HomeChapterบทที่ ๑๖ : พันธมิตรในเงามืดและศัสตราอาคม

บทที่ ๑๖ : พันธมิตรในเงามืดและศัสตราอาคม

เสียงระเบิดกัมปนาทจากร้านของลุงทองอินยังคงดังก้องสะท้อนอยู่ในอุโมงค์ระบายน้ำที่มืดมิดและเหม็นอับ ฝุ่นผงร่วงกราวลงมาจากเพดานอุโมงค์ราวกับน้ำตาของแผ่นดิน

เจ้าชายคีรีวิ่งนำหน้าด้วยใบหน้าที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตาและเขม่าควัน เขาพาพรานเข้มและนลินลัดเลาะไปตามเส้นทางที่สลับซับซ้อนราวกับเขาวงกต ผ่านท่อส่งไอน้ำที่รั่วซึมและกองขยะโลหะ จนกระทั่งมาถึงประตูเหล็กบานหนาที่ซ่อนอยู่หลังม่านน้ำเสีย

คีรีหมุนวาล์วรหัสสามรอบ ประตูเหล็กส่งเสียงครืดคราดก่อนจะเปิดออก เผยให้เห็นห้องโถงขนาดใหญ่ที่ซ่อนอยู่ใต้ดิน

“นี่คือห้องทดลองลับของข้า…” คีรีเอ่ยเสียงแผ่ว “ที่ซึ่งข้าเตรียมการปฏิวัติเงียบๆ มาตลอด”

ภายในห้องเต็มไปด้วยแบบแปลนกระดาษไขที่แปะเต็มผนัง ชิ้นส่วนหุ่นยนต์ที่ถูกถอดแยกชิ้น และโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยเครื่องมือช่าง แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือ ‘แผนที่โฮโลแกรม’ (ฉายภาพด้วยระบบกระจกเงาและแสงเทียน) ที่แสดงผังเมืองนครมัตตราทั้งเมือง

“เราไม่มีเวลาเสียใจให้ลุงทองอินแล้ว…” คีรีปาดน้ำตา หันมามองเข้มและนลินด้วยแววตาที่แข็งกร้าวขึ้น “โหรวิษณุรู้แล้วว่าพวกท่านอยู่ที่นี่ มันคงส่ง ‘หน่วยล่าสังหารเงา’ ออกมาแน่ เราต้องบุกไปที่ห้องเครื่องจักรหลวงก่อนรุ่งสาง”

“แต่ปืนกับมีดของข้าทำอะไรเกราะพวกมันไม่ได้” เข้มแย้ง พลางวางปืนคาบศิลาเก่าๆ ลงบนโต๊ะ “เวทมนตร์ของข้าได้ผลกับสิ่งมีชีวิตที่มีวิญญาณ… แต่กับเศษเหล็กพวกนั้น มันเหมือนยิงลม”

คีรีหยิบปืนของเข้มขึ้นมาพิจารณา นิ้วเรียวยาวลูบไล้ไปตามลำกล้องที่มีอักขระขอมจารึกอยู่ “เหล็กพวกนั้นมี ‘ตรรกะ’ ในการทำงานของมัน พี่เข้ม… วิทยาศาสตร์คือความจริงที่พิสูจน์ได้ ส่วนไสยเวทย์ของท่านคืออำนาจที่เหนือธรรมชาติ… ถ้าเราเอามารวมกันล่ะ?”

เด็กหนุ่มกวาดตามองไปรอบห้อง ก่อนจะคว้ากล่องเครื่องมือและชิ้นส่วนโลหะวาววับออกมา “ข้าจะดัดแปลงปืนกระบอกนี้ให้… ข้าจะใส่ ‘ตัวเร่งปฏิกิริยาแรงดันไอน้ำ’ เข้าไป และเปลี่ยนลำกล้องให้รองรับกระสุนที่เจาะทะลุเกราะได้… แต่ข้าต้องการให้ท่านช่วยอะไรอย่างหนึ่ง”

“ว่ามา” เข้มรับคำ

“ข้าต้องการให้ท่านลงอาคมที่ ‘กระสุนหัวเจาะ’ เหล่านี้” คีรีหยิบลูกกระสุนเหล็กกล้าทรงกรวยแหลมออกมาวางเรียง “จารึกอักขระที่รุนแรงที่สุด… อักขระที่จะทำลาย ‘ระบบสั่งการ’ ของหุ่นพยนต์จากภายใน”

เข้มยิ้มมุมปาก “ถ้าเรื่องทำลายล้าง… ข้าถนัด”

เวลาผ่านไปชั่วก้านธูปมอด

บรรยากาศในห้องทดลองเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด คีรีสวมแว่นตาช่างเชื่อม ประกายไฟแลบแปลบปลาบจากการเชื่อมโลหะเข้ากับด้ามปืนไม้สักเก่าแก่ ขณะที่พรานเข้มนั่งขัดสมาธิบริกรรมคาถา ปลายมีดหมอกรีดลงบนหัวกระสุนเหล็กกล้าจนเกิดแสงสีแดงวาบวับ

นลินนั่งเฝ้าดูอยู่ห่างๆ คอยใช้หูทิพย์ฟังความเคลื่อนไหวภายนอก เขาเห็นความร่วมมือที่แปลกประหลาดนี้แล้วอดทึ่งไม่ได้… อดีตกับอนาคต ธรรมชาติกับเทคโนโลยี กำลังหลอมรวมกันเพื่อเป้าหมายเดียวกัน

“เสร็จแล้ว”

คีรีวางอาวุธชิ้นใหม่ลงบนโต๊ะ มันคือปืนคาบศิลาที่ถูกดัดแปลงจนดูดุดันและล้ำยุค ลำกล้องถูกหุ้มด้วยท่อทองเหลืองที่มีขดลวดทองแดงพันรอบ ด้ามจับเสริมด้วยกลไกสปริงซับแรงกระแทก และที่ข้างตัวปืนมีหลอดแก้วบรรจุน้ำมันสีฟ้าเรืองแสงติดตั้งอยู่

“ปืนยันต์จักรกล รุ่นสังหารเทพ” (The Arcane-Tech Blaster)

“ลองดูสิพี่เข้ม” คีรีท้าทาย

เข้มหยิบปืนขึ้นมา น้ำหนักของมันเหมาะมืออย่างเหลือเชื่อ พลังอาคมในตัวปืนประสานเข้ากับระบบกลไกจนเกิดเสียง หึ่งๆ เบาๆ “เยี่ยม… รู้สึกเหมือนถือสายฟ้าไว้ในมือ”

“ส่วนท่านนลิน…” คีรีหันไปหยิบอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายหูฟังครอบหูทำจากโลหะเบาและมีไมโครโฟนทรงปากแตรเล็กๆ ยื่นออกมา “ข้ารู้ว่าท่านมีพลังเสียง… เจ้านี่คือ ‘เครื่องขยายคลื่นเสียงสะท้อน’ มันจะช่วยรวมศูนย์เสียงของท่านให้เป็นลำแสง… แทนที่จะกระจายออกกว้าง ท่านจะสามารถใช้เสียง ‘ตัด’ เหล็กได้เหมือนใบมีด”

นลินรับมาสวม แววตาเป็นประกาย “ขอบใจเจ้ามาก คีรี”

“เอาล่ะ… มาดูแผนกัน”

คีรีเปิดแผนที่โฮโลแกรม ชี้ไปที่จุดกึ่งกลางของพระราชวังที่มีแสงสีแดงกะพริบเตือน “นี่คือ ‘ห้องหทัยจักรกล’ (The Core Chamber) ที่เก็บหัวใจพ่อข้าไว้… ทางเข้าหลักมีการคุ้มกันแน่นหนา แต่มีทางหนึ่งที่ไม่มีใครนึกถึง…”

นิ้วของคีรีลากเส้นไปตามท่อขนาดใหญ่ที่พาดผ่านกำแพงเมือง “ท่อระบายควันพิษ… ในช่วงเวลาตีสาม เครื่องจักรจะทำการ ‘ระบายความร้อน’ ระบบพัดลมยักษ์จะหยุดทำงานเป็นเวลา 5 นาที เพื่อเปลี่ยนถ่ายแก๊ส… นั่นคือโอกาสเดียวที่เราจะปีนสวนทางควันพิษเข้าไปถึงใจกลางวังได้”

“5 นาที…” เข้มทวนคำ “เสี่ยงมาก… ถ้าพลาดคือโดนใบพัดยักษ์ปั่นเละ หรือไม่ก็รมควันตาย”

“เราไม่มีทางเลือกอื่น” นลินเสริมเสียงเรียบ “ข้าจะใช้เสียงตรวจสอบจังหวะการหมุนของพัดลมให้เอง”

“ดี” เข้มกระชากลูกเลื่อนปืนเสียงดัง แกร๊ก! ดวงตาคมกริบฉายแววเด็ดเดี่ยว “งั้นก็ไปกัน… ไปทวงคืนหัวใจกษัตริย์ และปลดปล่อยเมืองนี้จากฝันร้ายเสียที”


ณ ท่อระบายควันพิษ (เวลา 02:55 น.)

ความร้อนระอุแผ่ออกมาจากปากท่อขนาดยักษ์ที่ยื่นออกมาจากกำแพงวังหลวง ควันสีดำโขมงพวยพุ่งออกมาไม่ขาดสาย กลิ่นกำมะถันฉุนกึกจนแสบจมูก

พรานเข้ม นลิน และคีรี เกาะอยู่บนบันไดเหล็กนอกกำแพง รอคอยสัญญาณแห่งชีวิต

“อีก 1 นาที…” คีรีกระซิบ จ้องมองนาฬิกาพกในมือเขม็ง

เสียงเครื่องจักรภายในดังกระหึ่มเหมือนเสียงคำรามของสัตว์ร้าย นลินหลับตาลง ใช้เครื่องขยายเสียงฟังจังหวะการทำงานของเฟือง “มันกำลังชะลอลง… พัดลมตัวที่หนึ่งหยุดแล้ว… ตัวที่สอง… หยุดแล้ว!”

“ตอนนี้แหละ! ไป!”

ทั้งสามกระโจนเข้าไปในปากท่อทันที ความร้อนภายในสูงจนเหงื่อท่วมตัวในเสี้ยววินาที พวกเขาวิ่งไต่ไปตามทางเดินแคบๆ สวนทางกับควันพิษที่ยังตกค้าง

“ใส่หน้ากากกรองอากาศไว้!” คีรีโยนหน้ากากผ้าชุบน้ำยาเคมีให้ “อย่าสูดหายใจลึก!”

ทางเดินเต็มไปด้วยคราบเขม่าและสนิม พวกเขาต้องปีนข้ามเฟืองยักษ์ที่หยุดนิ่ง ใบพัดโลหะขนาดเท่าบ้านจอดสงบนิ่งอยู่อย่างน่าเกรงขาม หากมันหมุนขึ้นมาเมื่อไหร่ ร่างกายพวกเขาคงไม่เหลือซาก

“เหลืออีก 2 นาที…” เข้มเตือนขณะวิ่งผ่านโซนความร้อนสูง

กึก… กึก…

จู่ๆ นลินก็หยุดชะงัก “เดี๋ยวก่อน… ข้าได้ยินเสียง…”

“เสียงอะไร? พัดลมทำงานรึ?” คีรีหน้าซีด

“ไม่ใช่…” นลินส่ายหน้า หันไปมองที่เงามืดด้านบนท่อ “เสียงขา… ขาเหล็กจำนวนมาก… ไต่ลงมาจากเพดาน”

ทันใดนั้น ดวงตาสีแดงนับสิบคู่ก็สว่างวาบขึ้นในความมืด ‘แมงมุมจักรกลสังหาร’ (Mecha-Spiders)

หุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยรูปร่างเหมือนแมงมุมตัวเท่าสุนัข ไต่ลงมาจากผนังท่ออย่างรวดเร็ว ขาแหลมคมของพวกมันกรีดท่อเหล็กจนเกิดประกายไฟ

“กับดัก!” คีรีตะโกน “วิษณุมันรู้ทันเรา!”

“พวกเอ็งวิ่งไปก่อน! ข้าจัดการเอง!” เข้มตะโกนสั่ง พลางยกปืนยันต์จักรกลขึ้นประทับบ่า

แมงมุมตัวแรกกระโจนเข้าใส่ เข้มเหนี่ยวไกทันที

เปรี้ยง!!

เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว กระสุนหัวเจาะลงอาคมพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วสูง เจาะทะลุเกราะหัวแมงมุมจักรกลจนระเบิดเป็นจุณ เศษเหล็กกระเด็นว่อน

“แรงสะใจจริงๆ!” เข้มแสยะยิ้ม กระชากลูกเลื่อนใส่กระสุนนัดใหม่

แต่ฝูงแมงมุมมีมากเกินไป พวกมันดาหน้าเข้ามาเหมือนฝูงมด นลินไม่รอช้า ปรับอุปกรณ์ที่หู แล้วเปล่งเสียงหวีดร้องใส่

วี๊ดดดด!!

คลื่นเสียงถูกบีบอัดเป็นลำแสงที่มองไม่เห็น กระแทกเข้าใส่กลุ่มแมงมุมจนวงจรภายในรวน ตัวหุ่นสั่นกระตุกแล้วระเบิดตัวเองตูมตาม

“ทางสะดวกแล้ว! รีบไป!” นลินตะโกน

“อีก 30 วินาที เครื่องจะทำงาน!” คีรีเตือนเสียงหลง “เราต้องผ่านใบพัดตัวสุดท้ายไปให้ได้!”

เบื้องหน้าคือใบพัดขนาดยักษ์ตัวสุดท้ายที่เริ่มขยับหมุนช้าๆ… ครืด… ครืด…

“วิ่ง!!”

ทั้งสามใส่เกียร์หมา วิ่งสุดชีวิตผ่านช่องว่างระหว่างใบพัดที่กำลังแคบลงเรื่อยๆ คีรีลอดผ่านไปคนแรก… ตามด้วยนลินที่ใช้ปีกช่วยส่งตัว… และเข้ม… ที่ต้องกระโดดม้วนตัวหลบใบมีดที่ฟันฉับลงมาเฉียดส้นเท้าไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด!

วูบบบบ!

พัดลมยักษ์เริ่มหมุนเต็มกำลัง ลมแรงดูดกระชากเสื้อผ้าพวกเขาจนแทบหลุด แต่พวกเขาก็หลุดออกมาสู่ห้องโถงกว้างอีกฝั่งได้สำเร็จ

พวกเขามายืนหอบหายใจอยู่บนระเบียงเหล็กสูงลิบ เบื้องล่างคือ ‘ห้องหทัยจักรกล’

ภาพที่เห็นทำเอาทุกคนขนลุกซู่ ใจกลางห้องโถง มีตู้กระจกทรงกระบอกขนาดมหึมาตั้งอยู่ ภายในบรรจุของเหลวสีเขียวเรืองแสง และมี ‘หัวใจมนุษย์’ ขนาดใหญ่ผิดปกติ (จากการถูกดัดแปลงด้วยอาคม) กำลังเต้นตุบๆ อย่างช้าๆ ตึก… ตึก… ตึก… ท่อสายยางนับพันเส้นเชื่อมต่อจากหัวใจดวงนั้น แผ่ขยายออกไปทั่วห้องราวกับรากไม้ปีศาจ สูบฉีดพลังงานสีแดงฉานไปเลี้ยงเมืองทั้งเมือง

และที่หน้าตู้กระจกนั้น… พญาจันทรคราส ในชุดเกราะเต็มยศ ยืนรอพวกเขาอยู่ พร้อมกับ โหรวิษณุ และกองทัพหุ่นพยนต์องครักษ์นับร้อยตัว

“ยินดีต้อนรับสู่หลุมฝังศพ…” โหรวิษณุผายมืออย่างเชื้อเชิญ “ข้าหวังว่าการเดินทางผ่านท่อส้วมจะรื่นรมย์นะ”

เข้มกระชับปืนแน่น สบตากับนลินและคีรี “พร้อมไหม?”

“พร้อมเสมอ” นลินตอบ

“เพื่อพ่อ…” คีรีกระซิบ “ลุย!”

ศึกสุดท้ายในนครมัตตรา… การชิงหัวใจเพื่อแลกกับยาวิเศษ กำลังจะระเบิดขึ้น ณ บัดนี้

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments