“อึก… ไม่ไหว… แล้วครับ!”
โลกทั้งใบหมุนติ้ว ขาทั้งสองข้างของผมสั่นพั่บๆ เหมือนเจ้าเข้า แรงกดดันมหาศาลจากพลังของพี่ไต้ฝุ่นกดทับลงมาจนผมแทบจะจมหายไปในพื้นคอนกรีต
“ตั้งสติ นาวี! เชื่อมต่อกับพื้น! ยืมความแข็งแกร่งของโครงสร้างตึกมา!” เสียงตะโกนของไต้ฝุ่นฟังดูไกลออกไปทุกที
ผมพยายามเพ่งสมาธิ จินตนาการถึงเสาเข็มที่ตอกลึกลงไปในดิน… แต่สมองผมมันล้าจนภาพตัด
วูบ…
สติของผมดับวูบ ร่างกายร่วงหล่นลงสู่พื้นเหมือนว่าวเชือกขาด
“นาวี!”
ก่อนที่หน้าผมจะกระแทกพื้นคอนกรีต ลมวูบใหญ่ก็พัดมาปะทะตัว พร้อมกับอ้อมแขนแกร่งที่เข้ามารับร่างผมไว้ได้ทันท่วงที
แรงกดดันทั้งหมดหายไปในพริบตา เหลือเพียงกลิ่นหอมเย็นๆ ของเจ้าของอ้อมกอด
ไต้ฝุ่นช้อนตัวผมขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาว (อีกแล้ว! ชีวิตนี้ผมจะเดินเองบ้างได้ไหมเนี่ย!) เขาขมวดคิ้วแน่น มองหน้าผมที่ซีดเผือดด้วยสายตาที่ดู… ตื่นตระหนก?
“บ้าเอ๊ย… ฉันกะแรงพลาดไป” เขาพึมพำกับตัวเองด้วยความรู้สึกผิด ก่อนจะหันหลังวิ่งลงจากดาดฟ้าด้วยความเร็วที่ทำเอานักวิ่งโอลิมปิกต้องอาย
ห้องพยาบาล
ปัง!
ไต้ฝุ่นถีบประตูห้องพยาบาลเปิดออกเต็มแรงจนบานพับแทบหลุด
“หมอ! มีคนเป็นลม!”
ความเงียบปกคลุมห้อง… ครูพยาบาลป้าแก่ๆ ที่ดุเหมือนเสือหายไปไหนไม่รู้ แต่คนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานกลับเป็นชายหนุ่มแปลกหน้า
เขาดูอายุราวๆ ยี่สิบปลายๆ สวมเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตา ผมสีน้ำตาลอ่อนเซตทรงเรียบ และสวมแว่นตากรอบทองที่ทำให้ดูใจดีและภูมิฐาน รอยยิ้มละมุนละไมปรากฏขึ้นบนใบหน้าเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองผู้บุกรุก
“ใจเย็นๆ ครับนักเรียน… วางเขาลงบนเตียงก่อนสิ” เสียงของเขานุ่มทุ้มชวนฝัน
ไต้ฝุ่นชะงักไปครู่หนึ่ง สายตาคมกริบกวาดมองสำรวจ ‘คนแปลกหน้า’ อย่างไม่ไว้วางใจ แต่เขาก็ยอมวางผมลงบนเตียงคนไข้อย่างเบามือ
“ป้าสมศรีไปไหน?” ไต้ฝุ่นถามเสียงห้วน
“คุณป้าเกษียณไปเมื่อวานครับ” ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินเข้ามาหา “ผม ‘หมออลัน’ เพิ่งมารับตำแหน่งวันนี้… ยินดีที่ได้รู้จักครับ ประธานนักเรียนไต้ฝุ่น”
เขารู้จักไต้ฝุ่น? ก็ไม่แปลก ใครๆ ก็รู้จักคนดัง… แต่ทำไมรอยยิ้มนั้นมันดู… รู้ทัน แปลกๆ
หมออลันก้มลงตรวจชีพจรที่ข้อมือผม นิ้วเรียวยาวของเขาแตะลงบนจุดชีพจร แล้วเลื่อนขึ้นมาแตะที่หน้าผาก
ไต้ฝุ่นขยับตัวเข้ามาขวางทันที “แค่จับชีพจร จำเป็นต้องลูบหัวด้วยเหรอ?”
หมออลันชะงัก ยิ้มขำเล็กน้อย “ขอโทษทีครับ ผมแค่วัดไข้… น้องคนนี้แค่ใช้พลังจิตจนหมดถัง (Mana Burn) พักสักหน่อย เติมน้ำตาลเข้าร่างกายก็น่าจะดีขึ้น”
เขาเดินไปหยิบกลูโคสกระป๋องมาเจาะหลอดดูด แล้วยื่นให้ไต้ฝุ่น
“ป้อนเขาสิครับ… หรือจะให้หมอป้อน?”
ไต้ฝุ่นคว้ากระป๋องน้ำหวานมาทันที “ไม่จำเป็น”
จังหวะนั้นเอง ผมค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา ภาพแรกที่เห็นคือไต้ฝุ่นที่กำลังทำหน้าบอกบุญไม่รับ ถือกระป๋องน้ำจ่อปากผมอยู่
“ดูด” เขาออกคำสั่ง
ผมงับหลอดดูดน้ำหวานเข้าไปเฮือกใหญ่ สมองเริ่มกลับมาทำงาน หันไปมองรอบๆ… และสะดุดตากับหมอสุดหล่อที่ยืนยิ้มอยู่ปลายเตียง
“โอ้โห…” ผมเผลออุทาน “ดาราเกาหลีหลงมาเหรอครับเนี่ย?”
โป๊ก!
ไต้ฝุ่นเขกหัวผมเบาๆ หนึ่งที “ฟื้นปุ๊บก็เพ้อเจ้อเลยนะ”
“ฮะๆ น้องนาวีนี่ตลกดีนะครับ” หมออลันหัวเราะ “เห็นประวัติดูธรรมดาๆ ไม่นึกว่าตัวจริงจะน่าสนใจขนาดนี้… พลัง ‘Linking’ สินะครับ? หายากนะเนี่ย”
เขาขยับแว่น แววตาหลังเลนส์ใสนั้นวาววับขึ้นวูบหนึ่งเมื่อจ้องมาที่ผม
“โดยเฉพาะการเชื่อมต่อที่สามารถรองรับพลังระดับ S ได้… น่าสนใจจริงๆ”
บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที ไต้ฝุ่นขยับตัวมาบังผมไว้มิด
“คุณรู้ได้ยังไง?” ไต้ฝุ่นถามเสียงต่ำ
“ผมเป็นหมอนะครับ ข้อมูลสุขภาพนักเรียนผมต้องอ่านผ่านตาบ้าง” อลันตอบสบายๆ “เอาล่ะ ให้คนไข้พักผ่อนเถอะครับ”
ครืดดดด!
ประตูห้องพยาบาลถูกเลื่อนเปิดออกอีกครั้ง (คราวนี้เบามือหน่อย)
“นาวี! เป็นไงบ้างวะ!” คิว มีนา และแทงค์ วิ่งหน้าตั้งเข้ามา
ทั้งสามคนชะงักกึกเมื่อเห็นไต้ฝุ่นยืนคุมเชิงอยู่ข้างเตียง และหมอใหม่สุดหล่อ
“เอ่อ… สวัสดีครับท่านประธาน… สวัสดีครับหมอ” คิวไหว้ปลกๆ
“พวกนายมาก็ดีแล้ว” ไต้ฝุ่นหันมาสั่ง “เฝ้ามันไว้ ฉันจะไปคุยธุระกับหมอหน่อย”
เขาเดินต้อนหมออลันออกไปคุยที่มุมห้อง ทิ้งให้เดอะแก๊งกรูเข้ามาหาผม
“ไอ้วี… มึงต้องฟังพวกกู” คิวรีบกระซิบเสียงเครียด หน้าตาตื่นตระหนกสุดขีด
“อะไรวะ?” ผมงง
คิวหยิบแท็บเล็ตออกมา เปิดไฟล์เอกสารลับที่เพิ่งกู้มาได้ให้ผมดู
“พวกกูเจอรายชื่อเป้าหมายของ ‘The Silencer’ ในเซิร์ฟเวอร์โรงเรียน”
“The Silencer? องค์กรตัวร้ายในหนังน่ะเหรอ?”
“ของจริงโว้ย!” มีนาหยิกแขนผม “ดูนี่! ชื่อพี่ไต้ฝุ่นเป็น Target Alpha… ส่วนชื่อแก…”
เธอชี้ไปที่บรรทัดสุดท้ายที่ไฮไลต์สีแดง
[ Target: OMEGA – The Key ]
“กุญแจ? กุญแจอะไรวะ?” ผมขนลุกซู่ “กุญแจเข้าห้องน้ำเหรอ?”
“มันไม่ตลกนะเว้ย!” แทงค์เสียงสั่น “มันหมายความว่าแกคือตัวแปรสำคัญที่พวกมันต้องการ… ไอ้เด็กผีสิงเมื่อคืน มันคงถูกส่งมาทดสอบแก”
“แล้ว… แล้วเราจะทำไงดี?” ผมเริ่มกลัวจริงๆ แล้ว
“เราต้องบอกพี่ไต้ฝุ่น” คิวสรุป “เขาเป็นเป้าหมายเหมือนกัน และเขาเก่งพอที่จะคุ้มกันแกได้”
“จะบอกฉันเรื่องอะไร?”
เสียงเรียบๆ ดังขึ้นด้านหลัง
พวกเราสะดุ้งโหยง ไต้ฝุ่นเดินกลับมาแล้ว เขาคงคุยกับหมอเสร็จแล้ว (หรือขู่หมอเสร็จแล้วก็ไม่รู้)
คิวมองหน้าเพื่อนๆ แล้วตัดสินใจยื่นแท็บเล็ตให้ไต้ฝุ่น
“ดูนี่ครับ… ข้อมูลจาก Dark Web ของโรงเรียน”
ไต้ฝุ่นรับไปดู เขาไล่สายตาอ่านอย่างรวดเร็ว คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนเป็นปม
“The Silencer…” เขาพึมพำ “นึกว่าพวกมันตายไปหมดแล้วซะอีก”
เขาเงยหน้าขึ้นมองผม สายตาเปลี่ยนจากความดุเป็นความกังวลระคนปกป้อง
“มิน่าล่ะ… พลังของนายถึงพิเศษ” เขาเดินเข้ามาวางมือบนหัวผม “Nexus… จุดเชื่อมต่อที่ไร้ขีดจำกัด ถ้าพวกมันได้ตัวนายไป มันจะใช้นายเชื่อมพลังของผู้มีพลังจิตทั่วโลกเข้าด้วยกัน… แล้วบงการตามใจชอบ”
“เชี่ย…” แทงค์อุทาน “งั้นไอ้วีก็เป็นเหมือน… เราเตอร์ Wi-Fi ของโลกงั้นดิ?”
“เปรียบเทียบได้เห็นภาพมาก” มีนากลอกตา
“ฟังนะ” ไต้ฝุ่นสั่งเสียงเข้ม “ข้อมูลนี้ห้ามแพร่งพรายเด็ดขาด โดยเฉพาะกับครูในโรงเรียน… เราไม่รู้ว่าใครเป็นหนอนบ่อนไส้บ้าง”
“แม้แต่หมอคนใหม่นั่นเหรอครับ?” ผมถาม
ไต้ฝุ่นหันไปมองประตูห้องพักครูที่หมออลันหายเข้าไป
“โดยเฉพาะเจ้านั่น…” ไต้ฝุ่นหรี่ตา “กลิ่นอายของหมอนั่น… มันสะอาดเกินไป สะอาดจนน่าสงสัย”
เขาก้มลงมากระซิบข้างหูผม
“คืนนี้ย้ายของมาให้หมด… เสื้อผ้า หนังสือ แปรงสีฟัน”
“คะ… ครับ?”
“นายจะไม่ใช่แค่รูมเมตชั่วคราวแล้ว นาวี” ไต้ฝุ่นประกาศต่อหน้าเพื่อนๆ ผม
“แต่นายต้องอยู่ในการดูแลของฉัน 24 ชั่วโมง… จนกว่าฉันจะลากคอพวกมันออกมาได้ทั้งหมด!”
เดอะแก๊งอ้าปากค้าง… ไม่รู้จะตกใจเรื่ององค์กรก่อการร้าย หรือเรื่องที่เพื่อนตัวเองกำลังจะได้ย้ายสำมะโนครัวไปอยู่กินกับหนุ่มฮอตที่สุดในโรงเรียนดี!



