HomeChapterบทที่ 12 : สมการความรักและตัวแปรที่แก้ไม่ได้

บทที่ 12 : สมการความรักและตัวแปรที่แก้ไม่ได้

ช่วงสอบมิดเทอมคือช่วงเวลานรกแตกสำหรับนักศึกษาทุกคน โดยเฉพาะกับ “น้ำเหนือ” เฟรชชี่คณะบริหารฯ ที่กำลังนั่งเอามือกุมขมับอยู่หน้ากองชีทวิชา ‘แคลคูลัสธุรกิจ’ ในห้องสมุดกลาง

“ตาย… กูตายแน่ๆ…” น้ำเหนือครวญครางเสียงเบา “ตัวเลขพวกนี้มันภาษาต่างดาวชัดๆ ดิฟ (Diff) อะไร อินทิเกรต (Integrate) อะไร กูจะเอาไปใช้ตอนขายของรึไงวะ!”

“มึงบ่นมาสิบรอบแล้วนะเหนือ” จี้ที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ฝั่งตรงข้ามเงยหน้าขึ้นมามอง “ถ้าบ่นแล้วเกรดมันงอกขึ้นมา กูจะช่วยบ่นด้วย แต่นี่อ่านไม่เข้าหัวเลยโว้ย!”

“ก็กูไม่เข้าใจนี่หว่า! ใครก็ได้ช่วยกูที!” น้ำเหนือฟุบหน้าลงกับโต๊ะอย่างหมดอาลัยตายอยาก

ปึก!

หนังสือเล่มหนาปกแข็งวางกระแทกลงบนโต๊ะข้างหัวน้ำเหนือเสียงดังฟังชัด ตามด้วยกลิ่นสบู่มินต์ที่คุ้นเคย

“เสียงดังรบกวนชาวบ้าน ไร้มารยาท”

น้ำเหนือเงยหน้าขึ้นขวับ เจอเข้ากับ “แมง” ที่ยืนตีหน้านิ่งอยู่ วันนี้แมงใส่แว่นสายตากรอบบางสีเงินที่ทำให้ลุคดูฉลาดและดุขึ้นเป็นกอง แขนขวายังคงใส่เฝือกอ่อน แต่ดูคล่องตัวขึ้นเยอะ

“อ้าวแมง! มาไงเนี่ย?”

“เดินมา” แมงตอบกวนๆ ลากเก้าอี้มานั่งลงข้างๆ น้ำเหนืออย่างถือวิสาสะ “ได้ยินเสียงคนโง่โวยวายมาตั้งแต่หน้าประตู เลยเดินมาดู”

“ปากหมา! กูแค่บ่นเรื่องเลข!” น้ำเหนือเบะปาก “เด็กวิทย์อย่างมึงจะไปเข้าใจอะไร พวกมึงมันกินตัวเลขเป็นอาหารอยู่แล้วนี่”

แมงปรายตามองชีทแคลคูลัสตรงหน้าน้ำเหนือ แว่นตาสะท้อนแสงไฟวูบวาบดูน่าเกรงขาม เขาใช้มือซ้ายหยิบปากกาของน้ำเหนือขึ้นมาวงกลมจุดหนึ่งในสมการ

“บรรทัดนี้ผิด” แมงพูดเรียบๆ “มึงดิฟไส้ไม่หมด แล้วก็ลืมบวกค่า C ตอนอินทิเกรต… พื้นฐานแค่นี้ยังผิด ตกแน่นอน”

“โห… แทงใจดำ!” น้ำเหนือหน้ามุ่ย “ก็คนมันไม่เก่งอะ! จะให้ทำไง!”

“ไม่เก่งก็ต้องฟัง ไม่ใช่เอาแต่บ่น” แมงขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้จนไหล่ชนกัน “มานี่ เดี๋ยวสอนให้”

“ห๊ะ? มึงเนี่ยนะ?” น้ำเหนือตาโต “มึงเจ็บแขนอยู่นะ”

“สมองกูไม่ได้เจ็บ ปากกูก็ยังดีอยู่” แมงใช้ปากกาด้ามเดิมเคาะหัวน้ำเหนือเบาๆ “ตั้งใจฟัง กูพูดรอบเดียว ใครตามไม่ทันกูจะดีดหน้าผาก”

1 ชั่วโมงผ่านไป

บรรยากาศการติวเข้มข้นยิ่งกว่ากาแฟเอสเพรสโซ่ แมงในโหมด ‘ติวเตอร์จำเป็น’ นั้นดุและเฮี้ยบยิ่งกว่าตอนเป็นโค้ชซอฟต์บอลเสียอีก

“ผิด” แมงพูดสั้นๆ “ลบ แก้ใหม่”

“โห แมง… อันนี้ขอกดเครื่องคิดเลขไม่ได้เหรอ?”

“ไม่ได้ เลขแค่นี้คิดในใจยังได้เลย ฝึกสมองบ้าง อย่าให้รอยหยักมันหายไปหมด”

ถึงปากจะบ่นจะดุ แต่น้ำเหนือกลับปฏิเสธไม่ได้เลยว่า แมงสอนเก่งมาก… หมอนี่อธิบายเรื่องยากๆ ให้กลายเป็นเรื่องเข้าใจง่ายด้วยการเปรียบเทียบกับเรื่องใกล้ตัว (ส่วนใหญ่เปรียบเทียบกับของกิน หรือไม่ก็การขว้างลูกบอล)

“เข้าใจยัง?” แมงถามหลังจากอธิบายจบข้อที่สิบ

“อ๋อ! เข้าใจแล้ว!” น้ำเหนือตาเป็นประกาย รีบเขียนคำตอบยิกๆ “เชี่ย… มึงโคตรเก่งเลยว่ะแมง! สอนรู้เรื่องกว่าอาจารย์ที่คณะอีก!”

แมงยักไหล่ “ก็มึงหัวช้า กูเลยต้องสอนแบบอนุบาล”

“ชมกูสักคำมันจะตายมั้ยฮะ!” น้ำเหนือแยกเขี้ยวใส่ แต่ในใจกลับพองโตด้วยความชื่นชม

จังหวะหนึ่ง แมงขยับตัวเข้ามาเพื่อเขียนตัวอย่างโจทย์ข้อใหม่ลงในกระดาษ เนื่องจากเขาใช้มือซ้ายเขียน (ซึ่งน้ำเหนือเพิ่งรู้ว่าแมงเขียนหนังสือได้ทั้งสองมือ!) ตัวหนังสืออาจจะหวัดนิดหน่อย แต่ก็อ่านรู้เรื่อง

ใบหน้าของแมงอยู่ใกล้มาก… ใกล้จนน้ำเหนือเห็นแพขนตายาวๆ ภายใต้กรอบแว่นชัดเจน กลิ่นกายหอมเย็นๆ ทำเอาสมาธิเริ่มกระเจิง

“มองโจทย์” แมงพูดขึ้นทั้งที่ตายังจ้องกระดาษ “มองหน้ากูแล้วแก้สมการออกไหม?”

“ก…ก็หน้ามึงบัง!” น้ำเหนือแก้ตัวน้ำขุ่นๆ “แล้วทำไมมึงเก่งจังวะ เขียนมือซ้ายก็ได้ด้วย?”

“ฝึกไว้” แมงตอบเรียบๆ “ตอนเด็กๆ เคยแขนหักข้างขวาเหมือนกัน เลยหัดใช้มือซ้าย… ชีวิตต้องมีแผนสำรองเสมอ เผื่อวันไหนตัวหลักใช้งานไม่ได้”

น้ำเหนือนิ่งไป นึกถึงความพยายามของคนตรงหน้า กว่าจะเก่งขนาดนี้ ต้องผ่านอะไรมาเยอะสินะ

“เก่งว่ะ…” น้ำเหนือหลุดปากชมออกมาจากใจจริง “มึงนี่… เท่ชะมัด”

แมงชะงักมือที่กำลังเขียน เขาค่อยๆ หันมาสบตากับน้ำเหนือช้าๆ มุมปากยกยิ้มเจ้าเล่ห์

“เท่ก็จีบสิ”

“ห…ห๊ะ!?” น้ำเหนือหน้าแดงแปร๊ด “บ้า! ใครจะจีบมึง! ปากหมาขนาดนี้!”

“หึ…” แมงหัวเราะในลำคอ ขยับหน้าเข้าไปใกล้อีกนิด “ปากหมา… แต่ก็สอนมึงจนฉลาดขึ้นได้นะ หรือจะเถียง?”

“ม…ไม่เถียงเว้ย!” น้ำเหนือรีบหันหน้าหนี คว้าแก้วน้ำมาดูดแก้เขิน “ติวต่อเลย! อย่าอู้นะอาจารย์!”

แมงมองปฏิกิริยานั้นด้วยความเอ็นดู เขาล้วงกระเป๋าหยิบกล่องป๊อกกี้คู่ใจออกมา (แน่นอนว่ารสสตรอว์เบอร์รี) คาบไว้ในปากแท่งหนึ่ง แล้วยื่นกล่องให้น้ำเหนือ

“รางวัล… สำหรับเด็กโง่ที่เริ่มฉลาดขึ้นนิดนึง”

น้ำเหนือรับกล่องป๊อกกี้มา ยิ้มกว้างจนตาหยี

“ขอบใจนะเว้ย… ทั้งเรื่องติว แล้วก็เรื่องขนม”

“อือ” แมงตอบรับสั้นๆ แล้วหันกลับไปสนใจโจทย์เลขต่อ แต่จี้กับโป้งที่แอบมองอยู่สังเกตเห็นชัดเจนว่า… หูของไอ้แมงมันแดงเถือกเลยนี่หว่า!

บรรยากาศรอบโต๊ะติวหนังสืออบอวลไปด้วยความหวานละมุนที่ผสมกับความกวนประสาท เป็นสมการความรักที่แม้แต่แคลคูลัสขั้นสูงก็ยังคำนวณคำตอบไม่ได้

แต่ที่แน่ๆ… “ตัวแปร” ที่ชื่อว่าความหวั่นไหว กำลังเพิ่มค่าขึ้นเรื่อยๆ จนกราฟพุ่งทะลุเพดานไปแล้ว!

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments