HomeChapterบทที่ 16: การป้อนแอปเปิ้ลที่ยากที่สุดในโลก และจูบแรกที่ไม่ได้ตั้งใจ

บทที่ 16: การป้อนแอปเปิ้ลที่ยากที่สุดในโลก และจูบแรกที่ไม่ได้ตั้งใจ

แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องพักผู้ป่วย VVIP แต่ความสงบสุขของผมได้จบลงตั้งแต่หมออลันเดินออกจากห้องไปเมื่อคืน

“นาวี… อ้ามมม”

ไต้ฝุ่นในชุดคนไข้นั่งพิงหัวเตียง อ้าปากกว้างรอรับความรัก… เอ้ย รอรับข้าวต้มจากมือผม ดวงตาสีเทาที่เคยดุดัน ตอนนี้เป็นประกายวิบวับเหมือนลูกสุนัขตัวโตๆ ที่รอเจ้าของป้อนขนมให้

“นี่นายมือเจ็บหรือไง ถึงกินเองไม่ได้ฮะ” ผมบ่นอุบอิบ แต่ก็ยอมตักข้าวต้มเป่าให้หายร้อน แล้วยื่นไปจ่อที่ปากเขา

“ก็ถ้าเมียจ๋าไม่ป้อน ฉันก็ไม่กิน” เขางับช้อนเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ อย่างอารมณ์ดี “อร่อยจัง… แต่คนป้อนน่ากินกว่า”

“แค่ก!” ผมแทบจะเอาช้อนทิ่มตาเขา “เลิกเรียกฉันว่าเมียจ๋าได้แล้ว! แล้วก็เลิกพูดจาเลี่ยนๆ แบบนี้ด้วย ฉันขนลุก!”

“ทำไมล่ะ ก็เราเป็นของกันและกันแล้วนี่” คนป่วยเถียงคอเป็นเอ็น ขยับตัวเข้ามาใกล้จนจมูกแทบจะชนกัน “หรือต้องให้ทบทวนความจำว่ากอดกันไปกี่รอบแล้ว”

“หยุดเลย!” ผมรีบเอามือตะครุบปากเขาไว้ หน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุก “กินแอปเปิ้ลไปเลยไป!”

ผมยัดแอปเปิ้ลที่ปอกเตรียมไว้ใส่ปากเขาเพื่อตัดบท ไต้ฝุ่นเคี้ยวหงุบหงับ ยิ้มจนตาหยีอย่างมีความสุข

แกร๊ก…

ประตูห้องถูกผลักเปิดออกโดยไม่เคาะ พร้อมกับเสียงเอะอะโวยวายที่คุ้นเคย

“ไอ้วี! ข่าวตึกถล่มดังไปทั่วโรงเรียนเลยเว้ย! เป็นไงบ้างวะ… เฮ้ย!”

คิว แทงค์ และมีนา ชะงักกึกอยู่หน้าประตู ภาพที่พวกเขาเห็นคือท่านประธานจอมโหดแห่งสถาบันฮอไรซอน กำลังนั่งเคี้ยวแอปเปิ้ลแก้มตุ่ย โดยมีผมกำลังถือจานผลไม้ป้อนให้อย่างเอาใจใส่

“เอ่อ… กูเข้าผิดห้องปะวะ” แทงค์ขยี้ตาตัวเองแรงๆ

“นั่น… ท่านประธานไต้ฝุ่นตัวจริงใช่มั้ย ไม่ใช่เอเลี่ยนปลอมตัวมาใช่มั้ย” มีนาชี้มือสั่นๆ

ไต้ฝุ่นหันขวับไปมองผู้มาเยือน ดวงตาที่เคยมองผมอย่างออดอ้อน เปลี่ยนเป็นแววตาพิฆาตทันที รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจางๆ แม้จะอยู่ในโหมดเด็กโข่ง แต่สัญชาตญาณความหวงของยังคงทำงานเต็มร้อย

“มองเมียฉันทำไม” ไต้ฝุ่นกดเสียงต่ำ ดึงตัวผมเข้าไปกอดรัดไว้แน่นราวกับจงอางหวงไข่ “นาวีเป็นของฉัน พวกนายห้ามมอง ห้ามยิ้มให้ด้วย”

“ฮะ!? มะ… เมีย!?” ทั้งสามคนประสานเสียงกันลั่นห้อง

“มะ… ไม่ใช่นะ! ไต้ฝุ่นเขาสมองกระทบกระเทือนนิดหน่อยน่ะ หมอบอกว่าเป็นภาวะอารมณ์ถดถอย!” ผมรีบแก้ตัวเสียงหลง พยายามแกะมือปลาหมึกออก แต่ก็ไม่เป็นผล

“สมองกระทบกระเทือนแล้วกลายเป็นร่างนี้เนี่ยนะ โคตรน่ากลัวเลยว่ะ” คิวกลืนน้ำลายเอือก “เอ่อ… งั้นพวกกูไม่กวนแล้วดีกว่า หายไวๆ นะเว้ยประธาน! โชคดีนะไอ้วี รักษาตัวและหัวใจให้รอดล่ะ!”

เดอะแก๊งรีบปิดประตูหนีราวกับเห็นผี ทิ้งผมไว้กับปัญหาใหญ่ระดับชาติที่กำลังซบไหล่ผมอยู่

“เพื่อนไปแล้ว… ป้อนแอปเปิ้ลต่อสิ” ไต้ฝุ่นช้อนตาขึ้นมอง อ้อนหนักกว่าเดิม

“ไม่มีแล้ว หมดแล้ว” ผมโชว์จานเปล่าให้ดู “นายกินเยอะไปแล้วนะไต้ฝุ่น เดี๋ยวก็ปวดท้องหรอก”

“งั้น… ขอของหวานหน่อย”

“ของหวานอะไร โรงพยาบาลไม่มีของหวานให้หรอกนะ”

“มีสิ… อยู่ตรงนี้ไง”

พูดจบ ไต้ฝุ่นก็รวบเอวผม กระตุกเบาๆ จนผมเสียหลักล้มลงไปทับบนตัวเขาอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาไม่ยอมให้ผมลุกหนี มือหนาประคองท้ายทอยผมไว้แน่น ส่วนอีกข้างก็โอบรัดเอวผมไม่ให้ขยับ

“เฮ้ย! ไต้ฝุ่น จะทำอะไร ปล่อยนะ!” ผมร้องโวยวาย หัวใจเต้นรัวจนแทบระเบิด

“ขอชิมหน่อยนะ… ว่าหวานเหมือนแอปเปิ้ลหรือเปล่า”

ดวงตาสีเทาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาผม แววตาขี้เล่นเมื่อครู่หายไป เหลือเพียงความโหยหาและความปรารถนาที่ปิดบังไม่มิด แม้กำแพงเหตุผลจะพังทลายลง แต่ความรู้สึกเบื้องลึกของเขากลับชัดเจนยิ่งกว่าเดิม

ริมฝีปากอุ่นร้อนทาบทับลงมาบนริมฝีปากผมอย่างแผ่วเบา มันไม่ใช่การจูบแบบจาบจ้วงรุนแรง แต่เป็นความอ่อนโยนที่แฝงไปด้วยความเว้าวอน เขาค่อยๆ ละเลียดชิมความหวานอย่างอ้อยอิ่ง ทำเอาสมองผมขาวโพลน ร่างกายอ่อนระทวยจนต้องเผลอขยุ้มคอเสื้อคนป่วยไว้แน่น

ผมหลับตาลง ปล่อยให้จูบแรกของเราดำเนินต่อไปท่ามกลางความเงียบสงบของห้องพักฟื้น รสชาติของแอปเปิ้ลผสานกับกลิ่นอายเฉพาะตัวของไต้ฝุ่น มันทั้งหวานละมุนและชวนให้เสพติดจนไม่อยากผละออก

เนิ่นนานกว่าเขาจะยอมถอนริมฝีปากออกไป ลมหายใจของเราสองคนหอบสะท้าน ไต้ฝุ่นยิ้มบางๆ ใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยริมฝีปากผมเบาๆ

“หวานกว่าแอปเปิ้ลจริงๆ ด้วย…” เขาพึมพำเสียงพร่า

ผมซุกหน้าลงกับอกกว้าง ซ่อนใบหน้าที่แดงก่ำจนแทบจะไหม้ไว้ไม่ให้เขาเห็น

โอ๊ย… ไอ้นาวีเอ๊ย จะรอดไปถึงวันพรุ่งนี้มั้ยเนี่ย หัวใจทำงานหนักเกินไปแล้ว!

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments