ปักษาวายุร่อนลงจอดอย่างเงียบเชียบท่ามกลางกองภูเขาขยะโลหะที่ส่งกลิ่นเหม็นไหม้และน้ำมันเครื่อง นี่คือ ‘สุสานหุ่นพยนต์’ เขตชายขอบของนครมัตตรา ที่ซึ่งเศษเหล็กไร้ค่าและซากหุ่นที่พังเสียหายถูกนำมาทิ้งทับถมกันจนสูงเสียดฟ้า
“ยินดีต้อนรับสู่บ้านของข้า…” เจ้าชายคีรีเอ่ยด้วยน้ำเสียงขมขื่น ขณะกระโดดลงจากหลังนกยักษ์ “หรือสิ่งที่เหลืออยู่ของมัน”
พรานเข้มและนลินก้าวลงสู่พื้นดินที่เปรอะเปื้อนด้วยคราบน้ำมันสีดำ ท้องฟ้าเหนือเมืองนี้มิใช่สีฟ้าคราม แต่เป็นสีเทาหม่นจากการถูกปกคลุมด้วยควันพิษจากปล่องโรงงานนับพันที่พ่นเขม่าออกมาตลอดเวลา แสงอาทิตย์ส่องลงมาได้เพียงสลัวๆ ทำให้เมืองทั้งเมืองดูเหมือนตกอยู่ในยามโพล้เพล้ตลอดกาล
“นี่น่ะหรือ… นครที่เจริญรุ่งเรืองด้วยปัญญา” นลินพึมพำ ยกมือปิดจมูก “ข้าได้กลิ่นแต่ความตายและการกดขี่”
“ตามข้ามา… ใส่เสื้อคลุมนี้ไว้ อย่าให้ใครเห็นปีกของท่าน หรือรอยสักของพี่เข้ม” คีรีโยนผ้าคลุมสีมอซอเปื้อนคราบน้ำมันให้ทั้งสอง “เราจะเข้าเมืองผ่านทาง ‘ท่อระบายน้ำใต้ดิน’ เพื่อไปหาคนคนหนึ่ง… คนเดียวที่จะเล่าความจริงให้พวกท่านฟังได้”
…
เขตเมืองชั้นล่าง (The Slums)
เมื่อโผล่พ้นท่อระบายน้ำขึ้นมา ภาพที่ปรากฏแก่สายตาทำเอาเข้มต้องกำหมัดแน่น บ้านเรือนในเขตนี้สร้างจากสังกะสีและแผ่นเหล็กสนิมเขรอะแออัดยัดเยียด ผู้คนเดินขวักไขว่ด้วยสีหน้าไร้วิญญาณ แต่สิ่งที่น่าสยดสยองคือ ร่างกาย ของพวกเขา
ชายแก่คนหนึ่งมีแขนขวาเป็นท่อเหล็กที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด เด็กน้อยวิ่งเล่นโดยมีขาข้างหนึ่งเป็นสปริงสนิมเกรอะ หญิงสาวขายดอกไม้มีดวงตาข้างหนึ่งเป็นเลนส์แก้วที่หมุนปรับโฟกัสตลอดเวลา
“ทำไม…” เข้มกระซิบถาม “ทำไมพวกเขาถึงมีสภาพแบบนี้?”
“ภาษีเลือด…” คีรีตอบเสียงลอดไรฟัน “ท่านพ่อ… พญาจันทรคราส ออกกฎหมาย ‘ภาษีอวัยวะ’ ใครไม่มีเงินจ่ายภาษี ต้องตัดอวัยวะมาขายให้หลวงเพื่อนำไปสร้าง ‘ทหารหุ่นพยนต์’ แล้วใส่เศษเหล็กราคาถูกเข้าไปแทนที่… ร่างกายของประชาชน คือวัตถุดิบของกองทัพ”
นลินเบือนหน้าหนีด้วยความสะเทือนใจ “โหดร้ายเกินไปแล้ว… นี่มันนรกบนดินชัดๆ”
คีรีพาพวกเขาลัดเลาะไปตามตรอกแคบๆ จนมาหยุดที่หน้าร้านขายของเก่าซอมซ่อแห่งหนึ่ง ป้ายหน้าร้านเขียนว่า ‘ร้านซ่อมนาฬิกาแห่งกาลเวลา’
ก๊อก… ก๊อก-ก๊อก… ก๊อก
คีรีเคาะประตูเป็นจังหวะลับ ประตูไม้บานเก่าค่อยๆ แง้มออก เผยให้เห็นชายชราผมขาวโพลน สวมแว่นตาขยายข้างเดียว นั่งอยู่ท่ามกลางกองเฟืองนาฬิกา
“เจ้าชายคีรี…” ชายชราอุทาน เบิกตากว้าง “พระองค์กลับมาทำไม! โหรวิษณุกำลังพลิกแผ่นดินหาตัวพระองค์!”
