ห้างสรรพสินค้า The Celestial
ห้างนี้ไม่ใช่ห้างที่คนเดินดินกินข้าวแกงอย่างผมจะกล้าเฉียดใกล้ มันคือศูนย์รวมความหรูหราที่แค่หายใจก็เสียตังค์แล้ว พื้นปูด้วยหินอ่อนนำเข้า แชนเดอเลียร์คริสตัลระย้าทุกทางเดิน และร้านค้าแบรนด์เนมที่พนักงานใส่สูทต้อนรับ
“พี่ไต้ฝุ่นครับ… เสื้อยืดตัวละแปดพัน! มันทอจากขนยูนิคอร์นเหรอครับ?” ผมกระซิบเสียงสั่นขณะพลิกป้ายราคาเสื้อยืดสีขาวเรียบๆ
“เนื้อผ้าดี ใส่สบาย ระบายอากาศ เหมาะกับคนเหงื่อเยอะอย่างนาย” ไต้ฝุ่นตอบหน้าตาย แล้วหันไปพยักหน้ากับพนักงาน “เอาแบบนี้ 5 ตัว คละสี แล้วก็กางเกงรุ่นนั้นอีก 3 ตัว… รูดการ์ดครับ”
“เดี๋ยวววว!” ผมห้ามไม่ทัน บัตรเครดิตสีดำสนิท (Black Card) ถูกรูดปรื๊ดไปแล้ว
“ซื้อไปเถอะ ฉันรวย” เขาหันมาบอกสั้นๆ “และฉันไม่อยากเห็นนายใส่เสื้อยืดตราเป็ดนั่นเดินไปเดินมาในห้องฉันอีก มันเสียสายตา”
“เป็ดมันน่ารักจะตาย…” ผมบ่นอุบอิบ
หลังจากถูกจับแต่งตัวเป็นตุ๊กตาอยู่ร่วมชั่วโมง ไต้ฝุ่นก็พาผมมาหยุดที่หน้าร้านเครื่องประดับสุดหรู พนักงานรีบกุลีกุจอออกมาต้อนรับท่านประธานตระกูลดังทันที
“ขอดูแหวนคอลเลกชันใหม่ล่าสุด… รุ่น ‘Guardian'” ไต้ฝุ่นสั่ง
พนักงานหยิบถาดกำมะหยี่ออกมา ในนั้นมีแหวนเงินเกลี้ยงเกลาวงหนึ่ง ดีไซน์เรียบหรูแต่ดูทันสมัย ตรงกลางฝังอัญมณีสีฟ้าใสเม็ดเล็กๆ
ไต้ฝุ่นหยิบแหวนขึ้นมา แล้วคว้ามือซ้ายผมไปจับ
“พี่… จะทำอะไรครับ?” ผมใจเต้นตึกตั๊ก
“ใส่ซะ” เขาบรรจงสวมแหวนวงนั้นลงบน ‘นิ้วนางข้างซ้าย’ ของผมพอดีเป๊ะ!
“เฮ้ย! นิ้วนาง!?” ผมหน้าแดงแปร๊ด “พี่ครับ นี่มัน…”
“แหวนวงนี้ฝังชิปติดตามตัว GPS และระบบสร้างเกราะพลังงานฉุกเฉินระดับต่ำ” ไต้ฝุ่นอธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจัง (แต่หูแดงเถือก) “ถ้าชีพจรนายเต้นแรงผิดปกติเพราะความกลัว หรือนายตกอยู่ในอันตราย มันจะส่งสัญญาณหาฉันทันที”
เขายกมือผมขึ้นมาจูบที่แหวนเบาๆ
“และมันก็เอาไว้กันพวกแมลงหวี่แมลงวันที่จะมาจีบนายด้วย… เห็นแหวนที่นิ้วนาง ใครๆ ก็รู้ว่ามีเจ้าของแล้ว”
“เจ้าเล่ห์…” ผมพึมพำ แต่ก็ยอมใส่แหวนวงนั้นแต่โดยดี อุ่นใจแปลกๆ แฮะที่มีเขาคอยปกป้อง
แต่ความหวานมักจะอยู่ไม่นาน
ขณะที่เรากำลังเดินดูของกินที่โซนซูเปอร์มาร์เก็ต จู่ๆ ขนแขนผมก็ลุกชัน ความรู้สึกเย็นยะเยือกแล่นผ่านไขสันหลัง… เหมือนตอนที่เจอเด็กผีสิงในหอพัก แต่คราวนี้รุนแรงกว่า
[ ALERT! ALERT! ] แหวนที่นิ้วนางผมสั่นระริก และส่งเสียงร้องเตือนภัยเบาๆ
“หมอบ!”
