ท่ามกลางเสียงฉลองความสำเร็จของชมรมวอลเลย์บอลที่ร้านหมูกระทะหน้ามหาวิทยาลัย เสียงโทรศัพท์ของคิรินก็ดังแทรกขึ้นมา มือที่กำลังคีบตะเกียบชะงักค้างเมื่อเห็นชื่อผู้โทร… ‘โรงพยาบาล’
“ธันวา… พี่คิระฟื้นแล้ว”
เพียงประโยคเดียว บรรยากาศรื่นเริงก็เงียบกริบลงทันที ธันวาวางแก้วน้ำลง นัยน์ตาสีน้ำเงินสั่นไหวเล็กน้อย เขารู้ดีว่าการฟื้นของคิระคือปาฏิหาริย์ที่คิรินรอคอย แต่มันก็คือจุดเริ่มต้นของพายุลูกใหม่เช่นกัน
ณ ห้องพักฟื้นพิเศษ
กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อยังคงเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือร่างที่เคยนอนนิ่งบนเตียง บัดนี้กลับยันตัวนั่งพิงหมอนอยู่ ใบหน้าของ คิระ เหมือนกับคิรินราวกับแกะ แต่นัยน์ตาของคิระนั้นดูนุ่มนวลและอ่อนโยนกว่ามาก
“พี่ครับ…” คิรินเดินเข้าไปหาด้วยเสียงสั่นเครือ
คิระค่อยๆ หันมามอง เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะคลี่ยิ้มจางๆ 🕊️ “คิรินเหรอ… โตขึ้นเยอะเลยนะ”
แต่แล้วสายตาของคิระก็เคลื่อนไปหยุดอยู่ที่ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างหลังคิริน ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นด้วยความดีใจอย่างปิดไม่มิด 🕊️ “ธันวา… นายมาหาฉันจริงๆ ด้วย สัญญาของเรา… นายยังจำได้ใช่ไหม?”
ธันวาถึงกับยืนนิ่งเป็นหิน 🦊 “สัญญา… อะไรนะครับ?”
🕊️ “ก็ก่อนอุบัติเหตุไง ที่นายบอกว่าถ้าฉันชนะการแข่งชิงแชมป์ประเทศ นายจะยอม…” คิระพูดพลางหน้าแดงจางๆ “ยอมเป็นแฟนกับฉัน”
ความเงียบที่น่าอึดอัดเข้าปกคลุมห้องทันที คิรินหันไปมองธันวาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม ในขณะที่ธันวาเองก็พยายามรื้อฟื้นความจำ พลัง Eye of the Storm พยายามฉายภาพอดีต… ใช่ ในตอนนั้นเขาเป็นเพื่อนสนิทกับคิระ และคิระเคยสารภาพรักกับเขาจริง แต่มันเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนที่อุบัติเหตุจะเกิดขึ้น และเขาเองก็ยังไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจน
“คนไข้มีความทรงจำสับสนเล็กน้อยครับ” คุณหมอเดินเข้ามาอธิบายเบาๆ “เขายังคิดว่าตัวเองอยู่ในช่วงก่อนอุบัติเหตุ และสมองอาจสร้างกลไกป้องกันตัวโดยการยึดเหนี่ยวกับสิ่งที่เขารู้สึกดีที่สุดไว้ เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายอยากมีชีวิตอยู่”
พ่อของคิรินที่ยืนอยู่มุมห้องเดินเข้ามาตบไหล่คิริน 👔 “เห็นไหม… คิระฟันฝ่ามาได้เพื่อสิ่งนี้ คิริน… ในฐานะน้องชาย แกต้องช่วยให้พี่แกหายดี อย่าเพิ่งบอกเรื่องความสัมพันธ์ของแกกับธันวาตอนนี้เด็ดขาด ถ้าคิระกระทบกระเทือนใจจนทรุดลงไปอีก ฉันไม่ยกโทษให้แกแน่”
00:30 น. หน้าโรงพยาบาล
ลมกลางคืนพัดมาหอบใหญ่ แต่ไม่ได้ช่วยให้หัวใจของคนสองคนเย็นลงเลย
“คิริน… ฟังฉันนะ เรื่องสัญญาตอนนั้นมัน…”
“ไม่ต้องอธิบายหรอกธันวา” คิรินพูดยัดเยียด พลางก้มหน้ามองปลายเท้าตัวเอง “เขาคือพี่ชายฉัน… เขาเสียนอนเป็นผักมาสองปีเพราะวอลเลย์บอล เพราะความคาดหวังของพ่อ ถ้าการที่นาย ‘ทำตัวเป็นแฟน’ เขาแล้วจะทำให้เขาหายเร็วขึ้น… ฉันก็ไม่มีสิทธิ์ห้าม”
“นายจะบ้าเหรอ! แล้วเราล่ะ? สัญญาที่ห้อง 404 ของเราล่ะ!” ธันวาคว้าไหล่คิรินพยายามจะดึงสติ
“ห้อง 404 มันคือเรื่องของคิรินกับธันวา…” คิรินเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาแดงก่ำมีน้ำตาคลอ “แต่วันนี้… ฉันต้องเป็นน้องชายที่กตัญญู นายเองก็เห็นสายตาพ่อใช่ไหม? ถ้าฉันพรากสิ่งที่พี่หวังไปอีก พ่อได้ฆ่าฉันแน่”
คิรินแกะมือธันวาออกอย่างแผ่วเบาแต่เด็ดขาด 🦁 “ขอร้องล่ะ… จนกว่าพี่คิระจะออกจากโรงพยาบาลได้ ช่วยเป็น ‘ธันวาของคิระ’ ให้ที”
หลายวันต่อมา ณ ชมรมวอลเลย์บอล
บรรยากาศในทีมตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด ธันวากลายเป็นคนเหม่อลอย เซตบอลพลาดจนศิลาต้องกระโดดเอาเท้าไปเซฟจนตัวโยนหลายครั้ง
“โหพี่! เซตแบบนี้ผมเอาหัวโหม่งแทนแล้วนะ!” ศิลาบ่น พลางหันไปกระซิบกับพี่ชาย “พี่ภู… ผมว่า ‘คู่รักสลาตัน’ เขาเจอพายุเกย์ถล่มแล้วว่ะ พี่คิรินก็เอาแต่ซ้อมจนมือแตก ไม่พูดไม่จาเลย”
“เรื่องของพี่น้อง บางทีเราคนนอกก็ช่วยอะไรไม่ได้มากหรอกศิลา” ภูผาถอนหายใจ พลางมองธันวาที่เดินเลี่ยงไปรับโทรศัพท์คิระที่โทรมาตามให้ไปหาที่โรงพยาบาลอีกแล้ว
“ครับคิระ… เดี๋ยวเย็นนี้ผมไปอ่านหนังสือให้ฟังนะ”
ธันวาวางสายด้วยสีหน้าอมทุกข์ เขาหันไปสบตากับคิรินที่กำลังยกถังน้ำเดินผ่านไป ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรกัน แต่สายตาที่สื่อสารออกมานั้นมันเจ็บปวดกว่าคำด่านับพันคำ
🌪️ แต่ในความมืดมิดนั้น พลังเนตรพายุของธันวากลับเริ่มสังเกตเห็นบางอย่าง… เขาสังเกตเห็นว่าเวลาคิระอยู่กับเขา คิระมักจะแอบดูข่าวกีฬาวอลเลย์บอลที่มีคิรินเป็นเอสหลัก และแววตาของคิระตอนมองน้องชายในทีวีนั้น… มันไม่ใช่แค่ความภูมิใจ แต่มันคือ ‘การวางแผน’ บางอย่าง
หรือว่าพี่ชายอัจฉริยะคนนี้ กำลังเล่นเกมอะไรกับพวกเขาอยู่?



