กลางสนามที่ยังคละคลุ้งด้วยกลิ่นอายความกดดัน ชิน ยันตัวลุกขึ้นจากพื้นอย่างทุลักทุเล เลือดกำเดาไหลซึมจากแรงปะทะของลูกตบเมื่อครู่ แต่สิ่งที่เจ็บกว่าร่างกายคือ ‘อีโก้’ ที่ถูกบดขยี้ต่อหน้าสายตาคนนับพัน
🖤 “เป็นไปไม่ได้… พลังของฉัน… ฉันคือเซตเตอร์อันดับหนึ่งนะ!” ชินตะคอกใส่กรรมการ พลางพยายามจะเรียกพลังออกมาอีกครั้ง แต่คราวนี้กระแสไฟฟ้าสีดำรอบตัวเขากลับตีกลับเข้าหาตัวจนเขาทรุดลงไปกองอีกรอบ
🦊 “เลิกพยายามเถอะชิน” ธันวาเดินเข้ามายืนที่หน้าเน็ต แววตาสีน้ำเงินของเขาดูสงบนิ่งจนน่ากลัว “เนตรพายุของฉันเห็นหมดแล้ว… พลังของนายมันไม่ได้มาจากความฝึกฝน แต่มันมาจาก ‘ความริษยา’ ที่นายแอบใช้ยากระตุ้นประสาทแบบใหม่ที่เป็นข่าวอยู่ใช่ไหม?”
คำพูดของธันวาทำให้คนทั้งสนามเงียบกริบ ผู้สื่อข่าวกีฬาเริ่มรัวชัตเตอร์ ชินหน้าซีดเผือด
🦊 “ที่นายชนะฉันเมื่อสองปีก่อน ไม่ใช่เพราะนายเก่งกว่า แต่เพราะนาย ‘กลัว’ ที่จะแพ้ฉันจนต้องทำลายชีวิตฉัน… แต่วันนี้ พายุของจริงมันซัดความลวงตาของนายปลิวไปหมดแล้ว”
ไม่กี่นาทีต่อมา เจ้าหน้าที่คุมการแข่งขันรีบเข้ามาเชิญตัวชินไปตรวจโด๊ปทันที ผลการแข่งถูกตัดสินให้มหาวิทยาลัย T ชนะขาดลอย พร้อมกับชื่อเสียงของชินที่พังทลายลงในชั่วข้ามคืน—ปิดตำนานเซตเตอร์จอมปลอมไปอย่างถาวร
ณ หอพักนักกีฬา ห้อง 404 (คืนนั้น)
ความตื่นเต้นจากการแข่งจบลง แทนที่ด้วยความเงียบที่น่าอึดอัด… เพราะตอนนี้ไม่ได้มีแค่ธันวากับคิรินในห้อง
👔 “ที่แกปฏิเสธไปเรียนต่อ เพราะจะมาทำเรื่องน่าอายแบบนี้ในสนามแข่งงั้นเหรอธันวา?”
พ่อของธันวา นั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานของคิรินด้วยท่าทางน่าเกรงขาม สายตามองมาที่ลูกชายและ ‘รูมเมท’ ที่ยืนหน้าจืดอยู่ข้างๆ
🦊 “ถ้าพ่อหมายถึงการ ‘จูบ’… นั่นคือการให้กำลังใจในแบบของนักกีฬาครับ” ธันวาตอบหน้านิ่ง (แต่ในใจสั่นพึ่บพั่บ)
👔 “กำลังใจงั้นเหรอ? แกทำให้ชื่อเสียงตระกูลเรากลายเป็นข่าวกอสซิปในเน็ต! และนาย…” พ่อหันไปหาคิริน “นายคือเด็กที่แย่งที่ของคิระสินะ? ฉันได้ยินว่านายพยายามจะเป็นเหมือนพี่ชาย แต่นายดูจะเสียเวลาไปกับเรื่องไร้สาระมากกว่าการซ้อม”
🦁 “ผมไม่ได้แย่ง…” คิรินกำหมัดแน่น พยายามระงับอารมณ์ “และสิ่งที่ผมทำกับธันวา… มันไม่ใช่เรื่องไร้สาระครับ”