ไต้ฝุ่นตะโกนลั่น พร้อมกับกดหัวผมให้หมอบลงกับพื้น
เพล้ง!!!
ขวดไวน์ราคาแพงบนชั้นวางด้านหลังผมระเบิดแตกกระจาย! น้ำไวน์สีแดงสาดกระเซ็นเหมือนเลือด เศษแก้วปลิวว่อน
“กรี๊ดดดดด!” ลูกค้าในห้างกรีดร้องและเริ่มวิ่งหนีตาย
“ใคร!?” ไต้ฝุ่นลุกขึ้นยืนบังตัวผมไว้ รอบตัวเขาเกิดสนามพลังควบคุมเวกเตอร์ หมุนวนเป็นเกราะป้องกัน “ออกมาเดี๋ยวนี้!”
แต่ไม่มีใคร… ทางเดินโล่งว่างเปล่า มีแต่เศษแก้วและรอยกระสุนที่เจาะทะลุชั้นวางของ
ปัง! ปัง!
เสียงปืนดังขึ้นอีกสองนัดมาจากทิศทางที่ต่างกัน กระสุนพุ่งเข้าใส่ไต้ฝุ่น แต่ถูกเกราะเวกเตอร์เบี่ยงวิถีให้กระดอนไปเจาะเพดาน
“มองไม่เห็น…” ไต้ฝุ่นกัดฟัน “มันลบตัวตนสมบูรณ์แบบ… หรือไม่ก็ล่องหน”
นี่คือนักฆ่าระดับ A-Class สาย ‘Phantom’ (ปีศาจไร้เงา) สินะ!
“พี่ไต้ฝุ่น! ทางซ้าย!” ผมตะโกนบอกตามสัญชาตญาณ แหวนมันสั่นแรงขึ้นเมื่อผมหันไปทางซ้าย
ไต้ฝุ่นสะบัดมือไปทางซ้าย ชั้นวางขนมทั้งแถวปลิวว่อนไปกระแทกกำแพง
ความว่างเปล่า… ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น
“พลาด…” ไต้ฝุ่นเหงื่อตก “มันเคลื่อนที่เร็วมาก นาวี… ฉันโจมตีสิ่งที่มองไม่เห็นไม่ได้ นายต้องช่วยฉัน!”
“ช่วยยังไง!?”
“ใช้ตาของนาย! ไม่ใช่ตามนุษย์… แต่เป็นตาของ Nexus!” เขาตะโกนแข่งกับเสียงสัญญาณเตือนภัยของห้าง “เชื่อมต่อกับระบบห้างซะ! กล้องวงจรปิด เซนเซอร์จับความร้อน… อะไรก็ได้!”
“จะบ้าเหรอ! ระบบใหญ่ขนาดนี้เนี่ยนะ!?”
“ทำเดี๋ยวนี้! ไม่งั้นเราตายคู่!”
ผมกลืนน้ำลาย สูดูหายใจลึก แล้วทาบมือลงกับพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบ
Link On!
จิตของผมพุ่งออกจากร่าง ไหลไปตามสายไฟใต้พื้น ผ่านเซิร์ฟเวอร์หลักของห้าง ทะลุเข้าสู่เครือข่ายกล้องวงจรปิดนับพันตัว เซนเซอร์จับความเคลื่อนไหว และระบบปรับอากาศ
ปวดหัว… ข้อมูลมหาศาลไหลบ่าเข้ามาในหัวผมเหมือนน้ำป่า
“อึก…” เลือดกำเดาผมไหลออกมา
“หาให้เจอ นาวี!” ไต้ฝุ่นยืนคุ้มกันผม ปัดป้องกระสุนที่ยิงมาจากทุกทิศทางอย่างยากลำบาก
ผมกัดฟันกรองข้อมูล… ตัดภาพฝูงชนที่วิ่งหนีออกไป… ตัดภาพพนักงาน… เหลือเพียงสิ่งที่ผิดปกติ
นั่นไง!
ในกล้องวงจรปิดโซน B… ไม่มีใครอยู่ แต่เซนเซอร์จับความร้อนตรวจพบ ‘รูปร่างมนุษย์’ ที่กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงบนคานเพดาน!
และในระบบระบายอากาศ… มีการเปลี่ยนแปลงของมวลอากาศที่ผิดธรรมชาติ!
“เจอแล้ว!” ผมตะโกนลั่น ตาสว่างวาบเป็นสีฟ้า “10 นาฬิกา! บนคานเหล็ก! ระยะ 15 เมตร!”
ไต้ฝุ่นไม่รอช้า เขาหันขวับไปตามพิกัดที่ผมบอก
“ไปลงนรกซะ!”
เขาตบมือเข้าหากัน
ตู้มมม!!!
แรงโน้มถ่วงมหาศาลถูกบีบอัดไปที่คานเหล็กเส้นนั้น คานหนาๆ บิดงอบิดเบี้ยวราวกับดินน้ำมัน
“อ๊ากกก!”
เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น พร้อมกับร่างในชุดดำรัดรูปที่ค่อยๆ ปรากฏตัวออกมาจากการล่องหน ร่างนั้นร่วงลงมาจากเพดานกระแทกพื้นดัง ตุ้บ! เลือดทะลักออกจากปาก
นักฆ่าพยายามจะลุกหนี แต่ไต้ฝุ่นกดมือลงต่ำ เพิ่มแรงโน้มถ่วงกดทับร่างนั้นจนจมลงไปในพื้นหินอ่อน ขยับไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว
“ใครส่งแกมา?” ไต้ฝุ่นเดินเข้าไปหา แววตาอำมหิตพร้อมฆ่า
นักฆ่าคนนั้นแสยะยิ้ม ทั้งที่เลือดท่วมปาก
“มัน… สาย… ไป… แล้ว…” เขาหัวเราะเสียงแหบ “กุญแจ… ถูกระบุตำแหน่ง… แล้ว…”
ติ๊ด… ติ๊ด… ติ๊ด…
เสียงสัญญาณเตือนดังมาจากหน้าอกเสื้อของนักฆ่า
“ระเบิด!” ไต้ฝุ่นเบิกตากว้าง
เขาหันกลับมาคว้าตัวผม แล้วกระโดดพุ่งตัวออกไปทางหน้าต่างกระจกบานยักษ์
“เกาะแน่นๆ!”
บึ้มมมมมมม!!!
แรงระเบิดพลีชีพทำลายล้างโซนซูเปอร์มาร์เก็ตจนพินาศ เปลวไฟพุ่งไล่หลังเรามา เศษกระจกบาดแขนไต้ฝุ่นที่กอดบังตัวผมไว้
เราสองคนร่วงหล่นลงมาจากชั้น 5 ของห้าง… แต่ก่อนจะถึงพื้น ไต้ฝุ่นใช้พลังควบคุมลมพยุงร่างเราให้ลงจอดบนหลังคารถตู้ที่จอดอยู่ด้านล่างได้อย่างปลอดภัย (แต่รถบุบยับ)
“แฮ่ก… แฮ่ก…”
ผมนอนหอบหายใจอยู่บนอกเขา หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมา
ไต้ฝุ่นมองกลับขึ้นไปที่ห้างที่มีควันไฟพวยพุ่ง ใบหน้าเขาเคร่งเครียดถึงขีดสุด
“พวกมันไม่ได้มาแค่ขู่แล้ว…” เขากัดฟันกรอด “พวกมันกะเอาตาย”
เขาก้มลงมองผม เลือดจากแผลที่แขนเขาหยดลงบนแก้มผม
“กลับหอ… เดี๋ยวนี้”
“พี่เลือดออก…” ผมน้ำตาคลอ
“ช่างมัน” เขาพยุงผมลุกขึ้น “ตราบใดที่นายไม่เป็นไร… เลือดแค่นี้แลกได้ทั้งชีวิต”



