หลังเลิกซ้อม ยิมเนเซียมเหลือเพียงความเงียบและแสงสลัวจากไฟทางเดิน คิรินนั่งอยู่บนม้านั่งไม้ยาว มือที่เคยตบลูกสลาตันอย่างทรงพลังกลับกำลังสั่นเทาขณะถือโทรศัพท์ที่โชว์ข้อความจากแม่… ‘อย่าทำให้พ่อผิดหวังเหมือนคราวก่อนนะคิริน’
“ถ้าแบกมันไว้ไม่ไหว ก็วางลงบ้างเถอะ” เสียงนุ่มของธันวาดังขึ้น เขาเดินเข้ามานั่งลงข้าง ๆ โดยไม่รอคำอนุญาต
“นายไม่เข้าใจหรอกธันวา… ฉันไม่ได้ลงสนามเพื่อตัวเอง แต่ฉันลงสนามเพื่อให้เขารู้ว่า นามสกุลเรายังมีคนชนะอยู่” คิรินก้มหน้าซ่อนนัยน์ตาที่สั่นไหว
ธันวาไม่ได้ตอบเป็นคำพูด แต่เขากลับเอื้อมมือไปกุมมือที่สั่นนั้นไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเซตเตอร์คนกวนซึมผ่านเข้ามาถึงหัวใจ
“สนามวอลเลย์บอลไม่ใช่ที่สำหรับแบกความคาดหวังของใคร… แต่มันคือที่ที่นายจะโบยบินได้อิสระที่สุด นายไม่ได้มีแค่พี่ชายข้างหลัง แต่นายมีฉันอยู่ข้าง ๆ ลืมเรื่องที่บ้านไปให้หมด แล้วมองแค่ปลายนิ้วของฉันก็พอ”
คิรินเงยหน้าขึ้นสบตาคู่ที่มักจะมองเห็นทุกอย่างในสนาม และตอนนี้ดวงตาคู่นั้นก็กำลังมองเห็น ‘ความเจ็บปวด’ ของเขาเช่นกัน



