HomeChapterบทที่ ๒๗ (ปัจฉิมบท) : รอยตีตราพยัคฆ์

บทที่ ๒๗ (ปัจฉิมบท) : รอยตีตราพยัคฆ์

หนึ่งเดือนต่อมา

สายลมหนาวพัดผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา นำพาความเยือกเย็นมาเยือนพระนคร แต่ภายในห้องนอนเรือนแพหลังใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นอย่างมิดชิดท้ายสวนของท่านเจ้าคุณกรมท่า… อากาศกลับร้อนระอุราวกับถูกไฟสุม

แสงจันทร์วันเพ็ญสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างบานเกล็ด ลงมากระทบผิวเนียนละเอียดของ คุณพุ่ม ที่นอนหอบหายใจอยู่บนเตียงกว้าง ร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่า มีเพียงผ้าแพรผืนบางปิดบังช่วงล่างไว้อย่างหมิ่นเหม่ เม็ดเหงื่อผุดพรายตามไรผมและลำคอขาวผ่อง

“อื้อ… พี่กล้า…”

เสียงครางหวานหูหลุดรอดจากริมฝีปากบาง เมื่อลิ้นสากร้อนชื้นของใครบางคนลากไล้ไปตามแนวสันหลัง พี่กล้า ในร่างมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อแข็งแกร่งดั่งหินผา คร่อมทับอยู่เหนือร่างของคนรัก ดวงตาสีอำพันสว่างวาบในความมืด จ้องมอง ‘เหยื่อ’ ใต้อาณัติด้วยความหิวกระหายที่อัดอั้นมานาน

คืนนี้เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง… คืนที่สัญชาตญาณสัตว์ป่าตื่นตัวถึงขีดสุด แต่คราวนี้ เขาไม่ต้องออกไปล่าใคร… เพราะเหยื่อของเขา นอนรอให้ขย้ำอยู่ตรงนี้แล้ว

“คืนนี้คุณตัวหอม…” กล้ากระซิบเสียงพร่าที่ข้างใบหู ก่อนจะขบเม้มเบาๆ ที่ติ่งหูจนพุ่มสะดุ้งเฮือก “หอมไปทั้งตัว… หอมจนข้าแทบคลั่ง”

“ก็… ก็กินสิ…” พุ่มหันหน้ามาสบตา ท้าทายด้วยแววตาหยาดเยิ้ม มือเรียวเอื้อมไปโอบรอบคอหนา ลูบไล้กลุ่มผมสีดำขลับ “ข้าเป็นของพี่… ทั้งตัว ทั้งหัวใจ… และเลือดเนื้อ”

คำเชิญชวนนั้นเปรียบเสมือนการราดน้ำมันลงบนกองไฟ กล้าคำรามต่ำในลำคอ กรรรร… เสียงที่ฟังดูอันตรายแต่ก็เร้าอารมณ์จนขนลุกชัน เขาซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอขาวสูดดมกลิ่นกายเฉพาะตัวที่ผสมกับกลิ่นแป้งร่ำจางๆ จมูกโด่งกดลงหนักๆ สลับกับริมฝีปากที่บดเบียดดูดดึงผิวเนื้ออ่อนนุ่มจนขึ้นรอยแดงเป็นจ้ำๆ ทั่วเนินไหล่และแผงอก

“พุ่ม…” กล้าเรียกชื่อคนรักเสียงกระเส่า มือหนาที่ร้อนผ่าวลูบไล้ไปทั่วเอวบาง บีบเค้นเฟ้นคลึงจนพุ่มบิดเร่าด้วยความเสียวซ่าน “ข้าจะถนอมเจ้า… แต่ข้าไม่รับปากว่าจะเบามือ… สัตว์ร้ายในตัวข้ามันหิวเหลือเกิน”

“ไม่ต้องยั้ง…” พุ่มแอ่นอกรับสัมผัส เล็บจิกเข้าที่ไหล่กว้างของกล้าเพื่อระบายอารมณ์ “ข้าอยากให้พี่ทิ้งรอยไว้… ตีตราข้า… ให้สมกับที่ข้ารักพี่”

สิ้นคำอนุญาต กล้าก็ไม่รั้งรออีกต่อไป เขาประกบจูบลงมาอย่างดุดัน รุนแรง และเรียกร้อง ลิ้นร้อนแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำในโพรงปาก เกี่ยวพันลิ้นเล็กที่ตอบสนองอย่างไม่ยอมแพ้ เสียงจูบเฉอะแฉะดังสะท้อนก้องห้อง เงาของคนสองคนทาบทับกันบนผนังเรือนไหววูบตามแรงอารมณ์

มือของกล้ากระชากผ้าแพรผืนสุดท้ายออก เผยให้เห็นเรือนร่างงดงามที่เขาหลงใหล เขาก้มลงต่ำ ใช้ลิ้นเลียไล้ผ่านหน้าท้องแบนราบที่เกร็งกระตุก ยั่วเย้าจนพุ่มต้องยกมือขึ้นปิดปากกลั้นเสียงร้อง

“พี่กล้า… อ๊า…”

ในจังหวะที่อารมณ์พุ่งขึ้นถึงจุดพีค กล้าเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีอำพันเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม เขี้ยวสมิงงอกยาวออกมาเล็กน้อย เขาจับข้อมือทั้งสองข้างของพุ่มตรึงไว้เหนือหัว กดแนบกับหมอน แล้วก้มลง… ฝังคมเขี้ยวลงที่ต้นคอของพุ่ม!

“อึก!” พุ่มร้องออกมาด้วยความเจ็บปนสุข เลือดสีสดซึมออกมาจากรอยกัดเล็กๆ กล้าดูดซับเลือดหยดนั้นเข้าไป… รสชาติของพันธะสัญญาโลหิตที่ทำให้สติของเขาแตกกระเจิง ความเจ็บเปลี่ยนเป็นความวาบหวามที่แล่นปราดไปทั่วไขสันหลัง

“เจ้าเป็นของข้า… เมียข้า… คู่ครองของข้า…” กล้าคำรามเสียงต่ำขณะเริ่มขยับกายเข้าหาพุ่ม เชื่อมประสานร่างกายเข้าด้วยกัน ความคับแน่นและความร้อนระอุทำให้พุ่มน้ำตาซึม แต่เขากลับกอดรัดร่างหนาไว้แน่น จิกเล็บลงบนแผ่นหลังที่มีรอยสักเสือมีปีกจนได้เลือด

บทรักดำเนินไปอย่างเร่าร้อนและยาวนาน ราวกับพายุที่โหมกระหน่ำกลางป่าดงดิบ เสียงเนื้อกระทบเนื้อ เสียงหอบหายใจ และเสียงคำรามแห่งความสุขสม ดังประสานกันจนแทบแยกไม่ออกว่าใครคือคน ใครคือเสือ

กล้าตักตวงความสุขจากร่างบางครั้งแล้วครั้งเล่า ราวกับจะชดเชยช่วงเวลาที่ต้องอดกลั้นมาตลอด จนกระทั่งรุ่งสางมาเยือน…

แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าลอดเข้ามาในห้อง คุณพุ่ม นอนตะแคงซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดแข็งแกร่งของ พี่กล้า ตามเนื้อตัวมีรอยรักสีกุหลาบและรอยฟันจางๆ แต้มอยู่ทั่วประหนึ่งงานศิลปะ กล้าที่นอนหนุนแขนตัวเอง ลืมตาตื่นขึ้นมองคนในอ้อมกอดด้วยแววตาเปี่ยมรัก เขาใช้นิ้วเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าพุ่มออกเบาๆ

“ตื่นแล้วรึ?” พุ่มถามเสียงงัวเงีย พยายามจะขยับตัวแต่ก็ต้องนิ่วหน้าเพราะความระบมที่ช่วงเอว “พี่เล่นแรงนักนะ… พ่อเสือบ้า”

กล้ายิ้มมุมปาก ก้มลงจูบที่หน้าผากมน “ขอโทษขอรับ… บอกแล้วว่าข้าหิว” เขากระชับกอดแน่นขึ้น “แล้ว… เจ็บมากไหม?”

“เจ็บ…” พุ่มย้อนถามยิ้มๆ “แต่ก็คุ้ม” พุ่มขยับตัวซุกอกกว้าง ฟังเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะหนักแน่น “พี่ตัดสินใจแน่แล้วใช่ไหม… ที่จะไม่กลับไปเวียงผาหมอก?”

กล้าพยักหน้า สายตามองออกไปนอกหน้าต่าง ที่ซึ่งแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่าน “ท่านปู่กลับไปฟื้นฟูเมืองแล้ว… เสือดำกับเจ๊กง้วนก็รับปากจะช่วยดูแลทางนั้น ส่วนข้า…” เขาก้มลงมองตาพุ่ม นัยน์ตาสีอำพันสะท้อนภาพเงาของคนรักเพียงคนเดียว

“ข้าเจอ ‘อาณาจักร’ ของข้าแล้ว” กล้าจับมือพุ่มขึ้นมาจูบที่หลังมือ ตรงตำแหน่งเดียวกับที่พุ่มเคยกรีดเลือดให้เขากิน “อาณาจักรของข้าอยู่ที่นี่… อยู่ข้างๆ เจ้า”

“ปากหวานนักนะ…” พุ่มหน้าแดง “ระวังเถอะ ถ้าวันไหนทำตัวเหลวไหล ข้าจะฟ้องหลวงเทพให้มาจับพี่เข้ากรง”

“ไม่มีกรงไหนขังข้าได้หรอก…” กล้าพลิกตัวขึ้นคร่อมพุ่มอีกครั้ง แววตาเจ้าเล่ห์กลับมาฉายแสง “นอกจากกรงที่ชื่อว่า ‘พุ่ม’ คนเดียว”

พุ่มหัวเราะร่า ก่อนจะถูกปิดปากด้วยจูบที่แสนหวานและเร่าร้อนอีกครั้ง… เป็นการเริ่มต้นเช้าวันใหม่ของชีวิตคู่ที่ไม่มีวันพรากจาก

ไม่ว่าจะเป็นคน หรือเป็นเสือ ตราบใดที่หัวใจยังเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน… ตำนานรักของ พยัคฆ์เวหา และ ยอดดวงใจ ก็จะดำเนินต่อไปชั่วนิรันดร์.


จบบริบูรณ์

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments