บรรยากาศกลางลานประหารวัดสระเกศเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจ ทหารและชาวบ้านต่างยืนตะลึงกับภาพชายชราผมขาวในชุดขาวห่มขาว ที่ยืนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางวงล้อม โดยมี พี่กล้า นอนหอบหายใจอยู่แทบเท้า
“เจ้า…” พระยาไกรสีห์ ชี้นิ้วสั่นเทาไปที่ชายชรา “เจ้าอินทา! มึงตายไปแล้ว! กูเห็นกับตาว่ามึงถูกเผาไปพร้อมคุ้มหลวง!”
“สิ่งที่ถูกเผา คือร่างจำแลงของข้า” เจ้าอินทา (ปู่ของกล้า) เอ่ยเสียงเรียบ ทรงอำนาจ “ข้าละทิ้งกายหยาบ หนีเข้าสู่ป่าหิมพานต์เพื่อรักษา ‘หน่อเนื้อเชื้อไข’ สุดท้ายของตระกูล… แต่บัดนี้ ถึงเวลาที่ข้าต้องกลับมาสะสางบัญชี”
เจ้าอินทาหันไปทางขบวนเสด็จที่เพิ่งมาถึง ชายสูงศักดิ์บนเสลี่ยงก้าวลงมา… พระองค์คือ เสด็จในกรมฯ ผู้แทนพระองค์ “ถวายบังคมฝ่าบาท” เจ้าอินทาก้มกราบ “กระหม่อมคือ เจ้าอินทาแห่งเวียงผาหมอก ขอมอบหลักฐานความชั่วช้าของพระยาไกรสีห์ แด่พระองค์”
เจ้าอินทายื่นม้วนกระดาษใบลานเก่าคร่ำครึให้ทหารมหาดเล็ก “ในนี้จารึกรายชื่อหัวเมืองที่พระยาไกรสีห์แอบติดต่อเพื่อก่อกบฏ และบัญชีการค้าอาวุธเถื่อน… รวมถึงความจริงที่ว่า เขาใส่ร้ายป้ายสีตระกูลข้าว่าเป็นกบฏ เพื่อยึดครองเหมืองทองและวิชาอาคม”
เสด็จในกรมฯ รับสั่งให้ราชเลขาอ่าน ทรงมีพระพักตร์บึ้งตึงทันที “ไกรสีห์… เจ้ามีอะไรจะแก้ตัวหรือไม่?”
พระยาไกรสีห์ยืนกัดฟันกรอด เหงื่อกาฬไหลพลั่ก มองซ้ายมองขวาเห็นทหารหลวงเริ่มตีวงล้อมเข้ามาแทนที่ลูกน้องของตนที่ถูกจับกุม เกมการเมือง… เขาแพ้ราบคาบแล้ว
“ฮ่าๆๆๆ!” จู่ๆ พระยาไกรสีห์ก็ระเบิดหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เสียงหัวเราะดังก้องกัมปนาทจนนกแร้งบนภูเขาทองบินแตกตื่น “แก้ตัว? ข้าไม่จำเป็นต้องแก้ตัวกับมนุษย์หน้าโง่พวกนี้!”
เขากระชากเครื่องยศทิ้ง กระดุมเสื้อขาดกระเด็น “พวกเอ็งคิดว่าจะจับข้าได้รึ? ข้าเตรียมการสำหรับวันนี้มานานนับสิบปี!” เขาหันไปพยักหน้าให้ ไอ้สอน
ไอ้สอนแสยะยิ้ม หยิบขวดน้ำมันสีดำข้นคลั่กออกมา แล้วราดลงไปที่หัวของพระยาไกรสีห์! “น้ำมันพราย ๙ ป่าช้า… ผสมเลือดหัวใจสมิง ๙ ตน!” สอนร่ายคาถาเสียงรัวเร็ว
“อ๊ากกกกก!” ร่างของพระยาไกรสีห์เริ่มบิดเบี้ยว กล้ามเนื้อขยายใหญ่ขึ้นจนเสื้อผ้าฉีกขาด ผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีดำทมิฬและมีขนหยาบหนางอกออกมา ใบหน้ายืดยาวออกกลายเป็นปากกระบอกของสัตว์ร้าย เขี้ยวโง้งยาวงอกออกมาพร้อมน้ำลายที่เป็นกรด
“หนีไป! ทุกคนหนีไป!” หลวงเทพ ตะโกนสั่ง ทหารและชาวบ้านวิ่งหนีตายจ้าละหวั่น
ร่างตรงหน้าไม่ใช่คนอีกต่อไป… มันคือ “สมิงดำทมิฬ” ขนาดมหึมา สูงกว่าสามเมตร ยืนสองขาเหมือนมนุษย์หมาป่า แต่มีหัวเป็นเสือโคร่งที่ดวงตาแดงก่ำไร้แววแห่งสติปัญญา มีแต่ความหิวกระหาย
“ข้ากินหัวใจสมิงมานับสิบตน… เพื่อวันนี้!” เสียงคำรามของไกรสีห์ดังเหมือนฟ้าผ่า “ข้าจะเป็นอมตะ!”
ตูม! มันฟาดกรงเล็บลงพื้น แรงกระแทกทำให้ลานดินแยกออกเป็นรอยร้าว ทหารที่อยู่ใกล้ๆ กระเด็นไปคนละทิศละทาง
“กล้า…” เจ้าอินทาหันมามองหลานชาย “ปู่แก่แล้ว… พลังตบะของปู่ใช้ไปเกือบหมดกับการรับดาบเมื่อครู่… หน้าที่ปราบมัน… เป็นของเจ้า”
กล้าค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้น แม้ร่างกายจะเต็มไปด้วยบาดแผล แต่แววตากลับมุ่งมั่นกว่าครั้งใดๆ เขามองไปที่ คุณพุ่ม ที่ถูกหลวงเทพพาไปหลบหลังซากเกวียน พุ่มพยักหน้าให้เขาทั้งน้ำตา… สื่อความหมายว่า ‘พี่ทำได้’
“ขอรับคุณปู่…” กล้าหลับตาลงรวบรวมสมาธิ… นึกถึงเลือดของพุ่ม นึกถึงความรัก ความแค้น และศักดิ์ศรี เมื่อเขาลืมตาขึ้น… นัยน์ตาสีอำพันสว่างวาบจนเป็นสีทองอร่าม รอยสัก ‘พยัคฆ์เวหา’ ที่หน้าอกเปล่งแสงสีทองทะลุเสื้อผ้าออกมา!
“เข้ามาเลยไอ้ปีศาจ!” กล้าคำราม โฮกกกก! ร่างของเขาเปลี่ยนไป… ไม่ใช่แค่มีเล็บงอก แต่ร่างกายขยายใหญ่ขึ้น กล้ามเนื้อแน่นเปรี้ยะ ขนสีลายพาดกลอนขึ้นปกคลุมตามแขนและแผ่นหลัง เขาอยู่ในร่าง ‘ครึ่งคนครึ่งสมิง’ ที่สมบูรณ์แบบที่สุด!
การต่อสู้ของสองพยัคฆ์ระเบิดขึ้น! ไกรสีห์พุ่งเข้ามาด้วยพละกำลังมหาศาล เหวี่ยงกรงเล็บยักษ์หมายจะตบให้แหลก กล้าใช้ความเร็วที่เหนือกว่า มุดหลบวูบ แล้วกระโดดถีบยอดอกไกรสีห์ ผัวะ! แต่ผิวหนังสมิงดำหนาและแข็งเหมือนเหล็กไหล แทบไม่สะเทือน!
“มดปลวก!” ไกรสีห์ตวาด คว้าขาของกล้าแล้วเหวี่ยงไปกระแทกกำแพงวัด โครม! กำแพงอิฐพังครืนลงมาทับร่างกล้า
“พี่กล้า!” พุ่มร้องลั่น จะวิ่งเข้าไปหา “อย่าออกมา!” กล้าตะโกนบอก ดันกองอิฐออกแล้วลุกขึ้นมา เลือดกบปาก
ไกรสีห์ไม่เปิดช่องว่าง พ่นลูกไฟสีดำออกจากปาก! “ไฟนรกโลกันตร์!”
กล้ากลิ้งหลบลูกไฟ ความร้อนแผดเผาจนขนเกรียม เขาเสียเปรียบทุกประตู ทั้งขนาดและพลังเวทย์
“จุดอ่อน…” พุ่มที่แอบมองอยู่ พยายามสังเกต “มันต้องมีจุดอ่อน!” สายตาของพุ่มเหลือบไปเห็นรอยแผลเป็นสีขาวซีดที่กลางหน้าผากของสมิงดำ… รอยที่ดูเหมือนยังสมานไม่สนิท นั่นคือจุดที่ หลวงเทพ เคยยิงใส่ตอนที่มันยังเป็นคนเมื่อหลายปีก่อน (สมัยหนุ่มๆ ที่เคยปะทะกัน) หรือไม่ก็เป็นจุดชีพจรอาคม!
“พี่กล้า!” พุ่มตะโกนแข่งกับเสียงคำราม “กลางหน้าผาก! เล็งที่กลางหน้าผากมัน!”
ไกรสีห์ได้ยินดังนั้น หันขวับมาทางพุ่ม “เจือกนักนะไอ้ลูกขุนนาง!” มันเปลี่ยนเป้าหมาย พุ่งเข้าใส่พุ่มทันที!
“พุ่ม!!!” กล้าเบิกตาโพลง
ไกรสีห์ง้างกรงเล็บ เตรียมจะขยี้ร่างเล็กๆ ของพุ่ม พุ่มหยิบปืนพกของพ่อที่พกติดตัวมา ยกขึ้นเล็งด้วยมือที่สั่นเทา “ข้าสัญญาไว้แล้ว… ว่าจะยิงปีศาจ” แต่ปีศาจตัวนี้… ไม่ใช่พี่กล้า
ปัง!
กระสุนนัดสุดท้ายพุ่งออกจากปากกระบอก เข้าแสกหน้าของไกรสีห์! แม้จะไม่ทะลุกะโหลกหนาๆ แต่มันแม่นยำเข้าที่รอยแผลเป็นพอดี! “อ๊ากกกก!” ไกรสีห์ผงะหงายหลัง เอามือกุมหน้าด้วยความเจ็บปวด จังหวะเสียศูนย์เกิดขึ้นชั่ววินาที
“ตอนนี้แหละ!” กล้ารวบรวมพลังเฮือกสุดท้าย เขาถีบตัวพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า สูงกว่ายอดเจดีย์ราย แสงจันทร์เต็มดวงสาดส่องลงมาที่ร่างของพยัคฆ์เวหา… เงาปีกจางๆ ปรากฏขึ้นที่ด้านหลัง
“ท่าไม้ตาย… พยัคฆ์คำรณล่าวิญญาณ!”
กล้าทิ้งดิ่งลงมาด้วยความเร็วแสง กรงเล็บทั้งสองข้างรวบเข้าหากัน ประจุพลังสีทองเข้มข้น ฉึก!!!!
กรงเล็บคู่ของกล้า เจาะทะลุกลางกะโหลกของไกรสีห์ ตรงจุดที่พุ่มยิงนำร่องไว้! แรงกระแทกทำให้เกิดคลื่นช็อกเวฟ กระจายฝุ่นตลบไปทั่วลานวัด
“อึก… อ้ากกกก…” ไกรสีห์ร้องโหยหวน ร่างกายกระตุกเกร็ง วิญญาณสมิงนับสิบตนที่ถูกกินเข้าไป พุ่งทะลักออกมาจากบาดแผล เป็นควันสีขาวรูปร่างหน้าตาบิดเบี้ยว รุมทึ้งร่างเจ้าของร่างต้น “ไม่! อย่ากินข้า! ข้าเป็นนายพวกแก!”
ร่างของไกรสีห์ค่อยๆ แห้งเหี่ยวลง… พลังอาคมย้อนกลับทำลายตัวเอง จนในที่สุด… เหลือเพียงซากศพแห้งกรังนอนสิ้นใจอยู่กลางลาน
กล้าถอนกรงเล็บออก… ยืนโซซัดโซเซอยู่เหนือร่างศัตรู เขามองมือตัวเองที่เปื้อนเลือด… แล้วค่อยๆ คืนร่างกลับเป็นมนุษย์ ความเหนื่อยล้าถาโถมเข้ามาจนตาพร่ามัว เขาทรุดตัวลง… แต่ไม่ได้กระแทกพื้น เพราะอ้อมแขนอบอุ่นของ คุณพุ่ม เข้ามารับไว้ได้ทัน
“จบแล้วพี่กล้า… จบแล้ว” พุ่มกอดร่างหนาที่เต็มไปด้วยเหงื่อและเลือด ร้องไห้ด้วยความดีใจ
กล้ายิ้มบางๆ ทั้งที่ตาปรือ “ข้า… ไม่ได้ฆ่าคนบริสุทธิ์ใช่ไหม?”
“ไม่…” พุ่มลูบหัวกล้า “พี่ช่วยทุกคน… พี่เป็นฮีโร่”
แสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า… ความมืดมิดผ่านพ้นไป ตำนานบทใหม่ของ ขุนศึกพยัคฆ์เวหา ได้ถูกจารึกลงในหน้าประวัติศาสตร์กรุงรัตนโกสินทร์… ไม่ใช่ในฐานะกบฏ แต่ในฐานะผู้พิทักษ์