“ข้าพามิตรมา ลุงทองอิน… มิตรที่จะช่วยปลดปล่อยเมืองของเรา” คีรีดันเข้มและนลินเข้าไปในร้าน แล้วรีบลงกลอนประตู
‘ทองอิน’ อดีตแม่ทัพใหญ่ผู้ภักดีที่ถูกปลดประจำการและเนรเทศมาอยู่สลัม เขาจ้องมองเข้มและนลินด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์ “พรานป่า… กับกินนร? นี่พระองค์หวังพึ่งปาฏิหาริย์จากนิทานงั้นรึ?”
“พวกเขาคือความหวังเดียว ลุงทองอิน” คีรีเสียงแข็ง “เล่าความจริงให้พวกเขาฟังเถิด… เรื่อง ‘กบฏสุริยคราส’ เมื่อ 20 ปีก่อน และความลับของ ‘หัวใจจักรกล'”
ทองอินถอนหายใจยาว เดินไปที่รูปวาดเก่าๆ บนผนังที่ถูกผ้าคลุมปิดไว้ เมื่อกระชากผ้าออก เผยให้เห็นภาพวาดของกษัตริย์สองพี่น้องยืนเคียงคู่กัน คนพี่ สง่างามดั่งพระอาทิตย์ (พญาสุริยกาล) คนน้อง ดูลึกลับและริษยา (พญาจันทรคราส – พ่อของคีรี)
“เมื่อ 20 ปีก่อน… นครมัตตราปกครองโดย ‘พญาสุริยกาล’ กษัตริย์ผู้เปี่ยมด้วยทศพิธราชธรรม พระองค์ใช้พลังอาคมบริสุทธิ์ในการขับเคลื่อนเมือง ร่วมกับธรรมชาติ” ทองอินเริ่มเล่า
“แต่พระอนุชา… พญาจันทรคราส ถูกครอบงำโดย ‘โหรวิษณุ’ พ่อมดต่างถิ่นที่นำวิทยาการเครื่องจักรไอน้ำเข้ามา วิษณุเป่าหูว่าพลังธรรมชาติมันล้าสมัย เครื่องจักรต่างหากคืออำนาจที่แท้จริง”
“ในคืนเดือนดับ… จันทรคราสก่อกบฏ สังหารพี่ชายตัวเองอย่างเลือดเย็น และจับราชินีที่กำลังทรงพระครรภ์ไปขังไว้”
เข้มขมวดคิ้ว “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับหัวใจจักรกล?”
ทองอินหันมาสบตาเข้ม แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว “เกี่ยวสิ… เพราะเครื่องจักรที่ทรงพลังที่สุดที่วิษณุสร้างขึ้น ‘หัวใจจักรกล’ (The Core) ที่ใช้จ่ายพลังงานให้หุ่นพยนต์ทั้งเมือง… มันไม่ได้ใช้ฟืนหรือถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง…”
ทองอินกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ “แต่มันใช้ ‘หัวใจที่ยังมีชีวิต’ ของพญาสุริยกาล… หัวใจของกษัตริย์ผู้ทรงธรรมที่ถูกควักออกมาทั้งที่ยังเต้นอยู่ ใส่เข้าไปในตู้กระจกกลางเมือง เชื่อมต่อกับท่อสายยางนับพัน เพื่อสูบฉีดพลังอาคมของพระองค์ไปหล่อเลี้ยงเมืองปีศาจแห่งนี้!”
“อุบาทว์ชาติชั่ว!” เข้มทุบกำแพงดังปัง เลือดในกายเดือดพล่าน
“และที่น่ากลัวกว่านั้น…” ทองอินหันไปมองเจ้าชายคีรีด้วยสายตาสงสารจับใจ “เจ้าชาย… พระองค์รู้หรือไม่ว่าทำไมพระองค์ถึงยังรอดชีวิตมาได้ ทั้งที่โหรวิษณุเกลียดชังสายเลือดเก่า?”
คีรีหน้าซีดเผือด “เพราะ… เพราะข้าเป็นลูกของท่านพ่อจันทรคราส?”
“ไม่ใช่พะย่ะค่ะ…” ทองอินส่ายหน้าช้าๆ น้ำตาคลอเบ้า “พญาจันทรคราสเป็นหมัน… พระองค์ไม่มีน้ำยาพอจะมีทายาท… พระองค์ คีรี… ท่านคือบุตรชายของพญาสุริยกาล ที่เกิดในคุกมืด! ท่านจันทรคราสเลี้ยงท่านไว้ ไม่ใช่เพราะรัก แต่เพราะเลือดของท่าน… คือ ‘กุญแจสำรอง’ ที่จะใช้เปลี่ยนถ่ายเมื่อหัวใจดวงเก่าของพ่อท่านหมดพลังลง!”