👔 “หุบปาก! ฉันมีข้อเสนอ… ธันวา ถ้าแกไม่อยากให้ฉันใช้อิทธิพลสั่งปิดชมรมวอลเลย์บอลเน่าๆ นี่ และสั่งย้ายเด็กคนนี้ออกจากมหาวิทยาลัย แกต้องเลิกเล่นวอลเลย์บอล แล้วกลับไปเซ็นสัญญาเข้าทำงานที่บริษัทพรุ่งนี้เช้า”
ธันวาชะงักไป พลังเนตรพายุของเขาเห็นความเด็ดขาดในสายตาพ่อ… พ่อเอาจริง
02:00 น. ระเบียงหลังห้อง
คิรินเดินออกมาเห็นธันวายืนพิงราวระเบียงมองท้องฟ้าอยู่คนเดียว ลมกลางคืนพัดผมสีอ่อนของเซตเตอร์หนุ่มจนยุ่งเหยิง
🦁 “นายจะเอายังไง… จะไปจริงๆ เหรอ?” คิรินถาม เสียงของเขาเบาหวิวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ธันวาหันมามอง แล้วจู่ๆ ก็หลุดหัวใจเต้นผิดจังหวะเมื่อเห็นว่าคิรินใส่ “เสื้อยืดของเขา” ที่วางทิ้งไว้
🦊 “ใส่เสื้อฉันแบบนี้… อ่อยกันหรือไงครับคุณเอสหลัก?”
🦁 “ไอ้บ้า! ก็เสื้อผ้าฉันมันยังไม่แห้ง!” คิรินแหวใส่ แต่แล้วก็เดินเข้าไปใกล้จนไหล่ชนกัน “ตอบคำถามฉันมานะธันวา ถ้าไม่มีนาย… ใครจะเซตบอลให้ฉัน”
ธันวาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะคว้ามือคิรินขึ้นมาจูบที่ปลายนิ้วเบาๆ
🦊 “พ่อน่ะ… เขาชอบคิดว่าเขาควบคุมลมฟ้าอากาศได้ แต่เขาลืมไปอย่างหนึ่ง… ว่าพายุที่แท้จริงน่ะ ไม่มีใครสั่งให้หยุดได้หรอก”
🦁 “หมายความว่า…?”
🦊 “หมายความว่าเราจะสู้ด้วยกันไง คิริน! ฉันมีแผน… แผนที่จะทำให้พ่อต้องยอมสยบให้ชมรมเรา แต่ตอนนี้น่ะ…” ธันวาแกล้งโน้มตัวเข้าไปใกล้จนจมูกชนกัน “ขอชาร์จพลังจากรูมเมทหน่อยได้ไหมครับ? เมื่อเย็นยังไม่อิ่มเลย”
🦁 “ฝันไปเถอะ! ไปนอนโซฟาเลยไป!”
รุ่งเช้า ณ หน้าโรงอาหาร
ขณะที่ธันวากับคิรินกำลังเดินถกเถียงกันเรื่องแผนการรับมือพ่อ จู่ๆ ก็มีมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์คันยักษ์พุ่งมาจอดปาดหน้า!
คนขี่ถอดหมวกกันน็อกออก เผยให้เห็นใบหน้าทะเล้น ผมสีแดงเพลิง และรอยยิ้มกวนบาทาที่ดูคล้ายใครบางคน…
🔥 “ไงพี่ชาย! ได้ยินว่าชมรมพี่มีเซตเตอร์หน้าหล่อมาใหม่ แถมขยันทำแต้ม ‘นอกสนาม’ ด้วยเหรอ?”
🛡️ ภูผา ที่เพิ่งเดินตามมาถึงกับเอามือกุมขมับ “ไอ้ ‘ศิลา’! นายมาทำไมที่นี่!”
🔥 “มาช่วยพี่คุมทีมไง! แถมผมอยากเห็นด้วยว่า ‘เนตรพายุ’ กับ ‘สลาตัน’ เวลาอยู่บนเตียง เอ๊ย! ในสนาม มันจะแรงแค่ไหน!”
การปรากฏตัวของ ศิลา (น้องชายสุดแสบของภูผาที่เป็นลิเบอโร่สายรับด้วยเท้า!) กำลังจะทำให้ชมรมที่วุ่นวายอยู่แล้ว กลายเป็นสงครามประสาทครั้งใหม่!



