บรรยากาศในยิมเนเซียมหลังลูกตบสนั่นโลกของคิรินยังคงทิ้งกระแสความตื่นเต้นเอาไว้ รุ่นน้องปีหนึ่งต่างซุบซิบกันถึง “เซตเตอร์ปริศนา” ที่จู่ๆ ก็โผล่มาจัดระเบียบเอสจอมโหดของทีมได้ในพริบตา แต่สำหรับ ภูผา กัปตันทีมร่างยักษ์ เขากลับมองเห็นอะไรที่มากกว่านั้น
เขามองเห็นสายตาของธันวาที่แม้จะดูขี้เล่น แต่กลับซ่อนความเหนื่อยล้าไว้ลึกๆ และมองเห็นแผ่นหลังของคิรินที่ตั้งชันจนดูเหมือนจะหักได้ทุกเมื่อ
🏐 “เอาล่ะทุกคน! วันนี้พอแค่นี้ แยกย้ายไปพักผ่อนได้!” ภูผาตะโกนสั่ง เสียงทุ้มกังวานของเขาทำให้ทุกคนได้สติ “ส่วนนาย… ธันวา ตามฉันมานี่หน่อย”
ที่ห้องเก็บอุปกรณ์หลังยิม แสงไฟสลัวสีเหลืองนวลสะท้อนกับลูกวอลเลย์บอลที่วางเรียงราย ภูผายืนกอดอกพิงชั้นวางของ มองสำรวจชายหนุ่มหน้ากวนที่กำลังใช้ผ้าขนหนูซับหน้าอย่างไม่ทุกข์ร้อน
🛡️ “นายหายไปไหนมาเกือบสองปี ธันวา? ตั้งแต่จบ ม.ปลาย นายก็หายเข้ากลีบเมฆไปเลย ทิ้งตำแหน่งเซตเตอร์ยอดเยี่ยมระดับประเทศไปเฉยๆ แบบนั้น”
ธันวาชะงักมือเล็กน้อย รอยยิ้มจางๆ ปรากฏบนใบหน้า 🦊 “ก็แค่ไปเรียนรู้ชีวิตแบบ ‘ลูกชายที่ดี’ มาน่ะพี่ภู พ่อผมเขาไม่ชอบให้ลูกชายคนเดียวไปคลุกฝุ่นในสนามวอลเลย์บอลเท่าไหร่ เขาอยากให้ผมควงปากกาเซ็นเอกสารมากกว่าควงลูกบอล”
🛡️ “แล้วทำไมถึงกลับมาตอนนี้? สัญญาดราม่ากับพ่ออะไรนั่น… นายล้อเล่นใช่ไหม?”
🦊 “ครึ่งจริงครึ่งเล่นครับพี่…” แววตาของธันวาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาแวบหนึ่ง “ผมแค่รู้สึกว่า ถ้าปีนี้ผมไม่เล่น ผมอาจจะลืมไปจริงๆ ว่าการที่มีคนเชื่อใจให้เราส่งบอลให้น่ะ มันรู้สึกยังไง”
ในขณะเดียวกันที่ม้านั่งข้างสนาม คิรินกำลังเก็บของใส่กระเป๋าอย่างเงียบเชียบ มือของเขายังคงสั่นจากแรงปะทะเมื่อครู่ ไม่ใช่เพราะเจ็บ แต่เป็นเพราะความรู้สึกที่ไม่ได้สัมผัสมานาน… ความรู้สึกที่เหมือนมีคนอ่านใจเขาออกก่อนที่เขาจะเริ่มกระโดดเสียอีก
ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นสายเรียกเข้าจาก ‘โรงพยาบาล’
คิรินรีบรับสายทันที 🦁 “ครับ… ผมคิรินพูดครับ… อะไรนะ? พี่คิระมีอาการตอบสนองเหรอครับ? ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้!”
คิรินไม่สนใจอะไรอีกต่อไป เขาคว้ากระเป๋าแล้ววิ่งออกจากยิมไปอย่างรวดเร็ว ชนเข้ากับธันวาที่กำลังเดินออกมาพอดีจนรายนั้นเกือบหน้าหงาย
🦊 “เห้ย! จะรีบไปเกิดใหม่เหรอคิริน? หรือจะรีบไปตบสลาตันใส่ใครที่ไหนอีก?”
คิรินไม่ตอบ แววตาที่เคยก้าวร้าวบัดนี้สั่นเครือไปด้วยความหวังและความกลัว เขาพุ่งตรงไปที่ลานจอดรถทิ้งให้ธันวายืนมองตามด้วยความสงสัย
🦊 Eye of the Storm ของธันวาทำงานโดยอัตโนมัติ เขาเห็นมวลอารมณ์สีเทาที่ห่อหุ้มรอบตัวคิริน มันไม่ใช่ความโกรธเหมือนตอนอยู่ในสนาม แต่มันคือความเศร้าที่ลึกสุดใจ
🦊 “พี่ภู… ผมว่าเอสของพี่มีปัญหาแล้วว่ะ”
ณ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย T
กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและเสียงเครื่องช่วยหายใจทำหน้าที่เป็นเพลงประกอบชีวิตของคิรินมาตลอดสองปี เขาเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องพักฟื้นพิเศษ บนเตียงนั้นมีชายหนุ่มใบหน้าเหมือนเขาทุกกระเบียดนิ้วนอนนิ่งอยู่
คิระ พี่ชายฝาแฝด อดีตอัจฉริยะวอลเลย์บอลผู้เป็นความหวังของตระกูล ก่อนที่อุบัติเหตุรถคว่ำในวันที่ชนะการแข่งระดับจังหวัดจะพรากทุกอย่างไป
“คิริน… มาแล้วเหรอ” เสียงแหบพร่าของชายวัยกลางคนดังขึ้นจากมุมห้อง พ่อของเขานั่งอยู่ที่นั่น สายตาจ้องมองไปที่คิระไม่วางตา โดยไม่แม้แต่จะหันมามองลูกชายอีกคนที่ยืนอยู่ตรงนี้
🦁 “พ่อครับ… หมอบอกว่าพี่มีอาการตอบสนอง…”
👔 “ใช่… คิระขยับนิ้ว พ่อเชื่อว่าถ้าคิระฟื้น เขาจะกลับมาเล่นวอลเลย์บอลได้อีกครั้ง เขาจะไม่เหมือนแก คิริน… ที่เล่นมาเป็นปีแต่ยังพาทีมไปไม่ถึงไหน พลังสลาตันของแกมันก็แค่ของเลียนแบบที่ไม่สมบูรณ์”
คำพูดของพ่อเหมือนเข็มนับพันเล่มที่ปักลงบนใจ คิรินกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เขาอยากจะตะโกนออกไปว่าเขาก็พยายามเต็มที่แล้ว แต่คอเขากลับตีบตัน
เช้าวันรุ่งขึ้น
คิรินมาถึงสนามซ้อมก่อนใครเพื่อน เขาตบลูกวอลเลย์บอลอัดกำแพงซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนมือแดงเถือก พลังสลาตันที่คุมไม่อยู่ทำให้ลูกบอลกระดอนไปทั่วทิศทาง
🦊 “ตบแบบนั้น ต่อให้กำแพงพูดได้ มันคงด่านายว่า ‘ไอ้โง่’ ไปแล้วล่ะ”
เสียงกวนๆ เจ้าเดิมดังขึ้น ธันวาเดินเข้ามาในชุดวอร์มสีน้ำเงินเข้ม ในมือถือแก้วกาแฟลาเต้อาร์ตสวยงาม
🦁 “ไปไกลๆ ไปธันวา ฉันไม่มีอารมณ์จะมาเล่นตลกกับนาย”
🦊 “ใครว่าฉันมาเล่นตลก? ฉันมาทำงานต่างหาก” ธันวาวางแก้วกาแฟลงแล้วเดินเข้าไปประชิดตัวคิริน เขาเอื้อมมือไปจับข้อมือที่สั่นของคิรินไว้ “นายตบบอลเหมือนคนกำลังหนีอะไรบางอย่าง… หนีความคาดหวัง? หรือหนีความจริงที่ว่านายไม่ใช่พี่ชายนาย?”
คิรินชะงัก นัยน์ตาเบิกกว้าง 🦁 “นายรู้เรื่องนี้ได้ยังไง!”
🦊 “เนตรพายุของฉันไม่ได้มีไว้ดูแค่ลูกวอลเลย์บอลหรอกนะ… ฉันเห็น ‘เงา’ ที่นายแบกไว้บนบ่า มันหนักใช่ไหมล่ะ?” ธันวาขยับเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ “ฟังนะคิริน… พ่อของนายอาจจะมองหาคิระในตัวนาย แต่บนสนามนี้ คนที่ส่งบอลให้คือฉัน และฉันส่งบอลให้ ‘คิริน’ ไม่ใช่ส่งให้เงาของใคร”
คำพูดนั้นทำให้กำแพงในใจของคิรินสั่นคลอนอย่างรุนแรง ความอัดอั้นที่แบกไว้เริ่มเอ่อล้นออกมา
🦊 “มาลองกันอีกครั้ง… คราวนี้ไม่ต้องเป็นสลาตันที่ทำลายทุกอย่าง แต่เป็นพายุที่ปกป้องทีมของเรา… ตบลูกที่นายอยากตบจริงๆ ไม่ใช่ลูกที่พ่ออยากเห็น”
ธันวาโยนบอลขึ้นฟ้าอีกครั้ง คราวนี้เขาส่งพลังเข้าไปในลูกบอลจนมันหมุนวนเป็นสีน้ำเงินนวลตา คิรินสูดลมหายใจเข้าลึก กระโดดขึ้นไปบนอากาศด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป
🏐 New Skill Unlocked: Tempest Piercer (พายุทะลวงสวรรค์)
ตูมมมมมมม!
ลูกบอลไม่ได้กระจายแรงออกรอบข้างเหมือนก่อน แต่มันหมุนควงเป็นสว่านแหลมคม พุ่งทะลวงอากาศไปปักลงที่เส้นข้างสนามอย่างรุนแรงจนพื้นยางสังเคราะห์เป็นรอยไหม้จางๆ
คิรินร่อนลงพื้น หอบหายใจแรง เขามองมือตัวเองด้วยความรู้สึกใหม่… มันคือความอิสระ
🦊 “นั่นแหละ… คิรินคนเดิมที่ฉันอยากเจอ” ธันวายิ้มกว้าง รอยยิ้มที่ครั้งนี้ไม่ได้ดูฉาบฉวย แต่กลับดูอบอุ่นจนคนมองหน้าแดงซ่านโดยไม่รู้ตัว
🦁 “กวนประสาท… จริงๆ ด้วย” คิรินพึมพำเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มแรกที่ปรากฏบนใบหน้าในรอบหลายปี
แต่ท่ามกลางความยินดีนั้น ที่ประตูยิม… ภูผากำลังยืนดูอยู่ด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ในมือของเขาถือจดหมายแจ้งเตือนจากมหาวิทยาลัยเรื่องการ ‘ตัดงบประมาณชมรมวอลเลย์บอล’ หากทีมไม่สามารถชนะการแข่งขันนัดเปิดสนามที่จะถึงนี้ได้
และที่ร้ายกว่านั้น… คู่แข่งในนัดแรกคือ มหาวิทยาลัย K ทีมที่มีเซตเตอร์อันดับหนึ่งของประเทศ เพื่อนเก่าที่เคยหักหลังธันวาจนเขาต้องทิ้งสนามไป!


