี่ไปไสเลย”
ประโยคบอกรักที่ไม่มีคำว่ารัก… มันช่างทรงพลังเหลือเกิน
เจนนี่หันหน้าไปสบตาเขา แสงจันทร์เริ่มสาดส่องลงมากระทบผิวน้ำ ทำให้แววตาของพี่เข้มดูวิบวับและอบอุ่นกว่าทุกครั้ง
“ไม่อยากให้ไป… ก็ต้องเลี้ยงดูปูเสื่อให้ดีนะจ๊ะ ค่าตัวเจนนี่แพงนะบอกก่อน” เธอแกล้งพูดเล่นกลบเกลื่อนความเขิน
เข้มยิ้มมุมปาก ขยับหน้าเข้ามาใกล้… ใกล้จนเจนนี่สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ
“แพงแค่ไห่… พี่ก็จะหามาจ่าย ทั้งชีวิตพี่นี่แหละ… พอไหวบ่?”
กรี๊ดดดด! (เสียงในใจเจนนี่ดังลั่นทุ่ง) ตายค่ะ! เจนนี่ตายอย่างสงบศพสีชมพู!
บรรยากาศกำลังพาไป… จมูกของพี่เข้มกำลังจะแตะแก้มนวลของเจนนี่…
จ๋อม!
เสียงปลาตัวใหญ่กระโดดขึ้นมาฮุบเหยื่อใกล้ๆ ทำเอาน้ำกระเซ็นใส่หน้าทั้งคู่
เจนนี่สะดุ้งสุดตัว “ว้าย! ปลาบึกชนดะ!”
เข้มหัวเราะก๊าก ผละออกมาอย่างเสียดาย “ปลาช่อนน่ะ… สงสัยมันอิจฉา”
ทั้งคู่หัวเราะให้กันท่ามกลางสายน้ำ เป็นความสุขง่ายๆ ที่หาไม่ได้ในเมืองหลวง
…
หลังจากอาบน้ำเสร็จ เจนนี่และพี่เข้มเดินตัวหอม (กลิ่นสบู่นกแก้ว) กลับมาถึงบ้านผู้ใหญ่สมหมาย ท้องฟ้ามืดสนิทแล้ว แต่ที่ใต้ถุนบ้านยังมีแสงไฟสว่างโล่
กลิ่นหอมประหลาดลอยมาเตะจมูกเจนนี่… ไม่ใช่กลิ่นกับข้าว แต่เป็นกลิ่นหอมละมุนแบบสมุนไพรไทย ผสมกับกลิ่นเปรี้ยวอ่อนๆ ของมะขาม และกลิ่นหอมหวานของน้ำผึ้ง
“หอมอะไรอะแม่?” เจนนี่เดินตามกลิ่นเข้าไปในครัว
เห็น แม่บัวลอย กำลังนั่งกวนอะไรบางอย่างอยู่ในหม้อดินใบเก่าๆ บนเตาถ่าน เนื้อครีมสีเหลืองทองข้นคลั่กกำลังเดือดปุดๆ ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่ว
“อ้าว มากันแล้วรึ? แม่กำลังกวน ‘ครีมมะขามขัดผิว’ สูตรยายทวดอยู่ กะว่าจะเอามาขัดตัวแก้ปวดเมื่อยสักหน่อย เมื่อวันนี้ยืนตำส้มตำทั้งวัน” แม่บัวลอยตอบ พลางปาดเหงื่อ
เจนนี่ตาโต เดินเข้าไปชะโงกดูใกล้ๆ
“สูตรยายทวด? มันคืออะไรบ้างแม่?”
“ก็มีมะขามเปียกคัดพิเศษจากสวนหลังบ้าน ขมิ้นชัน ไพล น้ำผึ้งเดือนห้า แล้วก็นมสดจากฟาร์มลุงมี… อ้อ แล้วก็ใส่ ‘รังไหมทองคำ’ ที่แม่เลี้ยงไว้ต้มเอาโปรตีนลงไปด้วย ผิวมันจะได้นุ่มลื่นเหมือนตูดเด็ก”
ปิ๊ง!
หลอดไฟในหัวเจนนี่สว่างวาบยิ่งกว่าสปอตไลท์งานวัด!
เธอรีบเอานิ้วจิ้มเนื้อครีมในหม้อ (ที่เย็นลงแล้วนิดหน่อย) ขึ้นมาป้ายหลังมือ แล้วถูวนๆ…
เนื้อสัมผัสละเอียดนุ่ม ไม่บาดผิว กลิ่นหอมผ่อนคลาย และพอล้างออก… ผิวบริเวณนั้นเนียนนุ่มและดูกระจ่างใสขึ้นทันตาเห็น!
“แม่!” เจนนี่กรีดร้อง คว้ามือแม่มากุมไว้ “นี่มันไม่ใช่แค่ครีมขัดผิว! นี่มันคือ ‘ทองคำ’!”
“ทองคำบ้าบออะไรหม้อดำปานนี้” แม่บัวลอยงง
“นี่แหละทางรอดของเรา! หนี้ห้าแสน… จิ๊บๆ เลยถ้ามีไอ้นี่!” เจนนี่ตาเป็นประกาย “แม่คะ… เราจะทำไอ้นี่ขาย! ใส่กระปุกสวยๆ ติดแบรนด์เก๋ๆ ส่งขายทั่วประเทศ!”
พี่เข้มที่ยืนเช็ดผมอยู่ เดินเข้ามาดู “มันสิขายได้ติเจนนี่? ของบ้านๆ แบบนี้?”
“ขายได้สิพี่! เทรนด์ออแกนิคกำลังมา! แถมสตอรี่เราแน่นปึ้ก! สูตรลับมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษ บวกกับพลังรังไหมทองคำ… โอ๊ยยย! ชื่อแบรนด์ลอยมาในหัวแล้ว!”
เจนนี่รีบวิ่งไปหยิบกระดาษปากกามาจดไอเดียยิกๆ
“ชื่อแบรนด์… ‘Madam Bua’ (มาดามบัว) … ไม่สิ เชยไป… เอาเป็น… ‘J&K Natural’ (Jenny & Kem) … ว้ายยย เขินจัง!”
เข้มหน้าแดง “เอ่อ… เอาชื่อแม่บัวลอยนั่นแหละขลังดี”
“งั้นเอาชื่อนี้… ‘Bua Loy Secret: Miracle Tamarind & Silk Cocoon Mask’ (บัวลอยซีเคร็ท: มหัศจรรย์มะขามรังไหมทองคำ)!”
เจนนี่หันไปประกาศก้อง
“พรุ่งนี้เราจะเปลี่ยนจากร้านทำผม เป็นโรงงานผลิตสกินแคร์! พี่เข้ม… เตรียมปีนเก็บมะขาม! แม่… เตรียมต้มรังไหม! ส่วนเจนนี่… จะเตรียมไลฟ์สดขายของ!”
แม่บัวลอยมองลูกสาวที่ไฟแรงเวอร์ แล้วหันไปยิ้มกับพ่อสมหมาย
“ท่าทางมันจะเอาจริงแฮะ… สงสัยผีนักธุรกิจเข้าสิง”
คืนนั้น เจนนี่นอนไม่หลับ ทั้งตื่นเต้นกับธุรกิจใหม่ และตื่นเต้นกับสัมผัสอุ่นๆ ของพี่เข้มที่ท่าน้ำที่ยังติดตรึงอยู่ที่ผิว…
หารู้ไม่ว่า… ความสำเร็จครั้งใหม่นี้ จะนำพามาซึ่งความวุ่นวายระดับประเทศ เมื่อสินค้าของเธอดันไป “ทับไลน์” เจ้าตลาดรายใหญ่เข้าให้!