ความจริงกระแทกใส่หน้าคีรีราวกับค้อนปอนด์ เด็กหนุ่มทรุดฮวบลงกับพื้น ตัวสั่นเทา โลกทั้งใบพังทลายลงในพริบตา พ่อที่เขาพยายามพิสูจน์ตัวเองให้ยอมรับมาตลอด… คืออาที่ฆ่าพ่อแท้ๆ และเตรียมจะเชือดเขาเป็นเชื้อเพลิงชิ้นต่อไป
“ไม่จริง… ไม่จริง…” คีรีพร่ำเพ้อ
นลินรีบเข้าไปโอบกอดเด็กหนุ่มไว้ “ตั้งสติคีรี! เจ้าร้องไห้ได้… แต่อย่าเพิ่งแตกสลาย ตอนนี้เจ้ารู้แล้วว่าเจ้าคือใคร และศัตรูที่แท้จริงคือใคร”
เข้มเดินเข้ามาวางมือหนักๆ บนบ่าของเจ้าชายหนุ่ม “เลือดกษัตริย์ไม่ได้วัดกันที่บัลลังก์ที่เจ้านั่ง… แต่วัดกันที่การกระทำของเจ้า คีรี… ถ้าเจ้าอยากล้างแค้นให้พ่อ และปลดปล่อยแม่เจ้าที่อาจจะยังถูกขังอยู่… ลุกขึ้นสู้กับข้า”
คีรีเงยหน้าขึ้น แววตาที่เคยสับสนแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นและเพลิงแค้นที่ลุกโชน “ลุงทองอิน… พาพวกเราไปที่ห้องเครื่องจักรหลวง… ข้าจะไปทำลายหัวใจจักรกลนั่น และส่งวิญญาณท่านพ่อสุริยกาลสู่สุคติ… ต่อให้ต้องแลกด้วยการที่เมืองนี้จะพังพินาศก็ตาม!”
“ช้าก่อน…” เสียงเย็นยะเยือกดังขึ้นจากเงามืดหลังร้าน
ปัง!!
ประตูร้านถูกพังเข้ามาด้วยแรงระเบิด หุ่นพยนต์ทหารองครักษ์นับสิบตัวพุ่งเข้ามาพร้อมปืนไอน้ำ และเบื้องหลังหุ่นเหล่านั้น คือร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีม่วง… โหรวิษณุ
“ช่างเป็นฉากละครน้ำเน่าที่น่าประทับใจ…” โหรวิษณุแสยะยิ้ม ดวงตาข้างหนึ่งเป็นจักรกลหมุนติ้ว “ข้ากะแล้วว่าหนูสกปรกอย่างทองอินต้องซ่อนตัวอยู่ที่นี่… และขอบใจนะเจ้าชายโง่เง่า ที่พา ‘เครื่องบรรณาการ’ มาให้ข้าถึงที่”
วิษณุมองไปที่นลินด้วยสายตาโลมเลีย “เลือดกินนรสายเลือดเทพ… บวกกับเลือดของทายาทสุริยกาล… โอ้… ข้าจะสร้างพระเจ้าองค์ใหม่ได้เลยทีเดียว”
“หนีไป!” ทองอินตะโกน คว้าปืนลูกซองโบราณขึ้นมายิงใส่หุ่นพยนต์เพื่อเปิดทาง “เจ้าชาย! พาพวกเขาหนีไปทางลับใต้ดิน! ข้าจะถ่วงเวลาให้!”
“ลุงทองอิน!” คีรีร้องลั่น
“ไป!!” ทองอินกระโจนเข้าใส่กลุ่มทหารหุ่นยนต์ ระเบิดตัวเองด้วยระเบิดมือที่ซ่อนไว้
ตูม!!!
แรงระเบิดทำให้ร้านพังถล่มลงมาเป็นแถบ ฝุ่นควันฟุ้งกระจาย เข้มกระชากแขนคีรีและนลิน วิ่งฝ่าเศษซากลงไปยังประตูลับที่พื้นห้อง ขณะที่เสียงหัวเราะชั่วร้ายของโหรวิษณุดังไล่หลังมา
“วิ่งไปเถอะเหล่าหนูตัวน้อย… ในนครสนิมแห่งนี้ ไม่มีที่ไหนที่ดวงตาของข้ามองไม่เห็น!”
การต่อสู้เพื่อชิงบัลลังก์เลือด และการปลดปล่อยนครมัตตรา ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว… ภายใต้เงาของแผนการทรยศซ้อนทรยศที่แม้แต่พญาจันทรคราสเองก็อาจจะไม่รู้ตัวว่า ตนเองก็เป็นเพียงหุ่นเชิดตัวหนึ่งในกระดานของโหรวิษณุเช่นกัน



