“โอ้โห… นี่ห้องคนหรือโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์วะเนี่ย”
แทงค์อุทานเสียงดังพลางวางลังกระดาษใบยักษ์ลงบนพื้นพรมราคาแพงระยับ ภายในลังอัดแน่นไปด้วยสมบัติบ้าของผม: ตุ๊กตาหมีเน่าๆ ที่หูขาดข้างหนึ่ง, กองหนังสือนิยายวายที่ซ่อนไว้ใต้ตำราเรียน, และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสต้มยำกุ้งสามโหล
ภาพที่เห็นช่างขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง… ข้าวของกะโหลกกะลาของเด็กห้อง F วางเกลื่อนกราดอยู่กลางเพนท์เฮาส์หรูสไตล์โมเดิร์นของท่านประธานนักเรียน
“ระวังหน่อยสิแทงค์! นั่นกะละมังซักผ้าใบโปรดฉันนะ!” ผมรีบวิ่งไปรับกะละมังสีชมพูแป๊ดที่กำลังจะกลิ้งไปชนแจกันคริสตัล
ไต้ฝุ่นยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์บาร์ มองความวุ่นวายตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า เหมือนคนที่กำลังปลงตกกับชีวิต
“ฉันบอกให้เอามาแค่ของใช้จำเป็น…” เขาพูดเสียงเรียบ
“นี่แหละครับจำเป็นสุดๆ!” ผมชูกะละมังขึ้น “ถ้าไม่มีไอ้นี่ผมจะแช่ผ้ายังไง?”
“ที่นี่มีเครื่องซักผ้าอบแห้งระบบ AI…” ไต้ฝุ่นถอนหายใจ “ช่างเถอะ… พวกนายจัดของเสร็จแล้วก็รีบกลับไปซะ ฉันต้องการความเป็นส่วนตัว”
ประโยคหลังเขาหันไปกดดันเดอะแก๊งที่กำลังเดินสำรวจห้องอย่างตื่นเต้น
“แหมๆ ไล่กันจังนะครับท่านประธาน” คิวยิ้มล้อเลียน “จะรีบสวีทเหรอครับ?”
“จะไปดีๆ หรือจะให้ฉันส่งลงไปทางระเบียง?” ไต้ฝุ่นเลิกคิ้ว พลังงานรอบตัวเริ่มบิดเบี้ยว
“ไปแล้วจ้า! ไปแล้ว!” เพื่อนตัวดีทั้งสามรีบวิ่งแจ้นออกจากห้องทันที ทิ้งผมไว้กับเจ้าของห้องผู้ทรงอิทธิพลตามลำพัง
1 ชั่วโมงต่อมา
หลังจากเก็บของ (ยัดๆ เข้าตู้) เสร็จ ไต้ฝุ่นก็เรียกผมมานั่งที่โต๊ะกินข้าว ตรงหน้ามีกระดาษแผ่นหนึ่งวางอยู่
“อ่านซะ แล้วเซ็นชื่อ” เขาเลื่อนกระดาษมาให้
[ สัญญาการอยู่ร่วมกัน (ฉบับร่างโดย ไต้ฝุ่น) ]
ผมไล่สายตาอ่านทีละข้อ แล้วก็ต้องอ้าปากค้าง
- ห้ามห่างจากตัวผู้ปกครอง (ไต้ฝุ่น) เกินรัศมี 5 เมตร ในเวลาที่อยู่ในห้องพัก
- ต้องรายงานพิกัดทุก 30 นาที เมื่ออยู่นอกสายตา
- ห้ามล็อคประตูห้องนอนและห้องน้ำ (เพื่อความปลอดภัยกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน)
- ห้ามยิ้มพร่ำเพรื่อให้สิ่งมีชีวิตเพศผู้ (ยกเว้นพ่อและเพื่อนสนิท 3 คนนั้น)
- หน้าที่หลัก: เป็น ‘Anchor’ (สมอ) ยึดเหนี่ยวจิตใจและพลังงาน เมื่อผู้ปกครองต้องการ… ทุกที่ ทุกเวลา
“เดี๋ยวๆๆ พี่ครับ! ข้อ 4 นี่มันเกี่ยวอะไรกับความปลอดภัย?” ผมท้วง “แล้วข้อ 5… ทุกที่ทุกเวลานี่หมายความว่าไง? ถ้าพี่ปวดหัวตอนผมเข้าห้องน้ำอยู่ล่ะ?”
“ก็ต้องออกมา” ไต้ฝุ่นตอบหน้านิ่ง “หรือจะให้ฉันเข้าไป?”
“บ้า!” ผมหน้าแดง “แล้วข้อห้ามยิ้มเนี่ย…”
“ฉันขี้เกียจตามไปเก็บศพคนที่มาเกาะแกะนาย” เขาตัดบท “เซ็นซะ ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจล่ามนายไว้กับเตียงแทน”
ผมกลืนน้ำลายเอือก หยิบปากกามาเซ็นชื่อลงไปอย่างจำยอม… นี่มันสัญญาทาสชัดๆ!
ตกดึก คืนนั้น
ผมนอนพลิกตัวไปมาบนเตียงกว้าง (ที่ผมยึดครองพื้นที่ฝั่งซ้ายไปแล้ว) ส่วนไต้ฝุ่นนอนหันหลังให้อยู่ฝั่งขวา บรรยากาศเงียบสงบจนน่าขนลุก
ครืน…
จู่ๆ อุณหภูมิในห้องก็ลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว ทั้งที่แอร์ตั้งไว้ที่ 25 องศา
ผมลืมตาขึ้นในความมืด เห็นไอเย็นลอยออกมาจากปากตัวเอง ขนแขนลุกชันไปหมด
“หนาวชะมัด…” ผมดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปง แต่ความหนาวมันไม่ได้มาจากแอร์… มันมาจาก คนข้างๆ
ไต้ฝุ่นนอนตัวสั่นเทาอยู่ใต้ผ้าห่ม เสียงฟันกระทบกันกึกๆ ดังลอดออกมา รอบตัวเขามีเกล็ดน้ำแข็งบางๆ เกาะตามขอบเตียง!
“พี่ไต้ฝุ่น!” ผมรีบขยับเข้าไปหา
เขานอนขดตัวแน่น ใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ เหงื่อกาฬแตกพลั่กแต่กลับกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งทันทีที่สัมผัสอากาศ
“อะ… ออกไป…” เขาเค้นเสียงไล่ “คืนนี้… คุมไม่อยู่…”
พลังเวกเตอร์ของเขากำลังปั่นป่วนในรูปแบบ ‘ดึงดูดความร้อน’ เขาไม่ได้ปล่อยพลังออกมา แต่ร่างเขากำลังดูดความร้อนจากรอบข้างเข้าไปจนตัวเองกลายเป็นก้อนน้ำแข็งเดินได้!
“ไม่! ผมไม่ไป!”
ผมตัดสินใจคว้ามือเขามากุมไว้ หวังจะใช้พลัง Linking เหมือนทุกที
จี๊ด!
“โอ๊ย!” ผมร้องลั่น ความเย็นจัดแล่นผ่านฝ่ามือเข้ามาจนปวดร้าวไปถึงกระดูก เหมือนเอามือไปจับน้ำแข็งแห้ง
“ไม่พอ…” ผมกัดฟัน “แค่จับมือมันไม่พอ… พื้นที่สัมผัสมันน้อยไป!”
พลังงานที่รั่วไหลออกมาคืนนี้รุนแรงกว่าครั้งไหนๆ ราวกับเขื่อนที่กำลังจะแตก ถ้าปล่อยไว้ เขาต้องแข็งตายแน่ๆ หรือไม่ห้องนี้ก็คงกลายเป็นยุคน้ำแข็ง
ผมไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว!
“ขอโทษนะครับพี่!”
ผมกระชากผ้าห่มออก แล้วพุ่งตัวเข้าไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับก้อนน้ำแข็งมนุษย์ทันที!
ผมใช้ทั้งตัว… แขน ขา ลำตัว แนบชิดกับร่างกายที่เย็นเฉียบของเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามถ่ายเทความอบอุ่นในร่างกายตัวเองไปให้เขา
“นาย… จะตายเอานะ…” ไต้ฝุ่นพยายามผลักผมออก แต่เรี่ยวแรงเขาแทบไม่มี
“ไม่ตายหรอกน่า! ผมเป็นยาแก้ปวดของพี่นะ!” ผมตะโกนแข่งกับเสียงลมพายุหิมะที่เริ่มก่อตัวในห้องนอน
ผมหลับตาปี๋ รวบรวมสมาธิทั้งหมดที่มี จินตนาการถึง ‘ดวงอาทิตย์’
Link… Connect… Share…
ขอความเจ็บปวดนั่นมาให้ผม… แบ่งความหนาวเหน็บนั่นมาที่ผม…
วูมมมม!
แสงสีทองสว่างวาบออกจากตัวผม มันไม่ใช่แสงสีฟ้าอ่อนๆ อีกต่อไป แต่มันเข้มข้นและอบอุ่นราวกับแสงแดดยามเช้า
พลังงานความร้อนจากตัวผมไหลบ่าเข้าสู่ร่างของไต้ฝุ่น ละลายน้ำแข็งในเส้นเลือดของเขา ในขณะเดียวกัน ความเย็นยะเยือกจากตัวเขาก็ไหลย้อนกลับมาที่ผม
“หนาว…” ผมตัวสั่นงันงก ฟันกระทบกันกึกๆ
แต่ทันใดนั้น… อ้อมกอดที่เคยเย็นเฉียบก็เริ่มอุ่นขึ้น
ไต้ฝุ่นหยุดสั่นแล้ว เขากอดตอบผมแน่น… แน่นจนแทบหายใจไม่ออก แขนแกร่งรวบตัวผมเข้าไปจนแทบจะหลอมรวมเป็นคนๆ เดียวกัน เขาซุกใบหน้าลงกับซอกคอผม ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาช่วยละลายความหนาวที่เกาะกุมผมอยู่
“อุ่น…” เขาพึมพำเสียงแหบพร่า “อย่าเพิ่ง… ปล่อยนะ…”
“ไม่ปล่อยครับ… ไม่ปล่อย…” ผมกอดตอบ ลูบแผ่นหลังเขาเบาๆ
คืนนั้น… พายุหิมะในห้อง The Zenith สงบลง เหลือเพียงสองร่างที่กอดก่ายกันแนบแน่นภายใต้ผ้าห่มผืนหนา แลกเปลี่ยนไออุ่นและจังหวะการเต้นของหัวใจที่เริ่มประสานกันเป็นจังหวะเดียว
Sync Rate: 50%… Connected.
เช้าวันต่อมา
แสงแดดแยงตาปลุกให้ผมตื่นขึ้น ผมรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งตัวเหมือนโดนผีอำ พอลืมตาขึ้นมาก็พบสาเหตุของอาการหนัก
ไต้ฝุ่นนอนทับอยู่บนตัวผมครึ่งซีก! ขาเขาก่ายขาผม แขนเขากอดเอวผมแน่น และที่สำคัญ… หน้าเขาซุกอยู่ที่อกผม!
สภาพล่อแหลมชวนคิดลึกสุดๆ!
“อืม…” คนขี้เซาขยับตัวเล็กน้อย ผมสีดำนุ่มนิ่มถูไถกับปลายคางผม “หมอนข้างวันนี้… นิ่มจัง”
“พี่ครับ…” ผมเรียกเสียงเบา “ตื่นได้แล้วครับ จะแปดโมงแล้ว!”
ไต้ฝุ่นค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ผมเผ้ายุ่งเหยิง ดวงตาสีเทาปรือปรอยมองหน้าผมในระยะประชิด… ใกล้จนเห็นแพขนตายาว
“อรุณสวัสดิ์…” เขาพูดเสียงงัวเงีย “เมื่อคืน… ขอบใจนะ”
“มะ… ไม่เป็นไรครับ” ผมหน้าแดงซ่าน ดันอกเขาเบาๆ “ลุกได้ยังครับ ผมหนัก!”
ไต้ฝุ่นไม่ยอมลุก แต่กลับยันตัวขึ้นเท้าแขนคร่อมร่างผมไว้ มองลงมาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป… มันดูอ่อนโยนและ… โหยหา?
“นาวี”
“ครับ?”
“พลังของนายเมื่อคืน… มันทำให้ฉันฝันดีเป็นครั้งแรกในรอบสิบปี” เขายิ้มบางๆ นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยแก้มผมเบาๆ “ต่อไปนี้… นายห้ามไปนอนกอดใครแบบนี้เด็ดขาด เข้าใจมั้ย?”
“ระ… รับทราบครับ!”
ติ๊งต่อง!
เสียงออดหน้าประตูดังขัดจังหวะโรแมนติก
ไต้ฝุ่นถอนหายใจอย่างหงุดหงิด ผละตัวออกจากผมแล้วลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูด้วยสภาพชุดนอนหลุดลุ่ย
ทันทีที่ประตูเปิดออก ร่างเล็กๆ ของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งก็พุ่งเข้ามากอดขาไต้ฝุ่น
“พี่ชายไต้ฝุ่น! หนูคิดถึงพี่จังเลย!”
ผมชะโงกหน้าไปดู… เด็กผู้หญิงผมเปีย อายุราวๆ 10 ขวบ หน้าตาน่ารักเหมือนตุ๊กตา สวมชุดกระโปรงบานฟูฟ่อง
แต่เดี๋ยวนะ… ข้างหลังเด็กคนนั้น มีผู้หญิงวัยกลางคนสวมชุดหรูหราเดินตามมาด้วย รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมาจากตัวเธอ
“สวัสดีจ้ะไต้ฝุ่น… แม่พาคู่หมั้นมาเยี่ยม” เธอพูดพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบ
“และแม่ได้ยินข่าวลือแปลกๆ ว่าลูกเลี้ยงเด็กผู้ชายไว้ในห้อง… หวังว่าคงไม่ใช่เรื่องจริงนะ?”
งานเข้าแล้วครับท่านผู้ชม! แม่ผัว (เอ้ย แม่ของพี่ไต้ฝุ่น) บุก!



