HomeChapterบทที่ 14 : ฝนหลงฤดูและคนใจแข็ง

บทที่ 14 : ฝนหลงฤดูและคนใจแข็ง

สามวันแล้ว… ที่โลกของน้ำเหนือกลายเป็นสีเทา

สามวันที่ไม่มีคนคอยด่าว่า “ปัญญาอ่อน” ไม่มีคนแย่งกินขนม และไม่มีคนเดินไปส่งที่หอ แมงหายไปจากวงโคจรชีวิตของน้ำเหนืออย่างสมบูรณ์แบบ เจอหน้าก็เมิน ทักไลน์ก็ไม่อ่าน โทรไปก็ตัดสาย

“ไอ้แมงมันใจแข็งชิบหาย…” จี้ส่ายหัวมองน้ำเหนือที่นั่งเขี่ยข้าวในจานอย่างหมดอาลัยตายอยาก “กูว่ามึงตัดใจเหอะ หาผัวใหม่ง่ายกว่าง้อมัน”

“ไม่เอา…” น้ำเหนือวางช้อนลง เสียงสั่นเครือ “กูผิดเอง กูต้องง้อมันให้ได้”

น้ำเหนือมองออกไปนอกหน้าต่างโรงอาหาร ท้องฟ้ามืดครึ้มผิดปกติทั้งที่เป็นหน้าร้อน เมฆฝนก้อนใหญ่กำลังตั้งเค้าทะมึน ราวกับจะซ้ำเติมความเศร้าของเขา

“กูไปหามันที่คอนโดดีกว่า” น้ำเหนือตัดสินใจคว้าไม้ค้ำยัน

“เฮ้ย! ฝนจะตกนะเว้ย! ขาก็เดี้ยง จะไปลำบากทำไม!” โป้งร้องห้าม

“ลำบากก็ต้องไป! ถ้าไม่ไปวันนี้ กูคงอกแตกตายแน่ๆ”

น้ำเหนือไม่ฟังเสียงทัดทาน เขากระโผลกกระเผลกออกจากโรงอาหาร มุ่งหน้าสู่ป้ายรถเมล์ด้วยหัวใจที่แน่วแน่ ต่อให้ฟ้าถล่มดินทลาย วันนี้เขาต้องได้คุยกับแมงให้รู้เรื่อง!

หน้าล็อบบี้คอนโดของแมง

ฝนตกลงมาจริงๆ และไม่ใช่แค่ตกธรรมดา แต่ตกหนักเหมือนฟ้ารั่ว ลมกรรโชกแรงจนต้นไม้หน้าคอนโดเอนลู่ไปตามลม

น้ำเหนือยืนพิงเสาอยู่ที่หน้าประตูกระจกของล็อบบี้ รปภ. ไม่ยอมให้ขึ้นไปเพราะไม่มีคีย์การ์ดและติดต่อเจ้าของห้องไม่ได้ (แมงไม่รับสาย) เขาเลยต้องยืนรออยู่ข้างล่าง หวังว่าแมงจะลงมาซื้อของ หรือเดินกลับมาจากข้างนอก

เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมง… สองชั่วโมง…

ขาข้างดีเริ่มล้าจนสั่น ส่วนขาข้างเจ็บก็ปวดตุบๆ จากความชื้น น้ำฝนสาดกระเซ็นเข้ามาจนเสื้อนักศึกษาเปียกชุ่มไปครึ่งตัว น้ำเหนือหนาวสั่นปากซีด แต่ตายังจ้องมองไปที่ลิฟต์ไม่วางตา

ติ๊ง!

เสียงลิฟต์ดังขึ้น ประตูเปิดออก

ร่างสูงคุ้นตาเดินออกมา… แมงในชุดเสื้อยืดกางเกงวอร์มใส่อยู่บ้าน เดินก้มหน้ากดโทรศัพท์ออกมาที่ล็อบบี้ ดูเหมือนกำลังจะมารับอาหารเดลิเวอรี่

ทันทีที่เงยหน้าขึ้นมาเห็นสภาพลูกหมาตกน้ำของน้ำเหนือ แมงชะงักกึก โทรศัพท์ในมือแทบจะร่วง

“เหนือ?” แมงเบิกตากว้าง “มึง… มาทำอะไรที่นี่?”

น้ำเหนือยิ้มแห้งๆ ทั้งที่ปากสั่นกึกๆ “มา… มารอง้อมึงไง”

แมงมองสภาพคนตรงหน้า เสื้อเปียกแนบเนื้อ ผมเผ้าลีบแบน ขาข้างหนึ่งใส่เฝือกอ่อน อีกข้างยืนพิงไม้ค้ำยันอย่างหมดแรง ความโกรธที่สั่งสมมาสามวันมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความตกใจและความเป็นห่วงที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาแทน

“มึงบ้าหรือเปล่า!” แมงตะโกนลั่น รีบวิ่งเข้ามาหา “มายืนตากฝนทำไม! ขาเจ็บอยากโดนตัดขาเหรอ!”

“ก็มึงไม่รับสาย…” น้ำเหนือตอบเสียงอ่อย น้ำตาเริ่มคลอเบ้า “รปภ. เขาไม่ให้ขึ้น… กูก็เลยรอ…”

“โว้ยยย! ไอ้เด็กโง่!”

แมงสบถอย่างหัวเสีย แต่การกระทำกลับสวนทาง เขาถอดเสื้อแจ็คเก็ตตัวนอกของตัวเองออก แล้วคลุมหัวให้น้ำเหนือทันที ก่อนจะก้มลงช้อนตัวน้ำเหนือขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาว

“เฮ้ย! แขนมึง!” น้ำเหนือตกใจ รีบเกาะคอแมงไว้ “แขนมึงเจ็บอยู่นะ!”

“หุบปาก!” แมงกัดฟันกรอด ใช้แขนซ้ายรับน้ำหนักส่วนใหญ่ ส่วนแขนขวาที่ใส่เฝือกประคองไว้เบาๆ “เงียบแล้วกอดคอกูแน่นๆ ถ้าดิ้นกูจะโยนทิ้งตรงนี้แหละ!”

แมงอุ้มน้ำเหนือเดินผ่านรปภ. ที่ยืนอ้าปากค้าง เข้าลิฟต์ไปอย่างรวดเร็ว

ห้องของแมง

ตุ้บ!

แมงวางน้ำเหนือลงบนโซฟาอย่างเบามือ (ขัดกับหน้าตาที่บึ้งตึง) แล้วรีบวิ่งไปหยิบผ้าขนหนูผืนใหญ่มาโยนคลุมหัวคนตัวเล็ก

“เช็ดตัว เดี๋ยวนี้” แมงสั่งเสียงเข้ม “เดี๋ยวกูไปเปิดน้ำอุ่น อาบน้ำซะ เดี๋ยวเป็นปอดบวมตายชัก”

น้ำเหนือรับผ้ามาเช็ดผม มองตามหลังแมงที่วิ่งวุ่นเตรียมของให้เขา ทั้งเตรียมชุด เตรียมน้ำหายา

‘ดุชิบหาย… แต่ก็ใจดีชิบหายเหมือนกัน’

เมื่อน้ำเหนืออาบน้ำแต่งตัวเสร็จ (ในเสื้อยืดตัวโคร่งของแมงเหมือนเดิม) ออกมานั่งที่โซฟา แมงก็นั่งรออยู่แล้ว พร้อมกับนมอุ่นๆ หนึ่งแก้ว และกล่องปฐมพยาบาล

“กินนมซะ แล้วยื่นขามา”

น้ำเหนือทำตามอย่างว่าง่าย ยื่นขาข้างเจ็บให้แมง

แมงแกะผ้าล็อกอันเก่าที่ชื้นชื้นออก แล้วบรรจงทายาและพันอันใหม่ให้อย่างชำนาญ สัมผัสจากมือแมงอุ่นวาบไปถึงหัวใจน้ำเหนือ

“แมง…” น้ำเหนือเรียกเบาๆ

“อะไร?” แมงตอบโดยไม่เงยหน้า

“หายโกรธกูยัง?”

แมงชะงักมือ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วเงยหน้าขึ้นมาสบตา

“กูไม่ได้โกรธมึงที่มึงเจ็บ” แมงพูดเสียงนิ่งแต่จริงจัง “แต่กูโกรธที่มึงไม่รักตัวเอง… กูอุตส่าห์เอาแขนแลกมาเพื่อไม่ให้มึงเจ็บ แต่มึงกลับทำตัวเองเจ็บง่ายๆ เหมือนสิ่งที่กูทำมันไร้ค่า”

น้ำเหนือน้ำตาไหลพรากทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น

“ขอโทษ… ฮึก… กูขอโทษจริงๆ กูแค่อยากเก่งขึ้น… กูไม่อยากเป็นภาระมึง…”

“ภาระบ้าบออะไร” แมงขยับขึ้นมานั่งข้างๆ ใช้นิ้วโป้งปาดน้ำตาให้อย่างเบามือ “การดูแลมึงไม่ใช่ภาระ… แต่มันเป็นหน้าที่กู”

“หน้าที่อะไรวะ… บัดดี้เหรอ?” น้ำเหนือสะอื้น

“ช่างแม่งเหอะว่าหน้าที่อะไร” แมงขยี้ผมน้ำเหนือจนยุ่ง “รู้แค่ว่า ถ้ามึงเจ็บ กูเจ็บกว่า… เพราะงั้นห้ามเจ็บอีก เข้าใจไหม?”

น้ำเหนือพยักหน้าหงึกหงัก โผเข้ากอดเอวแมงแน่น ซุกหน้าลงกับอกอุ่นๆ ร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อาย

“ฮือออ ไอ้แมงบ้า! ดุชิบหาย! แต่กูก็รักมึงนะเว้ย!”

แมงตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะกับคำสารภาพแบบหลุดปากของเด็กขี้แย เขาค่อยๆ ยกแขนซ้ายขึ้นกอดตอบ ลูบหลังปลอบโยนคนในอ้อมกอด

“เออ… รู้แล้ว” แมงกระซิบเสียงแผ่ว มุมปากยกยิ้มกว้างที่น้ำเหนือมองไม่เห็น “รักเหมือนกัน… ไอ้ตัวภาระ”

เสียงฝนข้างนอกยังคงตกหนัก แต่ในห้องนี้… พายุได้สงบลงแล้ว เหลือไว้เพียงความอบอุ่นของคนสองคนที่กอดกันกลมอยู่บนโซฟา

คืนนี้คงไม่ต้องนอนพื้นแล้วสินะ…

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted