HomeChapterบทที่ ๒๔ : ชุมโจรหลังป่าช้า

บทที่ ๒๔ : ชุมโจรหลังป่าช้า

สายลมยามดึกพัดเอากลิ่นธูปและกลิ่นซากศพจางๆ ลอยมาแตะจมูก พี่กล้า ที่กำลังเดินย่ำเท้าเปล่าเข้าไปในความมืดมิดของ ป่าช้าวัดดอน (วัดบรมสถล)

สถานที่แห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเป็น “ดินแดนผีสิง” ที่น่ากลัวที่สุดในพระนคร เป็นที่ฝังศพไร้ญาติและชาวจีนอพยพนับหมื่น หลุมศพแบบ “ฮวงซุ้ย” เรียงรายสลับกับเนินดินนูนต่ำสูงๆ ต่ำๆ สุดลูกหูลูกตา บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเสียงใบไผ่เสียดสีกันดัง แกรก… แกรก… เหมือนเสียงกระดูกกระทบกัน

กล้ากระชับผ้าขาวม้าที่เจ๊กง้วนให้มาพันเอวไว้แน่น สายตาสีอำพันกวาดมองไปรอบตัว สัญชาตญาณสัตว์ป่าบอกเขาว่า… เขาไม่ได้เดินอยู่คนเดียว มีสายตาหลายคู่จับจ้องมาจากหลังป้ายหลุมศพและบนยอดไม้

“ออกมา…” กล้าหยุดเดิน เอ่ยเสียงเรียบ “ข้าไม่ได้มาหาเรื่อง ข้ามาขอพบ เสือดำ

สิ้นเสียงของกล้า เสียงหัวเราะขบขันก็ดังขึ้นรอบทิศทาง “ไอ้หนุ่มนี่ใจกล้าเว้ย… เดินเข้าถ้ำเสือแล้วยังมาเรียกหาจ่าฝูง”

ฟุ่บ! ฟุ่บ!

เงาร่างฉกรรจ์นับสิบกระโดดออกมาจากที่ซ่อน ล้อมกรอบกล้าไว้ทุกทิศทาง พวกมันโพกหัวด้วยผ้าดำ ถือดาบและไม้พลอง ท่าทางทะมัดทะแมงผิดกับนักเลงข้างถนนทั่วไป นี่คือ “กองโจร” ที่ฝึกมาอย่างดี

“ใครส่งเอ็งมา?” ชายร่างยักษ์ที่มีรอยสักรูปยักษ์ที่แขนขวา ตวาดถาม “สายสืบทางการรึ?”

“ข้ามาดี” กล้ายกมือขึ้นสองข้างแสดงความบริสุทธิ์ใจ “ข้าชื่อกล้า… เจ๊กง้วนแห่งสำเพ็งแนะนำให้ข้ามา”

“อ้อ… คนของตาเฒ่าง้วน” ชายร่างยักษ์ลดดาบลงเล็กน้อย แต่ยังไม่วางใจ “จะมาพบพี่ดำ ต้องมีของมาแลก… เอ็งมีอะไรติดตัวมาบ้าง?”

“ข้ามีแต่ตัว… และเรื่องสำคัญที่จะเจรจา”

“งั้นก็กลับไปซะ!” ชายร่างยักษ์ตวาด “พี่ดำไม่รับแขกมือเปล่า! สั่งสอนมันแล้วโยนออกไป!”

พวกโจรพุ่งเข้ามาหาทันที กล้าถอนหายใจ… ดูเหมือนการเจรจาดีๆ จะใช้ไม่ได้ผลในโลกนักเลง “ขอโทษนะพี่ชาย…”

กล้าเบี่ยงตัวหลบดาบแรกที่ฟันลงมา วูบ! แล้วใช้ศอกกระแทกเข้าลิ้นปี่ชายคนนั้นจนตัวงอ เขาเคลื่อนไหวพลิ้วไหวราวกับสายน้ำ หมุนตัวเตะก้านคอโจรอีกคนจนล้มคว่ำ ภายในพริบตาเดียว โจรสามสี่คนก็นอนร้องโอดโอยอยู่กับพื้น โดยที่กล้ายังไม่ได้ชักอาวุธ (กรงเล็บ) ออกมาด้วยซ้ำ

“เฮ้ย! มันมีของ!” ชายร่างยักษ์คำราม “รุมมัน!”

ขณะที่วงล้อมกำลังจะบีบเข้ามาอีกครั้ง… เสียงผิวปากเป็นท่วงทำนองเพลงยาวโหยหวนก็ดังขึ้น ทำนองเพลงที่ฟังดูเศร้าสร้อยแต่แฝงด้วยอำนาจสะกดข่มขวัญ

ฝูงโจรหยุดชะงัก แล้วแหวกทางออกเป็นช่องตรงกลาง ร่างของชายผู้หนึ่งเดินออกมาจากเงามืดของศาลาเก็บศพ…

เขาสวมชุดม่อฮ่อมสีดำสนิททั้งตัว รูปร่างสันทัดแต่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ผิวสีทองแดงเข้ม ใบหน้าคมเข้มมีรอยแผลเป็นพาดผ่านคิ้วซ้าย และที่สำคัญ… บนผิวหนังของเขามีรอยสักยันต์ ‘เกราะเพชร’ ดำมะเมื่อมเต็มตัว เสือดำ จอมโจรขมังเวทย์แห่งวัดดอน

“ฝีมือดีนี่…” เสือดำเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาดุดันจ้องมองกล้า “มวยไชยาผสมกับ… สัญชาตญาณสัตว์ป่า?”

“ท่านคือเสือดำ?” กล้าถาม

“ถ้าใช่แล้วจะทำไม?” เสือดำกอดอก “เจ๊กง้วนบอกว่าเอ็งกำลังมีเรื่องกับ เจ้ากรมกลาโหม… เอ็งเป็นใครวะ ถึงกล้าไปกระตุกหนวดเสือตัวที่ใหญ่ที่สุดในแผ่นดิน?”

“ข้าชื่อกล้า…” กล้าจ้องตาตอบไม่หลบ “ข้าเป็น… ลูกชายของเจ้าเมืองเวียงผาหมอก”

ความเงียบเข้าปกคลุมป่าช้าทันที เสือดำชะงัก เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง “เวียงผาหมอก? เมืองกบฏที่ล่มสลายไปเมื่อสามสิบปีก่อนน่ะรึ?” เขาหัวเราะเสียงดัง “อย่ามาตลก! ทายาทเวียงผาหมอกตายไปพร้อมพ่อมันหมดแล้ว! เอ็งมันก็แค่ไอ้สิบแปดมงกุฎที่อยากดัง!”

เสือดำพุ่งเข้าหาด้วยความเร็วที่มองตามแทบไม่ทัน! ผัวะ! หมัดหนักๆ ซัดเข้าที่หน้ากล้าจนเซถลา “พิสูจน์สิ!” เสือดำตะโกน “ถ้าเอ็งเป็นสายเลือดพยัคฆ์จริง… เอาดีของเอ็งออกมาโชว์!”

กล้าเช็ดเลือดที่มุมปาก ความเจ็บปวดปลุกสัญชาตญาณดิบขึ้นมา “ข้าไม่อยากทำร้ายใคร…”

“งั้นก็ตายซะ!” เสือดำชักมีดหมอเล่มยาวออกมา ใบมีดลงอักขระสีแดงฉาน ตวัดฟันใส่กล้าอย่างไม่ยั้งมือ เพลงดาบของเสือดำดุดันและรวดเร็ว ทุกดาบเล็งจุดตาย

กล้าถอยร่นไปเรื่อยๆ จนหลังชนป้ายฮวงซุ้ย “พอได้แล้ว!” กล้าคำราม โฮก! นัยน์ตาสีอำพันสว่างวาบในความมืด เล็บมืองอกยาวออกมาปะทะกับมีดหมอ เคร้ง! เสียงเหล็กปะทะเล็บสมิงดังสนั่นจนเกิดประกายไฟ!

เสือดำแสยะยิ้ม “นั่นไง! ออกมาแล้ว!” เขาบริกรรมคาถาเป่ามนตร์ลงไปที่มีด “โอม… นะโมพุทธายะ… สยบมาร!” ใบมีดเปล่งแสงสีแดง ฟันเข้าใส่ไหล่กล้า ความร้อนจากอาคมทำให้ผิวหนังสมิงไหม้ส่งกลิ่นฉุน

กล้าเจ็บปวดจนหน้าบิดเบี้ยว แต่เขาไม่ยอมแพ้ เขาตัดสินใจทิ้งการป้องกัน พุ่งสวนเข้าไปกอดรัดเอวเสือดำ แล้วเหวี่ยงร่างจอมโจรลอยละลิ่วไปกระแทกต้นลั่นทมใหญ่ โครม!

เสือดำจุกจนลุกไม่ขึ้น กล้ากระโจนตามไปคร่อมร่างเสือดำไว้ กรงเล็บจ่อที่คอหอย “ข้า… ไม่ใช่… ศัตรู…” กล้าหอบหายใจหนักหน่วง พยายามข่มใจไม่ให้ฆ่า

เสือดำนอนนิ่ง มองเข้าไปในดวงตาเสือสมิงของกล้า… แล้วสายตาก็เลื่อนลงมาเห็น ‘รอยสักเสือมีปีก’ ที่อกเสื้อของกล้าซึ่งขาดวิ่น

จอมโจรผู้เหี้ยมโหดเบิกตากว้าง… ร่างกายสั่นเทา “ตรา… ตราพยัคฆ์เวหา…”

เสือดำค่อยๆ ยกมือขึ้น ไม่ใช่เพื่อสู้ แต่เพื่อ… พนมมือ “นาย… นายท่าน…”

กล้าชะงัก “อะไรนะ?”

“ข้าจำได้…” เสือดำน้ำตาคลอเบ้า “รอยสักนี้… พ่อของข้าเคยสักให้ท่านเจ้าเมืองกับมือ… พ่อข้าคือ ‘หนานอิน’ ช่างสักยันต์ประจำตระกูลเจ้าเมืองเวียงผาหมอก!”

กล้าคลายกรงเล็บออก ถอยหลังออกมาด้วยความงุนงง เสือดำรีบลุกขึ้นนั่งคุกเข่า ก้มกราบแทบเท้ากล้าท่ามกลางความตกตะลึงของลูกน้องโจรนับสิบ

“ข้าหลงคิดว่าสายเลือดเจ้าเหนือหัวสิ้นสูญไปหมดแล้ว…” เสือดำเสียงสั่นเครือ “ข้าน้อยสมควรตายที่บังอาจล่วงเกิน!”

“ลุกขึ้นเถิดพี่ดำ…” กล้ารีบประคองจอมโจรขึ้น “ข้าไม่ใช่เจ้าเหนือหัวอะไรทั้งนั้น… ข้าเป็นแค่คนหนีตาย”

“ไม่ขอรับ!” เสือดำยืนขึ้น แววตาเปลี่ยนจากศัตรูเป็นข้าทาสผู้ภักดี “เลือดของท่านเรียกร้องความยุติธรรม… และพวกข้า… กองกำลังที่แตกพ่ายจากเวียงผาหมอกที่หนีมาซ่อนตัวในพระนคร รอคอยวันนี้มาตลอด”

เสือดำหันไปตวาดสั่งลูกน้อง “พวกมึง! ก้มหัวลงเดี๋ยวนี้! นี่คือ นายน้อย แห่งเวียงผาหมอกที่พวกเราตามหา!”

เหล่าโจรฉกรรจ์ต่างพากันคุกเข่าลงพร้อมเพรียงกัน กล้ามองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกตื้นตัน… ในที่สุด เขาก็ไม่ได้สู้เพียงลำพังอีกต่อไป เขามีกองทัพแล้ว… กองทัพโจรขมังเวทย์ที่พร้อมจะถวายหัวเพื่อเขา

“พระยาไกรสีห์…” เสือดำเอ่ยชื่อศัตรูด้วยความแค้น “ไอ้คนทรยศที่เปิดประตูเมืองให้ทัพหลวงเข้าตี… มันจะต้องชดใช้” “นายน้อยต้องการให้พวกข้าทำสิ่งใด… บุกเผาบ้านมันคืนนี้เลยหรือไม่ขอรับ?”

กล้าส่ายหน้า แววตาเด็ดเดี่ยว “ไม่… คุณพุ่มบอกว่าเราต้องสู้ในที่แจ้ง” เขาหันมองไปทางทิศที่ตั้งของวังหลวง “อีกสองวัน… งานประหารกบฏ เราจะไปที่นั่น… ไปชิงตัวพยาน และเปิดโปงความจริงต่อหน้าพระพักตร์”

“งานใหญ่นัก…” เสือดำแสยะยิ้มที่มุมปาก “แต่ถ้าเป็นคำสั่งนายน้อย… บุกนรกข้าก็เอา!”

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments